เจอแล้ว! คนใจหล่อ ช่วยลูกแมวกลางถนน เผยแมวปลอดภัย คนช่วยเจ็บ เพราะถูกกัดนิดนึง

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ คนขับรถเก๋งเลขทะเบียน กง 557 ลพบุรี ได้จอดรถช่วยเหลือแมวตัวหนึ่งที่หลงทางมาอยู่ในช่องทางด่วน โดยนำขึ้นรถพามาได้อย่างปลอดภัยนั้น ขณะเดียวกันผู้ใช้เฟซบุ๊ก คุณ Suwanna Thabping ได้โพสต์ภาพระบุว่า เพื่อนของตนได้ลงไปช่วยเจ้าเหมียว แต่ปรากฎว่าคนที่ช่วย ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากโดนเจ้าเหมียวที่อยู่ในอาการตกใจนั้นกัดเอา อย่างไรก็ตาม เจ้าเหมียวน้อยขณะนี้ปลอดภัยแข็งแรงดี

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดคลิปนาทีรถทัวร์พุ่งชนช้างพลายอุดรบนเขาขุนตาน ลากไปไกลกว่า 100 เมตร

เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 30 ก.ย. พ.ต.ท.สมบุญ ญาณะ สว.(สอบสวน)สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ชนช้างเสียชีวิตและมีคนติดอยู่ในรถ ใกล้กับศูนย์บริการทางหลวงขุนตาน ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.ห้างฉัตร กู้ภัยเวียงตาล สมาคมกู้ภัยลำปาง นำเครื่องตัดถ่างมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ201610010009531-20080612161324พบรถทัวร์สองชั้นสีฟ้า-ส้ม บริษัท 999 จำกัด สายกรุงเทพ-เชียงใหม่ ทะเบียน 15-6472 กรุงเทพฯ จอดอยู่กลางถนนเลนขวา ด้านหน้ารถทัวร์พบซากช้างพลายอายุประมาณ 13 ปี งาหักไป 1 ข้าง นอนตะแคงติดอยู่ใต้ท้องรถไปครึ่งตัว สภาพน่าเวทนาต่อผู้พบเห็น

สภาพด้านหน้ารถฝั่งคนขับกระจกแตกทั้งบาน เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องตัดถ่างเร่งให้การช่วยเหลือคนขับรถได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกอัดก็อปปี้ติดอยู่ คือนายนริศ จิตตรง อายุ 45 ปี นำส่ง รพ.อย่างเร่งด่วน ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถทัวร์จำนวน 25 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด201610010009533-20080612161324เบื้องต้นคาดว่าเป็นช้างเลี้ยงชื่อพลายอุดม ที่นำมาปล่อยคืนสู่ป่าบริเวณเขตรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยก่อนเกิดเหตุประมาณ 15 นาที มีพลเมืองดีโทรแจ้งว่าพบช้างออกมาเกินอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่พยายามจะผลักดันให้กลับเข้าป่า แต่ไม่ทันการณ์

ผู้โดยสารรถทัวร์รายหนึ่งเล่าว่า เห็นรถเก๋งคันหน้าหักหลบแล้ว แต่รถทัวร์ขับตามมาเลนขวาค่อนข้างเร็ว ไม่สมารถหักหลบได้ทัน จึงชนเข้าอย่างจัง ก่อนลากไปไกลร่วม 100 เมตร

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะเสยท้ายเก๋ง 2 แม่ลูก เสียหลักเหวี่ยงชนเสาไฟฟ้า รถเกือบขาดครึ่ง ดับคาซาก 2 ศพ

