เปิดจองตั๋วรถไฟรุ่นใหม่ 4 เส้นทาง วิ่งเที่ยวแรก 11 พ.ย.นี้

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.เตรียมเปิดให้บริการเดินรถโดยสารรุ่นใหม่ใน 4 เส้นทาง และกำหนดวันเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการใน 2 เส้นทางแรก เส้นทาง‘อุตราวิถี’ กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ และเส้นทาง“อีสานวัตนา” กรุงเทพ-อุบลราชธานี-กรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 2559 เป็นต้นไป ขณะที่อีก 2 เส้นทางคือ เส้นทาง“อีสานมรรคา” กรุงเทพ-หนองคาย-กรุงเทพ และเส้นทาง “ทักษิณารัถย์” กรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 2559 เป็นต้นไป

การให้บริการรถโดยสารรุ่นใหม่ใน 4 เส้นทาง จะนำมาให้บริการเดินรถทดแทนรถโดยสารปัจจุบัน ตามตารางเวลาเดินรถเดิม 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ เส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย-กรุงเทพ และเส้นทางกรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ ยกเว้นเส้นทางกรุงเทพ-อุบลราชธานี-กรุงเทพ ที่จะเปิดให้บริการทั้งขบวนรถโดยสารใหม่และขบวนรถปัจจุบันควบคู่กัน แต่จะให้ขบวนรถใหม่เดินรถทดแทนเวลาเดิมของรถปัจจุบัน ขณะที่ขบวนรถปัจจุบันจะมีการขยับเวลาการให้บริการที่เหมาะสมต่อไป5รายละเอียดตารางเวลาเดินรถประจำวันของรถโดยสารรุนใหม่ ประกอบด้วยขบวน 9 รถด่วนพิเศษอุตราวิถีเส้นทางกรุงเทพ–เชียงใหม่ ออกเวลา 18.10 น.ถึงเวลา 07.15 น., ขบวน 10 รถด่วนพิเศษอุตราวิถีเส้นทางเส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพ ออกเวลา 18.00 น.ถึงเวลา 06.50 น., ขบวน 23 รถด่วนพิเศษอีสานวัตนาเส้นทางกรุงเทพ–อุบลราชธานี ออกเวลา 20.30 น.ถึงเวลา 06.35 น., ขบวน 24 รถด่วนพิเศษอีสานวัตนาเส้นทางอุบลราชธานี-กรุงเทพ ออกเวลา 19.00 น.ถึงเวลา 05.16 น.

ขบวน 25 รถด่วนพิเศษอีสานมรรคาเส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย ออกเวลา 20.00 น.ถึงเวลา 06.45 น., ขบวน 26 รถด่วนพิเศษอีสานมรรคาเส้นทางหนองคาย-กรุงเทพ ออกเวลา 19.10 น.ถึงเวลา 06.00 น., ขบวน 31 รถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์เส้นทางกรุงเทพ-หาดใหญ่ ออกเวลา 14.45 น.ถึงเวลา 06.35 น., และขบวน 32 รถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์เส้นทางหาดใหญ่-กรุงเทพ ออกเวลา 18.45 น.ถึงเวลา 10.30 น.3“ในเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ และกรุงเทพ-อุบลราชธานี-กรุงเทพ รฟท. ได้เปิดให้ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วโดยสาร สำหรับใช้บริการรถโดยสารรุ่นใหม่ได้แล้ว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนเส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย-กรุงเทพ และกรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ สามารถจองตั๋วโดยสารได้ ทุกสถานีทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป “นายวุฒิชาติกล่าว และว่าสำหรับผู้โดยสารที่ได้จองตั๋วโดยสารไว้ล่วงหน้าแล้ว และมีกำหนดเดินทางหลังจากขบวนรถใหม่เริ่มให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. และวันที่ 2 ธ.ค. 2559 นั้น รฟท. อนุญาตให้ผู้โดยสารสามารถใช้บริการรถโดยสารรุ่นใหม่ได้ทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

สำหรับขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ แต่ละขบวนประกอบด้วย รถพ่วงเป็นรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 (บนอ.ป.) รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.ป.) ในจำนวนนี้มีรถสำหรับผู้พิการ 1 คัน รถโบกี้ขายอาหารปรับอากาศ (บกข.ป.) และรถกำลังไฟฟ้า (Power Car) ที่สามารถทำให้ขบวนรถไฟขบวนนี้เป็นขบวนรถที่ช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศอีกทั้งยังประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยครบครัน อาทิ ห้องน้ำระบบสุญญากาศ ระบบกันสะเทือนแบบรถไฟความเร็วสูง ระบบทีวีแจ้งเตือน ปลั๊กไฟบริการทุกที่นอน จอทีวีส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารชั้น 1 กล้องวงจรปิดควบคุมความปลอดภัย รถสำหรับคนพิการ เป็นต้น2

อัตราค่าโดยสารรถโดยสารรุ่นใหม่ทั้ง 4 เส้นทาง ประกอบด้วย

เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 เตียงบน 791 บาท เตียงล่าง 881 บาท, รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 เตียงบน 1,253 บาท เตียงล่าง 1,453 บาท

เส้นทางกรุงเทพ-อุบลราชธานี-กรุงเทพ รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 เตียงบน 731 บาท เตียงล่าง 821 บาท, รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 เตียงบน 1,120 บาท เตียงล่าง 1,320 บาท

เส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย-กรุงเทพ รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 เตียงบน 748 บาท เตียงล่าง 838 บาท, รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 เตียงบน 1,157 บาท เตียงล่าง 1,357 บาท

เส้นทางกรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 เตียงบน 855 บาท เตียงล่าง 945 บาท, รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 เตียงบน 1,394 บาท เตียงล่าง 1,594 บาท4

ที่มา>>>ข่าวสด

คุณตาวัย 74 ชาวพิษณุโลก ปั่นจักรยานออกถางป่า ริมทางรถไฟ ยึดมั่นขอทำดีถวายในหลวง

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. บริเวณถนนเลียบทางรถไฟบึงพระ หลังกองบิน 46 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางสัญจนไปมา ต่างพบเห็นชายชราสูงอายุคนหนึ่ง กำลังใช้มีดถางหญ้าที่รกชัฏอยู่อย่างตั้งใจเป็นประจำอย่างนี้ทุกวัน จนเป็นที่ชื่นชมของผู้พบเห็น201610201923071-20041022171637ผู้สื่อข่าวจึงเข้าไปสอบถาม ได้ความว่าชื่อนายเพชร์ ตรุดเส็ง อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/14 หมู่ 8 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก คุณตาเพชร์ เปิดเผยเรื่องราวที่มาตัดหญ้าบริเวณถนนเลียบทางรถไฟบึงพระ ว่าภูมิลำเนาดั้งเดิมเป็นชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ แต่มายึดอาชีพขับสามล้อรับจ้างที่พิษณุโลก ต่อมาประสบอุบัติเหตุ จึงไม่ได้ขับสามล้อต่อ แต่ด้วยเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง ประกอบกับเห็นว่าบริเวณริมถนนที่ใช้สัญจรผ่านทุกวันมีหญ้าขึ้นรกชัฏ201610201923072-20041022171637อีกทั้งช่วงกลางคืนก็เป็นเส้นทางเปลี่ยวอาจจะเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพมาก่อเหตุได้ จึงตัดสินใจปั่นรถจักรยานคู่ใจออกจากบ้านตั้งแต่เช้า พร้อมเครื่องมือ เคียว มีดหวด มีดพร้า ห่อข้าวและน้ำดื่มเตรียมออกมาถางหญ้า ตัดหญ้าริมทางไปเรื่อยๆจนกว่าจะรู้สึกเหนื่อย ก็จะพักกินเข้าเช้าดื่มน้ำ แล้วก็ถางหญ้าต่อไปจนถึงเวลาประมาณ 10 โมง จึงจะเก็บเครื่องมือปั่นจักรยานกลับบ้านทำแบบนี้ทุกวัน ก็เพื่อให้ถนนเส้นนี้ดูสะอาดและปลอดภัย

