ชี้หนุ่มวัย 15 จยย.ล้มเอง ไม่มีหลักฐานอาสาถีบ ฮึ่มโพสต์เฟซบุ๊กทำเสียหาย

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางภัคนันท์ พลพิทักษ์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมของน้องอ๊อฟ (นามสมมุติ) วัย 15 ปี พร้อมด้วยนางลัดดา อึ้งพาณิชย์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นยายและญาติ เดินทางพร้อมด้วยนายประกาศิต เพ่งไพฑูรย์ ปลัดเทศบาลตำบลหลุมดินและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบกล้องวงจรปิดและกองสาธารณะสุขของเทศบาลฯ เข้าพบ พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี โดยแม่บุญธรรมและยาย ของน้องอ๊อฟ ได้ร้องขอความเป็นธรรมให้กับน้องอ๊อฟ หลังมีพยานเห็นว่า ก่อนที่น้องอ๊อฟ จะเสียหลักไถลตกข้างทางและกระเด็นไปไกลกว่า 100 เมตร จนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ช่วงที่เกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์ที่มีชายแต่งกายคล้ายตำรวจสวมหมวกกันน็อกคล้ายของเจ้าหน้าที่สายตรวจจราจร เป็นคนขับและคนซ้อนขับไล่กวดและใช้เท้าถีบจนรถเสียหลักล้มเสียหลักล้มผ่านกลางระหว่างเสาไฟและเสาไฟสว่างส่องทางจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะวกกลับรถไปทางเมืองราชบุรี

ทั้งนี้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขี่คู่กันมาด้วยความเร็วสูง จึงขอให้ตรวจสอบบุคคลดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นของเทศบาลตำบลหลุมดินสามารถบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ทั้งหมด เมื่อช่วงเวลา 00.35 น.ของวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ด้าน พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ระบุว่า ชายแต่งชุดคล้ายเจ้าหน้าที่ปรากฏอยู่ในคลิปวีดีโอดังกล่าวเป็นตำรวจอาสา แต่ในวงจรปิดไม่ปรากฏภาพขณะใช้เท้าถีบ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นไปตามที่พยานให้ข้อมูลหรือไม่ ประกอบกับได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจว่า ขณะเกิดเหตุตำรวจอาสาอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ติดตามรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่วัยรุ่น 15 ปีเป็นคนขี่ เพราะเห็นว่าขี่ด้วยความเร็วจึงขี่ตามเพื่อขอตรวจ แต่รถคันดังกล่าวขับหนีด้วยความเร็วและได้หันมามองเจ้าหน้าที่ทำให้รถเสียหลักล้มเอง จึงได้สั่งให้ชุดสืบสวนหาวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพิ่มเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย แต่หากพบว่าตำรวจอาสาไม่ผิด ก็ต้องแจ้งความกลับ ส่วนสาเหตุที่ตำรวจอาสาไม่ได้จอดรถช่วยหลังรถของวัยรุ่นอายุ 15 ปี ล้ม เพราะไม่มีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาล แต่ได้โทรเรียกกู้ภัยแล้ว

ด้านนายประกาศิต เพ่งไพฑูรย์ ปลัดเทศบาลตำบลหลุมดิน กล่าวว่าตนในฐานะเทศบาลตำบลหลุมดินได้ให้เจ้าหน้าที่รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ทั้งหมด 16 ตัว ตลอดเส้นทางของเทศบาลตำบลหลุมดินตั้งแต่ถนนสายหลัก ที่หน้า รพ.สต.ตำบลหลุมดิน และที่บริเวณวัดหลุมดิน จนมาถึงจุดเกิดเหตุที่ปากทางเข้าเทศบาลตำบลหลุมดิน และพยายามที่จะรวบรวมคนที่มีกล้องวงจรปิดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมาให้กับทางสถานีตำรวจต่อไป ในส่วนคนเจ็บซึ่งเมื่อวันเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ของหน่วยป้องกันได้ออกมาช่วยเหลือพร้อมทั้งนำส่งโรงพยาบาลเรียบร้อย

อย่างไรก็ดีในระหว่างที่มีการพูดคุยของทางแม่บุญธรรม และยายต่อหน้า ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ทั้งสองคนได้ยกมือไหว้ขอโทษแทนนายออม (นามสมมุติอายุ 16 ปี) ลูกชายของตนเองว่า ตนต้องขอโทษแทนลูกชายด้วย ได้นำคลิปและข้อความที่ไม่ดีลงเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ขณะที่ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน พนักงานสอบสวน และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริง ตอนนี้ตนยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้แต่ต้องตรวจสอบหลักฐานให้ชัดเจนก่อนเอาผิด ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ขอให้มั่นใจการทำงานของตน หากพบว่าการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายและหากตรวจพิสูจน์แล้วไม่ใช่เป็นการฝ่าฝืนการตรวจขันจับกุมของเจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินคดีผู้นำเข้าภาพและคลิปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ที่มา:ข่าวสด

โรงเรียนอึ้ง! ทำสนามหญ้าใหม่ เศษแก้วเศษปูนเพียบ ผู้ปกครองโวย หวั่นนักเรียนเกิดอันตราย

กลายเป็นประเด็นดราม่า เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊ก คุณ Suphat Ropudong  ได้ถ่ายคลิปวีดีโอขณะสำรวจสนามของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่า ได้พามาสำรวจสนามฟุตบอล เนื่องจากเทศบาลได้ให้งบประมาณโรงเรียนมาปูหญ้า แต่ผู้รับเหมานั้นได้นำดินมาลง 21 ครั้ง โดยเป็นดินที่มีเศษวัสดุก่อสร้าง อย่างเศษปูน กระเบื้อง หรือแม้แต่เศษแก้ว ทั้งที่สัญญาคือให้ลงดินบวกกับปุ๋ย ปรับระดับเพียง 3 เซนติเมตร แล้วให้ปูหญ้าได้เลย แต่หลังจากพบเศษวัสดุก่อสร้างดังกล่าว ทางเทศบาลจึงไม่ยอมสั่งให้ขูดดินแล้วทำใหม่ตามสัญญาแบบเดิม อีกทั้งผู้โพสต์ยังระบุว่าหากลงดินลักษณะนี้ ถ้าเด็กนักเรียนมาใช้สนาม เกรงว่าจะทำให้เกิดอันตรายได้

 
ที่มา:ข่าวสด
สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ร้อยตรีสายโหดที่วางยาเบื่อหมาไก่ตายเกลื่อนกองร้อย ล่าสุดโดนเด้งออกนอกพื้นที่แล้ว แต่กลับมีความจริงอีกด้านที่หลายคนฟังแล้วต้องอึ้ง!!!

จากกรณีมีคลิปเหตุการณ์ของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานในฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 4402 บ้านลาลอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี กำลังขุดหลุมฝังศพสุนัข ที่ถูกผู้บังคับบัญชากองร้อย วางยาเบื่อ -ใช้หนังสติ๊กยิงจนตายจำนวนหลายสิบตัว เผยแพร่ในโลกโซเชียล และต่อมาทาง กอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และทราบมาว่า ฐานปฏิบัติดังกล่าว มีผู้บังคับกองร้อย คือ ร้อยตรี สมยศ ทิพย์รัตน์ คุมอยู่นั้น

ล่าสุด (8 มิถุนายน 2560) เฟซบุ๊ก WATCHDOG THAILAND ได้โพสต์ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า หลังจากที่ทางผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 44 (ผบ.ฉก.ทพ.44) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสาเหตุดังกล่าวเกิดจากฐานปฏิบัติการดังกล่าว อยู่ในชุมชนหมู่บ้านซึ่งมีสุนัขจรจัดอาศัยอยู่จำนวนมาก และมักจะเข้ามากินเศษอาหารที่เหลือภายในหน่วยอยู่เป็นประจำ

ต่อมาสุนัขจรจัดมีจำนวนมากขึ้น ทำให้อาหารไม่พอกิน จึงได้ไปกัดสัตว์เลี้ยง อาทิ แพะ แกะ เป็ด และไก่ของชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายจึงมาเรียกร้องค่าชดเชย จนระยะหลังเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้ ผบ.ร้อย.ทพ.4402 คนดังกล่าว ทำการวางยาเบื่อสุนัขจรจัดเพื่อตัดปัญหานั่นเอง ส่วนเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานที่อยู่ในคลิปทั้ง 2 นาย ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางยาแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นผู้ถูกสั่งให้มาฝังสุนัขที่ตายแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดำเนินการกับ ผบ.ร้อย.ทพ.4402 คนก่อเหตุวางยาสุนัขนั้น ล่าสุด ทาง ผบ.ฉก.ทพ.44 ได้ออกคำสั่งให้ออกนอกพื้นที่และมาช่วยราชการที่กรมทหารพราน พร้อมดำเนินการสอบสวนลงโทษทางวินัยทหาร จากนั้นจะส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ฯ ซึ่งเป็นคดีอาญาแผ่นดินต่อไป