วันที่ 3 ก.ย. ร.ต.อ.กิจจพัฒน์ จิตติราช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบนถนนบรมราชชนนี ช่องทางคู่ขนาน หน้าศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล หมู่ 5 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน แพทย์เวร ร.พ.พุทธมณฑล เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุพบรถเก๋งนิสสัน เซฟิโร่ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน พล 6921 กทม. ชนกับเสาไฟฟ้ารถเกือบขาดเป็น 2 ท่อน พังยับเยินทั้งคัน ฝากระโปรงท้ายเปิดอ้าออก กันชนหลุด กระจกหน้าแตกหลุดออกทั้งบาน ภายในรถพบศพนายภัทราวุธ ทีปะปาล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/73 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. เสียชีวิตติดคาซากอยู่บนเบาะคนขับ ส่วนที่เบาะผู้โดยสารพบศพนางมยุพรรณ ทีปะปาล อายุ 65 ปี ผู้เสียชีวิตทั้งสองคนเป็นแม่ลูกกันทำอาชีพค้าขายผ้าห่างไปประมาณ 100 เมตร พบรถกระบะ อีซูซุ สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน ถษ 6634 กทม. ด้านหลังต่อเป็นตู้เหล็กจอดอยู่ซึ่งเป็นรถยนต์คู่กรณี สภาพรถด้านหน้าแถบซ้ายมีร่องรอยการเฉี่ยวชน แต่ไม่พบคนขับรถ คาดว่าหลบหนีไปในช่วงชุลมุน จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถเก๋งของผู้ตายขับมาทางตรงในช่องทางคู่ขนาน ขณะนั้นมีรถจยย.ขับขี่อยู่ด้านหน้า จากนั้นรถเก๋งเบี่ยงขวาเพื่อจะแซง เป็นจังหวะเดียวกับที่รถกระบะขับมาด้วยความเร็วในเลนขวา ทำให้ชนท้ายรถเก๋งเข้าอย่างแรง จากนั้นรถเสียหลักหมุนหลายตลบก่อนจะสะบัดไปฟาดกับเสาไฟฟ้าจนรถเก๋งเกือบขาดออกเป็น 2 ท่อน

ร.ต.อ.กิจจพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับคนขับรถกระบะขณะนี้ยังไม่พบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเช็คหมายเลขทะเบียนเพื่อประสานไปยังบริษัท พร้อมกับเชิญตัวคนขับมามอบตัวเพื่อทำการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา จากนั้นได้ส่งศพไปชันสูตรต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งโหด ชนรถสาว ลากจักรยานพังยับ รถทัวร์วิ่งตามเหยียบร่างสุดสยอง!!

 เมื่อเวลา 03.10 น. วันที่ 10 ส.ค. ร.ต.อ.อาวรณ์ เขียวไปรเวช รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามกระทาย พร้อมด้วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี รุดไปตรวจสอบ อุบัติเหตุรถชนคนเสียชีวิต บนถนนเพชรเกษม บริเวณจุดกลับรถบ้านดอนกลาง ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เกิดเหตุเป็นถนนที่เปิดให้รถวิ่งสวนทางกัน เนื่องจากอยู่ในช่วงกำลังปรับปรุงถนนใหม่ บริเวณกลางถนน พบร่างผู้หญิงนอนคว่ำหน้าถูกรถทับเสียชีวิต ส่วนรถที่เฉี่ยวชนได้หลบหนี ทิ้งไว้แต่เศษชิ้นส่วนกระจกมองข้างของรถเก๋ง สีขาว ยี่ห้อฮอนด้า ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 150 เมตร พบรถจักรยานสองล้อ สีน้ำเงิน ตกอยู่ข้างทาง ในสภาพโดนชนลากมา เจ้าหน้าที่จึงนำมาเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งแจ้งไปยังจุดสกัดทุกจุดในจังหวัดประจวบฯ ให้สังเกตรถที่มีร่องรอยเฉี่ยวชนที่หลบหนี เพื่อจะได้จับกุมมาดำเนินคดีต่อไป นายจิรพงศ์ ทั่งทอง อายุ 19 ปี ที่นั่งอยู่ที่ศาลาริมทางกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองนั่งอยู่กับมารดา เห็นหญิงคนดังกล่าวขี่รถจักรยานข้ามถนน ในขณะที่มีรถเก๋งสีขาวขับมาด้วยความเร็วชนอย่างแรงเสียงดังสนั่น และรถทัวร์โดยสารที่ขับตามหลังมาได้เหยียบไปบนร่างของหญิงคนดังกล่าวซ้ำอีกครั้ง โดยรถยนต์เก๋งได้ขับหลบหนีไป ส่วนรถทัวร์คันที่เหยียบซ้ำ ได้จอดห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จากนั้นไม่นานก็ขับออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง โดยพนักงานสอบสวนได้ประสานกับสายตรวจประจำตำบลต่างๆ ให้ช่วยทำการสืบหาญาติผู้เสียชีวิตจนทราบว่า หญิงคนดังกล่าว คือ นางสาวเสมอใจ สุพล อายุ 54 ปี ชาวบ้านสามกระทาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการติดตามจับกุมรถที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งซิ่งชนดะ ชาวบ้านทนไม่ไหวรุมตามตื้บ เจอฝรั่งเมาแอ๋-แจ้งตร.เอาเรื่องชาวบ้าน

 เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 16 ก.ค. พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิตร ผกก.สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากนายสมชาย ชุมรักษ์ อายุ 52 ปี อยู่ ม.4 บ้านป่าสัก ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ในอาการมึนเมา ขับรถเก๋งเฉี่ยวชนชาวบ้านหลายราย แล้วนำรถไปจอดขวางถนนภายในป่าสักซอย 4 แล้วหนีเข้าไปในบ้านพัก ม.4 ต.เชิงทะเล จึงได้สั่งการให้ ร.ต.ท.สถาพร ทองเทพ รอง.สวป.พร้อมสายตรวจรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบนายสมชาย ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีบรอนซ์เทา ป้ายแดง ต 7219 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดขวางถนนอยู่ สอบถามทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ก่อเหตุเฉี่ยวชนชาวบ้านหลายรายแล้วหลบหนีเข้าบ้านพักดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กดกริ่ง บ้านพัก โดยมีชายชาวต่างชาติเดินออกมาเปิดประตู โดยอยู่ในอาการมึนเมา มีกลิ่นเหล้าคลุ้งและมีเลือดไหลบริเวณริมฝีปาก พร้อมกับหญิงสาวชาวไทย ทราบชื่อ คือ นายพอล วอคเกอร์ อายุ 39 ปี สัญชาติออสเตรเลีย จากนั้นนายพอล ชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูบาดแผลที่ริมฝีปาก พร้อมกับระบุว่าถูกชาวบ้านทำร้ายมา จากนั้น พ.ต.ท.สากล ไกรนรา สว.(สอบสวน) ได้ควบคุมตัวนายพอล พร้อมนำรถเก๋งคันดังกล่าวกลับไปยัง สภ.เชิงทะเล เพื่อตรวจสอบและสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายพอล ปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 229 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพอลได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวอยู่บริเวณหมู่ 4 บ้านป่าสัก ต.เชิงทะเล อ.ถลาง แล้วเฉี่ยวชาวบ้าน จากนั้นได้ขับหลบหนีกลับบ้านพัก โดยมีกลุ่มชาวบ้านติดตามมาจนพบ ต่อมานายสมชายได้เคาะกระจกรถ เพื่อต้องการให้นายพอลเปิดประตูลงไปพูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายพอลไม่ยอม จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ขณะที่นายพอลอ้างว่าถูกกลุ่มชาวบ้านทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกัน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายพอลขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นและขับรถในขณะเมาสุรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีนายพอลอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 16 ก.ค. พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิตร ผกก.สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากนายสมชาย ชุมรักษ์ อายุ 52 ปี อยู่ ม.4 บ้านป่าสัก ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ในอาการมึนเมา ขับรถเก๋งเฉี่ยวชนชาวบ้านหลายราย แล้วนำรถไปจอดขวางถนนภายในป่าสักซอย 4 แล้วหนีเข้าไปในบ้านพัก ม.4 ต.เชิงทะเล จึงได้สั่งการให้ ร.ต.ท.สถาพร ทองเทพ รอง.สวป.พร้อมสายตรวจรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนายสมชาย ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีบรอนซ์เทา ป้ายแดง ต 7219 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดขวางถนนอยู่ สอบถามทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ก่อเหตุเฉี่ยวชนชาวบ้านหลายรายแล้วหลบหนีเข้าบ้านพักดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กดกริ่ง บ้านพัก โดยมีชายชาวต่างชาติเดินออกมาเปิดประตู โดยอยู่ในอาการมึนเมา มีกลิ่นเหล้าคลุ้งและมีเลือดไหลบริเวณริมฝีปาก พร้อมกับหญิงสาวชาวไทย ทราบชื่อ คือ นายพอล วอคเกอร์ อายุ 39 ปี สัญชาติออสเตรเลีย จากนั้นนายพอล ชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูบาดแผลที่ริมฝีปาก พร้อมกับระบุว่าถูกชาวบ้านทำร้ายมา

จากนั้น พ.ต.ท.สากล ไกรนรา สว.(สอบสวน) ได้ควบคุมตัวนายพอล พร้อมนำรถเก๋งคันดังกล่าวกลับไปยัง สภ.เชิงทะเล เพื่อตรวจสอบและสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายพอล ปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 229 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพอลได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวอยู่บริเวณหมู่ 4 บ้านป่าสัก ต.เชิงทะเล อ.ถลาง แล้วเฉี่ยวชาวบ้าน จากนั้นได้ขับหลบหนีกลับบ้านพัก โดยมีกลุ่มชาวบ้านติดตามมาจนพบ ต่อมานายสมชายได้เคาะกระจกรถ เพื่อต้องการให้นายพอลเปิดประตูลงไปพูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายพอลไม่ยอม จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ขณะที่นายพอลอ้างว่าถูกกลุ่มชาวบ้านทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกัน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายพอลขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นและขับรถในขณะเมาสุรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีนายพอลอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด