แม่ใจจะขาด!ร้องยธ.ลูกสาววัย 33 หายตัวลึกลับจากหอพักกว่า 3 เดือน ยังไม่รู้ชะตากรรม

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา นำนางเฮียง วชิมาเภท อายุ 60 ปี ชาวสุรินทร์ พร้อมด้วยนางอนิศรา หอมขจร อายุ 38 ปี แม่และพี่สาวของน.ส.เสาวรจน์ วชิมาเภท อายุ 33 ปี เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์และให้ช่วยดำเนินการติดตามหาตัวน.ส.เสาวรจน์ ลูกสาว ซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับนานกว่า 100 วัน โดยขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม นางเฮียง กล่าวว่า น.ส.เสาวรจน์ ชื่อเล่นเปีย มีอาชีพเป็นพนักงานโรงงานของบริษัทแห่งหนึ่งย่านบางปะอิน และพักอาศัยอยู่ที่หอพักย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยลูกสาวหายตัวไปจากหอพักตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนเริ่มทราบข่าวว่าลูกสาวหายไปจากหอพัก เมื่อวันที่ 22 พ.ค. เนื่องจากมีเพื่อนสนิทของลูกสาวโทรศัพท์มาสอบถามตนว่า น.ส.เสาวรจน์เดินทางกลับมาที่บ้านหรือไม่ ซึ่งตนก็บอกว่าไม่ได้กลับมาที่บ้านจ.สุรินทร์ แต่เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ตนกับลูกสาวยังติดต่อกันผ่านแอพพิเคชั่นไลน์ โดยลูกสาวระบุว่า จะโอนเงินมาให้ตนเพื่อใช้ในการรักษาอาการโรคกระดูกเสื่อมในวันที่ 22 พ.ค. แต่พอถึงวันที่ 23 พ.ค. ตนเดินทางไปยังโรงพยาบาล เพื่อเข้ารับการรักษาอาการป่วยดังกล่าว และไปเช็คยอดเงินจากบัญชีธนาคารก็พบว่าลูกสาวยังไม่ได้โอนเงินมาให้ ก่อนจะไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้อีกเลย นางเฮียง กล่าวต่อว่า สำหรับการหายตัวไปของน.ส.เสาวรจน์นั้น พี่สาวของนำบัญชีเงินฝากธนาคารของน.ส.เสาวรจน์ไปตรวจสอบ ก็พบว่าบัญชีไม่มีความเคลื่อนไหวและไม่มีการเบิกเงินออกไปใช้ อย่างไรก็ตาม น.ส.เสาวรจน์หายตัวไป พร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท และหนัก 1 สลึง และโทรศัพท์มือถือไอโฟน รุ่น 6 พลัส 1 เครื่อง นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปสอบถามที่หอพักของลูกสาว โดยมีเจ้าของร้านขายของชำที่หอพักบอกกับตนว่า ช่วงหัวค่ำของ วันที่ 21 พ.ค. ลูกสาวเดินทางกลับมาจากหอพักของเพื่อน และมานั่งอยู่ที่ร้าน จากนั้นเวลาประมาณ 23.00 น. ลูกสาวก็กลับขึ้นไปยังห้องพักที่หอดังกล่าว จากนั้น ก็ไม่มีใครเห็นลูกสาวของตนอีกเลย อีกทั้ง ที่หอพักไม่มีกล้องวงจรปิดด้วย จึงทำให้ยากต่อการหาเบาะแส ส่วนการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของลูกสาวที่มีการติดต่อกันสายล่าสุดนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงาอยู่ระหว่างตรวจสอบให้