ที่มา : เฟซบุ๊ก WATCHDOG THAILAND / johjae

“หายใจไม่ออก” ข้อความสุดท้ายจากพี่ชาย อุทาหรณ์เตือนใจสุดเศร้าจากผู้สูญเสีย

โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Sakdithat Tuwichian ซึ่งเป็นภาพที่มีลายมือเขียนแทบไม่รู้เรื่องบนกระดาษแผ่นเล็กๆ พร้อมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง โดยได้รับการแชร์ออกไปถึงกว่า 3 หมื่นครั้งแล้ว และอีกกว่า 2 หมื่นคอมเม้นต์ ที่แท้กชื่อคนที่รัก ให้ได้อ่านข้อความนี้

โดยข้อความได้ระบุว่า “เศร้าแท้…บังเอิญเจอกระดาษแผ่นนี้ พี่ชายผมเขียนไว้ก่อนสิ้นลม อ่านว่า …… “ห า ย ใ จ ไ ม่ อ อ ก”

ตอนเขาเขียน เขาพูดไม่ได้ เพราะใส่เครื่องช่วยหายใจ ..คิดดูเถอะ ขนาดใส่เครื่องหายใจยังเขียนว่าหายใจไม่ออก… .จริงๆผมไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องนี้ เพราะมันผ่านมาแล้ว แล้วก็อยากให้ผ่านๆไปเร็วๆ… จนมาเจอกระดาษแผ่นนี้ .. ขอเล่า ละกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใคร…

.. พี่ผมเป็นมะเร็งปอด รู้ตัวก็ระยะสุดท้าย..คืนก่อนเขาจะเสีย ผมนั่งเฝ้าเขาทั้งคืน ยันถึงเช้า ผมเห็นทุกอย่างทุกนาทีว่าเขาเจ็บปวดยังไง.. เห็น ที่เขาพยายามดึงท่อที่คอออก.. เห็นที่เขาจ้องหน้าผมแล้วน้ำตาไหล บีบมือผมไว้แน่นเหมือนพยายามจะพูดอะไร .. เห็น จนวินาทีที่เขาจากไป.. เห็น ทั้ง 4-5 ครั้ง ที่หมอพยายามปั๊มหัวใจยื้อขีวิต และผมเองนี่แหละที่บอกหมอว่า “พอเถอะ ไม่ต้องปั๊มแล้ว”.. ผมนี่แหละ วิ่งตามไปปลอบแฟนเขาที่วิ่งไปนอนดิ้นร้องไห้หน้าบันไดโรงพยาบาล ..ผมนี่แหละเป็นคนโทรบอกข่าวร้ายกับญาติๆ…ก็ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนั้นยังไงได้หมด ไม่รู้ว่าบอกใครให้เชื่อได้ยังไงว่า บุหรี่คือสาเหตุที่ฆ่าพี่ชายผม ไม่รู้จะบอกใครยังไงให้เชื่อ เพราะก่อนพี่ชายจะเขา รพ.ผมเองก็ยังไม่เชื่อ.. แล้วก็คงไม่ต้องสงสัย ว่าทำไมผมถึงไม่แตะ บุหรี่ เหล้า อีกเลย .. ..แล้วก็ไม่ได้จะมาบอกให้ใครเลิกหรือให้ใครเชื่อ “แค่จะบอกว่าgooกับพี่ชายเลิกได้เพราะอะไร..”แล้วก็จะบอกว่ามันมีวิธีเลิกที่ดีกว่านี้ ..

รู้นะว่าคนสูบบุหรี่ไม่อยากอ่านหรอก หรืออ่านก็จะหาข้อแม้มาหักล้าง เพราะกรูเคยเป็นมาก่อน ให้สะเทือนใจยังไง มันก็เรืองของคนอื่น ไม่เห็นจะเกี่ยว.. จนมาเจอกับตัวเอง ป่วยเองจากโรคทางเดินหายใจ พี่ชายแท้ๆจากไปเพราะมะเร็งปอด …”ถึงได้เข้าใจนี่งะ”

“ขออภัย เล่ายาวไปหน่อย ใจจริงอยากให้มันหายมาเล่าเองนะ”

ที่มา>>>ข่าวสด