เพื่อนกลับมาห้องถึงผงะ! สาวโดนฆ่าโหด เข็มขัดรัดคอดับ ตร.พบปมมีผู้ชายมาชอบหลายคน

เมื่อเวลา 01.40 น.วันที่ 10 ส.ค. พ.ต.ท.ธาดา โสดารักษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นภายในห้องพัก หลังร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.ท.สุธรรม รัตนสว่างวงศ์ รองผกก.ป. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย

ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักของพนักงานอยู่หลังร้านอาหารดังกล่าว ภายในห้องพบศพน.ส.ธิดา โม อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหาร สภาพนอนหงายอยู่บนที่นอน สวมกางเกงขาสั้นสีดำ ใส่เสื้อยืดลายขวาง ลิ้นจุกปาก มีเลือดไหลติดอยู่บนที่นอน ที่ลำคอมีเข็มขัดสีดำเส้นเล็กแบบของผู้หญิงพันติดอยู่

ภายในห้องไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บเข็มขัดเส้นดังกล่าวกลับไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง จากนั้นได้นำศพส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตเพื่อให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียด หาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง

จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายทราบว่า ผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี ร่าเริง สนุกสนาน มีแฟนหนุ่มร่วมชาติเดียวกัน ที่ผ่านมามักมีชายหนุ่มมาเฝ้าติดพันหลายคน ซึ่งตนและผู้ตายทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านเดียวกันและพักด้วยกัน โดยขณะเกิดเหตุร้านอาหารได้ปิดร้าน 3 วัน เนื่องจากให้แรงงานต่างด้าวที่ไม่ถูกต้องเดินทางทำหนังสืออนุญาตการทำงานที่จังหวัดระนอง ซึ่งตนได้เดินทางไปวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายอยู่ที่ห้องพักเพียงลำพัง จากนั้นในเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 10 ส.ค. ตนได้เดินทางกลับมาถึงห้องพัก เห็นผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนแล้ว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

จากการสอบถามแรงงานต่างด้าวที่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียงทราบว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่าน พบผู้ตายเดินอยู่หน้าห้อง หลังจากนั้นไม่มีใครเห็นผู้ตายอีกเลย จนเพื่อนชาวเมียนมาที่พักอยู่ด้วยกันกลับมาจาก จ.ระนองมาพบ กลายเป็นศพถูกฆ่ารัดคออยู่ในห้องพักแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนรู้จักหรือสนิทกับผู้ตายเป็นอย่างดี จนสามารถเข้ามาภายในห้อง เพื่อพูดคุยหรือตกลงปัญหาบางอย่างกัน แต่ไม่สามารถตกลงกัน จึงถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

ส่วนประเด็นการฆาตกรรมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องชู้สาว ความขัดแย้งส่วนตัวและเรื่องอื่นๆ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.ฉลองได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านและบริเวณรอบๆ ร้าน ตลอดจนใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้โดยเร็วที่สุด

ขอบคุณภาพจาก Sayan Thammaphan มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

วอนผู้ใจบุญ ช่วยด.ญ.3 ขวบ อุดร ไม่มีรูทวารตั้งแต่กำเนิด

วันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 129  หมู่ 5 บ้านโนนชัยศรี ต.อูบมุง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี มีเด็กหญิงร่างกายผิดปกติ ไม่มีรูทวารหนักมาตั้งแต่กำเนิด อาศัยอยู่กับตาและยาย จึงเดินทางไปที่บ้านดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง พบนางบุญมี อามาตย์มนตรี อายุ 48 ปี อาศัยอยู่กับสามี มีอาซีพ เลี้ยงวัว และรับจ้างทั่วไป และหลานสาวอีก 2 คน คนหนึ่งร่างกายผิดปกติคือ ด.ญ.อาราดา หรือน้องอันดา อามาตย์มนตรี อายุ 3 ขวบ ไม่มีรูทวารในการขับถ่าย แพทย์ได้เจาะรูที่ท้องในการขับถ่ายไว้ตั้งแต่เกิด ทำให้ขับถ่ายไม่เป็นเวลา มักขับถ่ายออกมาเกือบตลอดเวลา อีกคนเป็นน้องสาวร่างกายปกติดีคือด.ญ.นศริศรา อามาตย์มนตรี อายุ 1 ขวบ 10  เดือน นางบุญมี เปิดเผยว่า น้องอันดา เป็นลูกของ น.ส.สุมาลี อามาตย์มนตรี อายุ 26 ปี ลูกสาวของตนที่อยู่กินกับนายเดือน วิชามาตย์ อายุ 25 ปี สามี ซึ่งทั้งคู่ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารใน กทม. ตอนลูกสาวตั้งท้องน้องอันดา ได้ไปฝากครรภ์ไว้กับหมอที่ ร.พ.รามาธิบดี หมอได้ทำการอัลตราซาวด์ ทราบว่าน้องอันดาไตโต จนท้องมา 7 เดือน ตัวน้องอันดา บวมอยู่ในท้อง ต้องผ่าตัดเอาเด็กออกมา มิเช่นนั้นอาจเสียชีวิตทั้งแม่และลูก หลังผ่าตัดออกมาพบว่าน้องอันดาไม่มีรูทวารหนัก แพทย์ได้ทำการเจาะรูที่ท้อง เพื่อในการขับถ่ายออกเสียออกมา ต้องนอนรักษา ห้องไอซียูอยู่โรงเพยาบาล  2 เดือน หมดค่ารักษาไป 3 หมื่นบาท ลูกสาวจึงได้โทรศัพท์มาปรึกษา นางบุญมี กล่าวต่อว่า ต่อมาตนและสามี จึงได้เดินทางไปรับหลานสาวมารักษาต่อที่บ้านในจ.อุดรธานี ซึ่งน้องอันดา ยังเป็นโรคหัวใจรั่วด้วย ในช่วงแรกน้องอันดา ติดเชื้อในระบบปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา ต้องพาไปรักษาที่ ร.พ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ทุกเดือน เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งละ 3,000 บาท ต้องนอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 14 วัน ทุกครั้ง ต่อมาน้องอันดา อายุ 8 เดือน ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวไปเย็บผนังกั้นผ่ารูทวารหนัก ที่ โรงพยาบาลศิริราช แต่ก็ยังขับถ่ายไม่ได้เหมือนคนปกติ ในช่วงแรกลูกสาวและลูกเขย ส่งเงินมาให้มาช่วยค่ารักษา น้องอันดา เดือนละ7,000 บาทแต่พอมาระยะหลังเศรษฐกิจไม่ดี ส่งมาให้ เดือนละ 2- 3 พันบาท ทำให้ตอนนี้ไม่มีเงินค่าเดินทางพาน้องอันดาไปรักษา ซึ่งทาง ร.พ.อำเภอหนองวัวซอ ได้ให้ยาเบตาดีนและแอลกอฮอล์ พร้อมสำลีฟรี เพราะใช้สิทธิ์บัตรทองรักษา โดยจะใช้ทาแผลที่เจาะรูหน้าท้องต้องทำความสะอาด น้องอันดา ไม่สามารถเข้าโรงเรียนได้ เนื่องจากกลัวว่าเพื่อนวัยเดียวกัน จะดึงสายยางออก หรือไม่กลัวหกล้มจะได้รับการกระทบกระเทือนที่บริเวณหน้าท้องนางบุญมี กล่าวต่อไปอีกว่า วอนขอผู้ใจบุญได้ช่วยเหลือน้องอันดา ให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้น้องอันดา จะได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป โดยสามารถโอนเงินมาช่วยเหลือได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หมายเลขบัญชี  019438023097 สาขาโนนหวาย จ.อุดรธานี ชื่อนางบุญมี อามาตย์มนตรี เพื่อจะได้นำเงินไปรักษาน้องอันดาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มคลั่งจะโดดตึกชั้น4 ตร.กล่อมนับช.ม.ไร้ผล-ก่อนบอกจะให้500 สุดท้ายยอมลงมาง่ายๆ