“อยากให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเร่งรัดคดีและติดตามหาลูกสาวของแม่ ซึ่งแม่มีลูกทั้งหมด 3 คน โดยลูกสาวที่หายตัวไปเป็นคนที่ 2 เป็นคนนิสัยดี และมีครอบครัวแล้ว แต่ได้แยกทางกันอยู่กับสามีของเขา โดยมีลูกด้วยกัน 1 คน อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ยังไม่มีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับหายตัวไปของลูกสาวเลย และเคยไปแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองหลวงแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้ทั้ง 2 หน่วยงานร่วมมือกันและเร่งกันติดตามหาตัวลูกสาวให้พบ” นางเฮียง กล่าว

ด้าน นายเอกลักษณ์ กล่าวว่า กรณีการหายตัวไปของน.ส.เสาวรจน์ ทางเราได้ประชาสัมพันธ์ติดตามหาในหลายช่องทาง แต่ยังไม่มีเบาะแส และยังได้ประสานไปยังกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อให้ช่วยติดตามคดีนี้ด้วย และที่พาแม่ของคนหายมาร้องทุกข์ในวันนี้ เนื่องจากกระทรวงยุติธรรม มีบทบาทเป็นเลขานุการของคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม (คพศ.) ซึ่งควรมีบทบาทสำคัญในการประสานสั่งการติดตามคนหาย

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่จะได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ และเตรียมประสานหาข้อเท็จจริงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ขณะเดียวกันในวันนี้จะประสานกับทางเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ทำการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของนางเฮียงไว้ เพื่อทำการเปรียบเทียบกับหลักฐานและเบาะแสที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ศธ.จีนเตือนเยาวชนระวังถูกลวงเอาเงิน สลดนศ.สาวโดนหลอก จนหัวใจวายตาย

เมื่อ 25 ส.ค. เว็บไซต์ CRIENGLISH.com รายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการจีน ออกประกาศเตือนผ่านทางเว็บไซต์เมื่อ 24 ส.ค. ให้เยาวชนพึงระวังภัยลวงเงิน ทั้งทางเอทีเอ็มและทางออนไลน์ หลังจากเกิดคดีสลดที่น.ส.ฉือ อี้อี้ วัย 18 ปีถูกหลอกให้โอนเงินค่าเทอมจนหมดบัญชี หญิงสาวตกใจและเสียใจมากถึงกับหัวใจวายตายใบสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของนักศึกษาสาว

เหตุเกิดกับนักศึกษาสาวที่มณฑลชานตง ครอบครัวไม่ได้มีฐานะอะไร ต้องช่วยกันเก็บหอมรอมริบจนมีเงินสำหรับค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัย จำนวน 9,900 หยวน หรือราว 51,500 บาท ในวันเกิดเหตุ วันที่ 18 ส.ค. แม่ของฉือได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นคนของกระทรวงศึกษา มีหน้าที่มอบทุนการศึกษา ถามว่ามีลูกที่กำลังจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยการไปรษณีย์และโทรคมนาคมหนานจิง (Nanjing University of Posts And Telecommunications) หรือไม่ แม่นึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงจึงส่งให้คุยกับลูกสาว

จากนั้นคนในสายบอกให้ฉือโอนเงินค่าเทอมเข้ามายังบัญชีก่อน เพื่อที่จะได้รับทุนจำนวน 13,500 บาทบวกกับเงินค่าเทอมเข้าบัญชีไปด้วย ฉือไม่รู้ว่าถูกลวงจึงโอนเงินดังกล่าวให้ไป กระทั่งต่อมาเมื่อไปสอบถามยังมหาวิทยาลัยจึงรู้ว่าถูกหลอก พยายามติดต่อเบอร์ดังกล่าวกลับไป แต่ติดต่อไม่ได้แล้วพ่อร้องไห้ปิ่มขาดใจ

หญิงสาวผิดหวังมาก กลับมาร้องไห้กับแม่ที่บ้าน แม่จึงพาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ พร้อมกับพ่อ แต่ระหว่างทางกลับบ้าน หญิงสาวป่วยหนักมากจนเป็นลมหมดสติไป พ่อแม่จึงพาไปโรงพยาบาล แต่สามวันถัดมาฉือก็สิ้นลมด้วยอาการหัวใจวาย

