อุทาหรณ์..แม่พาลูกเดินเท้าเปล่าริมชายหาด ติดเชื้อจากฉี่สุนัขจนบวมเป่ง-ไข้ขึ้น

เว็บไซต์ เมโทร ของอังกฤษรายงานเรื่องอันตรายใกล้ตัว เมื่อด.ญ.อาเรีย แม็กคาร์ต หนูน้อยวัยขวบครึ่งเกือบสูญเสียนิ้วหัวแม่เท้าไป จากอาการติดเชื้อ เนื่องจากเดินเท้าเปล่าเหยียบหาดทรายที่มีฉี่สุนัขปนเปื้อนอยู่ ระหว่างไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวที่เมืองนอร์ทไอร์เชอร์ แคว้นสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร

นางเอมี-ลีห์ คุณแม่วัย 26 ปี เล่าว่า เห็นความผิดปกติ โดยตัวลูกร้อนจัด ทั้งที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ปากเป็นสีม่วงอ่อน ต่อมาเริ่มร้องไห้ เป็นไข้ และเซื่องซึม ตนนึกว่าลูกเป็นไข้หวัดธรรมดา

 “แต่หลายวันต่อมา ดิฉันเห็นลูกเดินเหินลำบาก ลองกินยารักษาอาการติดเชื้อ แต่นิ้วหัวแม่เท้ากลับบวมเป่งมากกว่าเดิม จึงนำตัวลูกส่งโรงพยาบาล โดยแพทย์ตัดสินใจผ่าตัดเอาผิวหนังนิ้วหัวแม่เท้าทั้งหมดออก เพื่อยับยั้งพิษร้ายไม่ให้แพร่กระจายไปส่วนอื่นของร่างกาย”

คุณแม่ของหนูน้อยเล่าอีกว่า หมอเตือนการไปเที่ยวทะเลว่า เม็ดทรายที่ชายหาดมีทั้งสารเคมีหรือฉี่สุนัขที่ทำปฏิกิริยากับผิวหนัง จึงต้องตระหนักถึงความเสี่ยงหากเดินเล่นโดยไม่สวมรองเท้า

“ดิฉันรู้สึกผิดที่ไม่สวมรองเท้าให้ลูกก่อนออกไปเดินเล่นบนชายหาด ครอบครัวเราไปเที่ยวเป็นร้อยครั้ง แต่ครั้งล่าสุด ลูกถอดรองเท้า เพราะเราคิดว่าเดินบนสนามหญ้ายังถอดรองเท้าเดินได้เลย” นางลีห์กล่าว พร้อมเตือนคนมาเที่ยวทะเลพร้อมสุนัขว่า ฉี่ของมันสามารถทำอันตรายเช่นนี้ได้

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

กู้ภัยช่วยสุนัขนอนจมโคลนริมแม่น้ำหายใจรวยริน คาดติดบ่อมาแล้ว 2 วัน

เมื่อเวลา 12.30 น.ของวันนี้ที่ 16 พ.ย. 59 เจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยอ่างทองรับแจ้งจากประชาชนว่ามีสุนัขติดโคลนนอนหายใจรวยรินน่าเวทนาอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดกำแพง หมู่ที่ 3 ต.หลักฟ้า  อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงนำกำลังออกไปตรวจสอบ พอไปถึงพบสุนัขเพศผู้สีดำตัวใหญ่นอนแน่นิ่งหายใจอ่อนมากอยู่ในโคลนภายในป่าแขมริมแม่น้ำเจ้าพระยา  จากนั้นจึงรีบลงไปทำการช่วยเหลือขึ้นมาบนถนนก่อนจะเร่งทำความสะอาดเอาโคลนออกจากตัวแล้วรีบนำไปหาปศุสัตว์จังหวัดอ่างทองเพื่อทำการรักษาให้รอดชีวิต

นายสิริลักษ์ มโหทร อายุ 50 ปี กล่าวว่า ระหว่างที่ตนทำงานอยู่มีคนวิ่งมาบอกว่าเจอสุนัขติดบ่อโคลนอยู่จึงออกมาดูจากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาทำการช่วยเหลือ  ซึ่งสุนัขตัวดังกล่าวติดบ่อโคลนมา 2 วันแล้ว

นายไพฑูรย์ ผลธุสะ อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยวีอาร์อ่างทอง กล่าวว่า หลังรับแจ้งจึงออกไปตรวจสอบภาพครั้งแรกที่พบเป็นที่เวทนามากเนื่องจากพบเจ้าดำสุนัขเพศผู้อายุน่าจะประมาณ 3-4 ปี นอนจมโคลนอยู่ในป่าแขมติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาหายใจอ่อนมากจึงเร่งเข้าช่วยเหลือก่อนรีบนำไปหาสัตว์แพทย์โดยทางสัตวแพทย์ฉีดยาและให้น้ำเกลือแล้วให้พักดูอาการ 3 วัน สำหรับเจ้าดำที่ไปจมโคลนอยู่คาดว่าน่าจะลงไปหาอาหารกินหรือวิ่งลงไปกินน้ำแต่ที่ดังกล่าวเป็นโคลนเนื่องจากน้ำเจ้าพระยาที่ลดลงทำให้เกิดโคลนจึงไปติดโคลนและไม่สามารถนำตัวเองขึ้นมาได้ ส่วนเจ้าของยังหาไม่พบจึงไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ

ที่มา>>>ข่าวสด

มอบตัวแล้ว! สารวัตรตำรวจ ยิงหมาตายคาแฟลต อ้างเมียท้องจะถูกรุมกัด

‘สารวัตรกองวิจัย’ โผล่มอบตัวคดียิงสุนัขตาย 1 ตัว สาหัส 1 ตัว ลูกหลานเคยถูกกัดหลายรอบไม่เป็นข่าว รอบนี้สุนัขจะรุมกัดเมียกำลังท้อง เกิดบันดาลโทสะ ทั้งที่ผ่านมาก็เคยให้อาหารรวมถึงเคเอฟซี กับสุนัขกลุ่มนี้ด้วย

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำตัว พ.ต.ต.วสวัตติ์ สุขไทย สารวัตรกลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 กองวิจัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อายุ 32 ปี ผู้ก่อเหตุยิงสุนัข ตาย 1 ตัว และเจ็บ 1 ตัว ในแฟลตตำรวจส่วนกลางลาดยาว เมื่อกลางดึกวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพและวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก มามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินสารวัตรมอบตัว อ้างยิงสุนัข เพราะกำลังจะรุมกัดภรรยาที่กำลังท้องของตน

พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยว่า พ.ต.ต.วสวัตติ์ รู้สึกสำนึกผิด พร้อมรับโทษตามกฎหมาย จึงเข้ามอบตัว ซึ่งเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้ง 3 ข้อหา ประกอบด้วย ความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ มาตรา 20 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และข้อหาพกพาปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พร้อมดำเนินการทางวินัยกับพ.ต.ต.วสวัตติ์ ด้วย

“ส่วนการตรวจซากสุนัข พบว่าตายเนื่องจากเสียเลือดมาก ส่วนอีกตัวที่บาดเจ็บ ขณะนี้รักษาที่โรงพยาบาลสัตว์รามอินทรารวมแพทย์ซอย 5 อาการปลอดภัยแล้ว โดยสัตวแพทย์คาดว่าต้องใช้เวลารักษาประมาณ 1 สัปดาห์ ค่ารักษาประมาณ 1 หมื่นบาท ซึ่งตัวเองจะรับผิดชอบค่ารักษาให้ทั้งหมด ส่วนสุนัข มีผู้ติดต่อขอรับไปเลี้ยงแล้ว”

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า หากตำรวจกระทำความผิด จะไม่มีการยกเว้นทุกกรณี ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย และเบื้องต้นได้หารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำหนดมาตรการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ที่อยู่ตามแฟลตตำรวจทั่วประเทศด้วย พร้อมขอให้ตำรวจทุกนายมีความยับยั้งชั่งใจมากกว่าปกติ เนื่องจากตำรวจพกพาปืนพ.ต.ต.วสวัตติ์ กล่าวขอโทษคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงกลุ่มคนรักสัตว์ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าก่อเหตุเนื่องจากบันดาลโทสะ และเป็นเหตุจวนตัวจึงขอรับผิดทุกข้อหา และสัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

พ.ต.ต.วสวัตติ์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา ภรรยาถูกสุนัขกว่า 20 ตัว ล้อมกัด แต่วิ่งหนีได้ทัน และวันเกิดเหตุ ตัวเอง และภรรยากลับจากงานกาชาดกลางดึก ก็ถูกสุนัขกลุ่มเดิมมาล้อมอีก โดยจะเข้ามารุมกัด ซึ่งภรรยาตั้งครรภ์อยู่ ในฐานะหัวหน้าครอบครัว และพ่อของลูก จึงพยายามปกป้องและป้องกันภัยคุกคามให้คนที่เรารัก

“ทั้งนี้ตัวเองอาศัยอยู่ที่แฟลตแห่งนี้มากว่า 5 ปีแล้ว ที่ผ่านมา มีหลายคนถูกสุนัขจรจัดในแฟลตกัดหลายครั้ง แต่ไม่เป็นข่าว และคาดว่าในช่วงนี้อากาศร้อน สุนัขจึงดุ นอกจากนี้ตัวเองก็เลี้ยงสุนัขเช่นกัน และที่ผ่านมาก็เคยให้อาหารรวมถึงเคเอฟซี กับสุนัขกลุ่มนี้ด้วย” พ.ต.ต.วสวัตติ์ กล่าว

ที่มา>>>Thairath