ภาคเหนือเจอฝนหนักอีกวัน อีก40จว.ยังเตือนจับตาโดนถล่มซ้ำ กทม.ตกหนักร้อยละ 60

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง แต่บริเวณภาคเหนือมีฝนตกหนักบางพื้นที่ต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังอ่อน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเล อันดามันและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง

อนึ่ง พายุโซนร้อน “โนรู” (NORU) มีแนวโน้มเคลื่อนผ่านประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 7-8 ส.ค.60 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ ตาก กำแพงเพชร และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดบึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส และปัตตานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

อันดามันประกาศปิดอ่าววันแรก เข้าสู่ฤดูสัตว์น้ำวางไข่

อันดามันประกาศปิดอ่าววันแรก เข้าสู่ฤดูสัตว์น้ำวางไข่ เรือใหญ่จอดขึ้นปลาที่ท่าตามปกติ ส่วนเรืออวนครอบปลากะตักขนาดเล็ก ทยอยจอดลอยลำ เจ้าของเรือโอดต้องกู้หนี้เพิ่ม อุ้มแรงงานช่วงหยุดเรือ

จากกรณีที่มีการประกาศใช้มาตรการบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำ ในฤดูปลาที่มีไข่และวางไข่เลี้ยงลูก ประกาศปิดอ่าวฝั่งอันดามัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย.ในอาณาเขตพื้นที่ 4,696 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนใน 4 จังหวัด คือจ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.กระบี่ และ จ.ตรัง ซึ่งกำหนดห้ามใช้เครื่องมือในการทำประมงบางชนิด ที่ส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาทู ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับบรรยากาศวันแรก ในการประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวบริเวณท่าเทียบเรือองค์การสะพานปลาภูเก็ต ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 พบว่า ยังมีเรือประมงจำนวนมาก เข้าจอดเทียบท่า นำปลาขึ้นยังท่าตามปกติ ขณะเดียวกันพบว่า มีเรือประมงขนาดเล็กเข้าจอดลอยลำในท่าเพิ่มมากขึ้น

จากการสอบถาม นางกาญจนา หลิมพานิชย์ ผู้ประกอบการเรือประมงอวนดำ กล่าวว่า จากมาตรการดังกล่าวนั้น ไม่กระทบกับเรือประมงขนาดใหญ่ เพราะออกไปจับปลาบริเวณนอกอ่าวในจุดที่น้ำลึก และเห็นด้วยที่ออกมาตรการนี้มา ซึ่งเป็นผลดีต่อการวางไข่ของปลา แต่มีเรือเล็กจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบ เพราะหาปลาในบริเวณน้ำตื้น ของตนเองมีเรือขนาดเล็กก็นำจอดเข้าฝั่งไม่ออกจับปลาตามมาตรการ

ด้านนายสมชาย แก้วสีเหลือง อายุ 50 ปี ผู้ประกอบการเรือประมงอวนครอบปลากะตัก กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ชาวประมงหลายราย ที่มีเรือประมงอวนครอบปลากะตักขนาดเล็ก ขนาด 20-30 ตันกรอส นั้นได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถจับปลาในบริเวณใกล้อ่าวได้ ต้องหยุดเรือและนำเข้าจอดลอยลำ เนื่องจากเรือขนาดเล็กนั้นไม่สามารถออกไปบริเวณน้ำลึกได้นาน เพราะหากมีคลื่นลมแรง จะไม่สามารถจับปลาได้ ทั้งนี้ ในส่วนของทะเลอันดามันนั้น มีน้ำลึกและคลื่นลมแปรปรวนกว่าฝั่งอ่าวไทย ทำให้มีหลายรายที่ต้องหยุดทำประมง ไม่มีรายได้ แต่ก็ต้องเคารพในมาตรการของทางภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการประมงหลายประเภทยังกังวล เรื่องมาตรการใหม่ที่ภาครัฐเพิ่งออก และเริ่มบังคับใช้ ทั้งในส่วนของการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ที่ประกอบอาชีพประมง 2 ปี ซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายค่าขึ้นทะเบียนแรงงานเกือบ 7 พันบาท ต่อแรงงาน 1 คน แต่แรงงานที่ขึ้นทะเบียนมักละเมิดหรือผิดสัญญา หนีงาน ไม่สามารถออกเรือจับปลาได้ และอีก 1 มาตรการที่กังวล คือ มาตรการควบคุมเรือที่ออกทำประมงได้ไม่เกิน 205 วันต่อปี ซึ่งเฉลี่ยเดือนละ 13 วัน ทำให้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านแรงงานสูง เกิดการกู้หนี้ยืมสินมาหมุนเวียนจนรายได้ติดลบ อยากให้ทางภาครัฐเข้ามาดูแลเยียวยา ก่อนที่ผู้ประกอบการจะแบกรับภาระไม่ไหวจนต้องขายเรือทิ้ง.

ที่มา>>>Thairath