เรื่องดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้คนในสังคมมาก ทางมหาวิทยาลัยตรวจสอบแล้วยืนยันว่า ไม่เคยส่งข้อมูลนักศึกษาให้ใครเลย เพราะถือเป็นความลับและเป็นไปตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย จึงไม่แน่ชัดว่า คนร้ายได้เบอร์โทรศัพท์แม่ของนักศึกษาสาวมาได้อย่างไร

ที่มา>>>ข่าวสด

สลดชีวิต 3 พี่น้องสุดอนาถา อาศัยในกระต๊อบทรุดโทรมกันตามลำพังที่ปัตตานี

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ได้รับการเปิดเผยจากคุณครูการิม มาลา ครูโรงเรียนบ้านบาโงฆาดิง ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ว่ามีเด็กนักเรียน 3 พี่น้องมีชีวิตที่อนาถาอย่างยิ่ง เพราะต้องอยู่กันตามลำพัง 3 คนพี่น้องในบ้านที่ทรุดโทรมแทบจะพัง เป็นเรือนเล็กๆที่มุงสังกะสีผุพัง ทุกวันต้องหุงหาอาหารกินกันเอง 3 คนพี่น้อง มีความเป็นอยู่ที่ลำบากเป็นอย่างยิ่ง โดยครูการิมเล่าว่า เริ่มจากผอ.ตุแวซารินี นิเซง มีนโยบายให้ครูไปเยี่ยมบ้านนักเรียนตามโครงการเยี่ยมบ้านเด็กนักเรียน โดยไม่ได้บอกกล่าวนักเรียนล่วงหน้า จึงไปเยี่ยมบ้านของด.ญ.ฮายาตี มะมิง อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 พบว่าด.ญ.ฮายาตีมีชีวิตที่ลำบากมากๆ อยู่กับน้องเล็กๆอีก 2 คนในบ้านที่ทรุดโทรมมากๆ เพราะพ่อแม่เดินทางไปรับจ้างกรีดยางที่จ.ยะลา เดือนนึงจะกลับมาหาลูกๆ สักครั้ง ทำให้เด็กทั้ง 3 คนต้องใช้ชีวิตกำลังอย่างที่เห็น “3 พี่น้องอยู่กันตามยถากรรม ต้องหุงหาอาหารกินกันเอง ใช้เตาถ่าน ใช้ฟืน หุงข้าวกินกันแบบตามมีตามเกิด ใช้ชีวิตกันในบ้านหลังเล็กๆ แต่ตอนกลางคืนจะเดินไปนอนบ้านย่า ซึ่งอายุ 70 ปีแล้วในบ้านที่ทรุดโทรมพอๆกัน” คุณครูการิมกล่าวด้วยว่า จากการสอบถามเด็กๆ ทราบว่าพ่อแม่ไปรับจ้างกรีดยางที่อ.กาบัง จ.ยะลา เดือนหนึ่งถึงจะกลับมาครั้ง เอาเงินมาให้ 300-500 บาท ให้ลูกๆทั้ง 3 คนไว้ซื้อข้าวสารไว้หุงหากินกัน พอปิดเทอมก็จะพาลูกๆ ทั้งหมดไปกรีดยางด้วย ชีวิตลำบากมากๆ ช่วงเปิดเทอม เด็กทั้ง 3 คนก็จะขาดเรียน 1-2 สัปาดห์ เพราะยังไม่กลับจากกรีดยาง เป็นแบบนี้ประจำ คุณครูการิมกล่าว ทางโรงเรียนโดยท่านผอ.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเปิดบัญชีให้กับเด็กทั้ง 3 คน ใครประสงค์จะช่วยเหลือ ให้โอนเงินบริจาคเข้าบัญชีธนาคารอิสสลามสาขาโคกโพธิ์ จว.ปัตตานี บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 0961079851 ชื่อบัญชี ด.ญ.ฮายาตี มะมิง

ที่มา>>>ข่าวสด