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 18 มิ.ย. ศูนย์วิทยุ 191 สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งว่าบนดาดฟ้าอาคารสูง 4 ชั้น เลขที่ 108/1 ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริเวณสี่แยกตลาดเจ๊กเปียะ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน มีชายไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงยีนขายาวสีดำ พูดจาวกวน ได้ปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าของอาคารและทำท่าเหมือนจะกระโดดลงมา จึงได้ประสานไปยังร.ต.อ.อนุชาติ เสมสะอาด รองสว.ป.สภ.หัวหิน หัวหน้าชุดสายตรวจและประสานขอรถพยาบาลของมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน ให้มายังที่เกิดเหตุด้วย

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเวลาประมาณตี 4 ชายคนดังกล่าวได้เข้าไปรื้อค้นของในร้านสะดวกซื้อหน้าโรงแรมหัวหินแกรนด์ จากนั้นตำรวจ สภ.หัวหิน ได้ควบคุมตัวมาสงบสติอารมณ์ที่สภ.หัวหิน โดยที่ไม่มีการเอาเรื่องหรือดำเนินคดีและให้กินข้าวกับน้ำดื่ม จนดูว่าจะปกติแล้วเจ้าหน้าที่จึงได้ตักเตือนก่อนปล่อยตัวไปเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น.ที่ผ่านมา กระทั่งชาวบ้านแจ้งว่าพบคนจะกระโดดตึกหลังมาตรวจสอบพบว่าเป็นชายคนเดียวกัน ซึ่งชายคนดังกล่าวได้เดินบนดาดฟ้าวนไปวนมา มีทีท่าว่าจะกระโดดตึก ทำเอาประชาชนที่มามุงดูหวาดเสียวไปตามๆกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเกลี้ยกล่อมนานอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่เป็นผล ชายคนดังกล่าวพูดแต่เพียงว่า อย่าจับผมและพยายามบอกให้ตำรวจออกไปจากที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลา 08.00 น. ตำรวจสายตรวจและชุดเจรจาต้องถอดเครื่องแบบออกและยืนปะปนกับชาวบ้าน เพื่อพยายามเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัย รวมถึงประชาชนต่างกะโกนให้ชายคนดังกล่าว ลงมาแต่โดยดี รวมถึงพยายามบีบให้เดินไปอยู่ในมุมที่สามารถรวบตัวได้ง่าย แต่ก็ยังไม่เป็นผล ชายคนดังกล่าวไม่ยอมลงและไม่บอกว่าตัวเองต้องการอะไร จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกอุบายว่าจะให้เงิน 500 บาท ถ้ายอมลงมา ซึ่งก็พบว่าชายคนดังกล่าวตอบรับและค่อยๆปีนลงมาที่บริเวณซอกตึก โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะง่ายเพียงนี้ แต่หลังจากที่ชายคนดังกล่าวได้ลงมาถึงพื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าควบคุมตัว แต่ก็ไม่ยอมให้จับตัวกลับขอเดินไปเอง ไม่ยอมขึ้นรถ โดยได้เดินเข้าไปนั่งในร้านอาหารที่ยังไม่ได้เปิดขาย พร้อมกับบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนถูกจับแล้วจะตายแล้ว ขอกินของอร่อยๆสักมื้อ ให้ตำรวจสั่งมาให้กินหน่อย ซึ่งพูดจาวนๆ แบบนี้อยู่หลายรอบ จนเจ้าหน้าที่บอกว่าร้านนี้ยังไม่เปิด ให้ขึ้นรถไปกินอีกร้านแทน สุดท้ายจึงยอมเดินไปขึ้นรถแต่โดยดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไปยังสภ.หัวหิน เพื่อสงบสติอารมณ์อีกครั้ง ท่ามกลางความโล่งใจของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่รอลุ้นเหตุการณ์อยู่ในที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ได้ตรวจสอบหลักฐานเอกสารภายในตัวชายคนดังกล่าวแต่ไม่บอกเอกสารใดๆที่ระบุชื่อที่อยู่ หรือภูมิลำเนาได้ คงต้องรอให้มีอาการดีขึ้นและถามตอบรู้เรื่องก่อน จึงจะสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อติดต่อญาติมารับตัวกลับไปได้

ที่มา>>>ข่าวสด