“ผมเองไม่ได้รู้สึกว่าการมาถางหญ้าริมทางเป็นงานที่ต่ำต้อย หรือว่าจะต้องมีคนจ้าง แม้ว่าผมเองจะมีฐานะยากจน มีรายได้เพียงเบี้ยยังชีพคนชรากับเงินที่ลูกๆให้บ้าง เดือนละไม่กี่บาท แต่ผมก็ยึดหลักพอเพียงตามในหลวง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทำให้พอมีกินมีใช้ มีคนผ่านไปมาเมตตาซื้อกับข้าว ซื้อของให้กินบ้าง แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะยึดมั่นว่านี่คือการทำความดีอย่างหนึ่ง เพื่อขอถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งตนใจว่าจะทำอย่างนี้ต่อไปทุกวันจนกว่าจะหมดแรงทำไม่ไหว” คุณตาเพชร์ เผย

ที่มา>>>ข่าวสด

“สาวทอม”ควงกิ๊กหนุ่มวัย 15 ฆ่า”ดี้สาว”แล้วจับศพแขวนคอ แถมสวมรอยโพสต์FBผู้ตายอำพราง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 กรกฎาคม ที่สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.บุญธรรม วรรณรัตน์ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล รองผบก.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน แถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมอำพรางศพด้วยการผูกคอในหอพักแห่งหนึ่งชุมชนตาลเดี่ยว อ.หัวหิน โดยผู้ต้องหามี 2 คน ได้แก่ น.ส.กชกร หรือบัว ชาวชัยนาท อายุ 19 ปี ชาวนครปฐม อีกรายเป็นเยาวชน ชื่อนายต้าร์ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ชาวจ.นครปฐม เช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง 2 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรมน.ส.โสดาพันธ์ หรือแก้ว คำศิลป์ อายุ 36 ปี ชาวเพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ท่ามกลางญาตของผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่มายืนดูการแถลงข่าวด้วยน้ำตานองหน้า  พ.ต.อ.สิทธิชัยกล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนผูกคอตายภายในหอพักเมื่อเวลา 16.40 น.ของวันที่ 24 กรกฎาคม ผู้ดูแลหอพักเป็นผู้เปิดประตูห้องพักของน.ส.แก้วผู้เสียชีวิต หลังจากที่คนสวนพบกุญแจห้องตกอยู่ที่สวนของหอพัก เมื่อโทรศัพท์ไปหาเจ้าของห้องพักไม่มีคนรับสาย จึงได้นำกุญแจไปเปิดห้อง ก็พบว่าน.ส.แก้วได้เสียชีวิตในสภาพใช้ผ้าปูที่นอนผูกคอกับราวภายในห้องน้ำ ทั้งนี้ผู้ดูแลหอพักให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้วยว่า พบเหตุผู้ตายครั้งสุดท้ายในช่วงกลางคืน ขณะเดินขึ้นหอพักพร้อมกับน.ส.บัว และนายต้าร์ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบพิรุธหลายอย่าง ทั้งการเดินเข้าออกห้องพักผู้เสียชีวิตหลายครั้ง มีการสูบบุหรี่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และขณะเดินออกจากหอพักโดยที่ไม่มีผู้ตายเดินออกมาด้วย จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาสอบสวน ขณะกำลังกบดานที่จ.นครปฐม ก่อนที่จะยอมรับสารภาพในที่สุด น.ส.บัวสารภาพว่า ตนและน.ส.แก้วคบหาในฐานะแฟนมาได้ประมาณ 1 ปี ก่อนหน้านี้ตนไม่ได้มีใคร คบกับผู้ตายเพียงคนเดียวและผู้ตายเป็นคนมาจีบตนก่อน ตนไม่เคยหลอกว่าเป็นทอม ส่วนแฟนใหม่ที่เป็นผู้ชายนั้น ตนเพิ่งมาคบหลังบอกเลิกกับผู้ตายได้ไม่นาน โดยในวันเกิดเหตุตนตั้งใจมาเคลียร์ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับผู้ตาย โดยพาแฟนใหม่มาด้วยเพื่อยืนยันว่ามีคนใหม่แล้วเพราะกลัวผู้ตายไม่เชื่อ ไม่ได้ตั้งใจมาฆ่า  รวมทั้งต้องการเคลียร์ปัญหาหนี้สินที่ตนหยิบยืมจากผู้ตายกว่า 7 หมื่นบาทไปใช้รักษาตัวเพราะไม่สบายด้วย โดยจะผ่อนชำระให้เป็นงวดๆละ 10,000 ถึง 15,000 บาท ตนไม่ได้จะมาขอเงินอีกเพราะเลิกกันแล้ว แต่ระหว่างเจรจา เกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน และตนเกิดโมโหที่ผู้ตายขึ้นเสียงใส่ตน ทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบใช้หมอนปิดหน้าผู้ตายบนเตียงนอน แล้วแฟนใหม่ก็มาช่วยจับขาผู้ตายไว้ จนผู้ตายแน่นิ่งไป

“จากนั้นหนูพยายามจะปลุกพี่แก้วแล้ว แต่ไม่ตื่นขึ้นมา ทำให้คิดว่าเสียชีวิตแล้ว หนูกับแฟนใหม่จึงใช้ผ้าปูที่นอน มาผูกกับราวในห้องน้ำแล้วอุ้มร่างของผู้ตายมาแขวนไว้ ทำทีว่าผูกคอตายเอง แล้วรีบออกจากหอพัก โดยทิ้งกุญแจห้องไว้ที่สวน ก่อนออกมาเรียกรถรับแจ้งหน้าหอพัก ให้พาไปส่งที่ห้องพักแห่งหนึ่งในอ.หัวหิน โดยที่หนูได้หยิบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายติดมือมาด้วย เพื่อจะลบข้อมูลที่มีการติดต่อกันระหว่างหนูกับผู้ตาย แต่เพราะหนูไม่มีเงินติดตัว จึงได้ให้โทรศัพท์มือถือของผู้ตายเป็นค่ารถไป จากนั้นตอนเช้าได้รีบหนีขึ้นรถไฟไปกบดานที่บ้านพักใน จ.นครปฐม ก่อนถูกตำรวจตามจับได้ในที่สุด”น.ส.บัวให้การ

ด้านญาตของผู้ตายให้ข้อมูลด้วยว่า ผู้ตายเป็นคนดีชอบทำบุญมาก ต้องเลี้ยงลูก 1 คน แต่เกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ตนเห็นผู้ตายรับโทรศัพท์ของน.ส.บัว แต่มีปากเสียงทะเลาะกันตลอดเวลา โดยในช่วงดึกของคืนเกิดเหตุ พบว่าเฟซบุ๊คของผู้ตายมีการโพสต์ภาพคล้ายกับว่าผู้ตายโพสต์เอง ซึ่งไม่ใช่ แต่เป็นฝีมือของผู้ต้องหาที่ต้องการอำพรางคดี

นอกจากนี้ญาติไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะแค่ใช้หมอนปิดหน้าจนเสียชีวิต เพราะสภาพศพมีร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างหนักทั้งตามร่างกายที่เขียวช้ำและที่ใบหน้า คล้ายการถูกจับหน้ากระแทกพื้น ทำให้ญาตไม่เชื่อตั้งแต่แรกว่าจะผูกคอตายเองและเชื่อว่าถูกฆาตกรรม โดยขณะนี้ยังไม่ได้เผาศพ ต้องการเก็บไว้เพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม อยากให้ผู้ต้องหาได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับผู้ตาย

ที่มา>>>ข่าวสด