เผยภาพเก๋งเช่า 2 นศ.ไทยในสหรัฐฯ ก้นเหวลึก จมน้ำครึ่งคัน คาดเริ่มกู้ซากอีกไม่ช้า

จากกรณีเหตุการณ์ 2 นักศึกษาไทย เช่ารถไปเที่ยวแต่เกิดอุบัติเหตุรถตกเหวและยังไม่สามารถกู้ขึ้นได้นั้น ตามที่ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ที่เชื่อว่ามีผู้โดยสารเป็นนักศึกษาไทย 2 คนตกหน้าผาบริเวณถนน Freeway 180 เส้นทางมุ่งหน้าไปยังอุทยาน Kings Canyon National Park มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนเพื่อลงไปกู้ซากรถดังกล่าว โดยเพจ SiamTownUS ได้เผยแพร่ภาพสถานที่เกิดเหตุ และพบว่า มีรถสีแดงอยู่บริเวณก้นเหวลึกลักษณะจมน้ำอยู่ครึ่งคัน พร้อมกับระบุว่า น่าจะมีการกู้ซากรถใน 2-3 วันนี้


ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

10 อันดับยอดขายรถยนต์ในไทยประจำเดือนตุลาคม 2559

10 อันดับยอดขายรถยนต์ในไทยประจำเดือนตุลาคม 2559    ‘โตโยต้า’ เผยอันดับยอดขายรถยนต์ในไทยทั้งกลุ่มรถยนต์นั่งและรถกระบะ พบว่า ‘โตโยต้า’ ยังนำในกลุ่มรถยนต์นั่งและรถกระบะขนาด 1 ตัน

ในช่วงเดือนตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา พบว่ามียอดจำหน่ายรถยนต์รวมทั้งสิ้น 60,634 คัน ประกอบด้วยรถยนต์นั่งจำนวน 23,117 คัน รถเพื่อการพาณิชย์จำนวน 37,517 คัน และรถกระบะขนาด 1 ตันจำนวน 30,527 คัน     ทั้งนี้ หากมองเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งพบว่า Toyota มียอดขายมาเป็นอันดับ 1 ในเดือนตุลาคม ด้วยตัวเลข 8,455 คัน ตามด้วย ฮอนด้า อยู่ที่ 6,236 คัน และ มาสด้า อยู่ที่ 2,010 คัน ขณะที่กลุ่มรถกระบะขนาด 1 ตัน ยังคงนำด้วย โตโยต้า อยู่ที่ 9,756 คัน ตามด้วย อีซูซุ อยู่ที่ 9,248 คัน และฟอร์ด อยู่ที่ 2,529 คัน

     อย่างไรก็ดี หากนับรวมยอดจำหน่ายตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมา พบว่า อีซูซุ มียอดขายสะสมนำมาเป็นอันดับที่ 1 ด้วยตัวเลข 97,177 คัน ตามด้วยโตโยต้า อยู่ที่ 94,441 คัน และฟอร์ดอีกจำนวน 23,824 คัน

10 อันดับยอดขายรถยนต์นั่งประจำเดือนตุลาคม 2559 มีดังนี้

1.Toyota – 8,455
2.Honda – 6,236
3.Mazda – 2,010
4.Suzuki – 1,737
5.Nissan – 1,569
6.Mitsubishi – 1,179
7.BMW – 606
8.Mercedes-Benz – 531
9.Volvo – 46
10.Ford – 33

8 อันดับยอดขายรถกระบะขนาด 1 ตัน ประจำเดือนตุลาคม 2559 มีดังนี้

1.Toyota – 9,756
2.Isuzu – 9,248
3.Ford – 2,529
4.Mitsubishi – 2,120
5.Nissan – 1,403
6.Chevrolet – 902
7.Mazda – 519
8.TATA – 70


“สำหรับชาวสุราษฎร์ธานี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สุราษฎร์ธานี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สุราษฎร์ธานี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

หนุ่มทะเลาะแฟนสาวในรถ โมโหซิ่งวีโก้พุ่งตกคูเมืองเชียงใหม่ ปีนหนีตายระทึก!

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 3 ต.ค. ร.ต.อ.คนอง คุณารูป รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุรถพุ่งตกลงไปในคูเมือง เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านปุ๊ลอตเตอรี่ ใกล้ตลาดประตูเชียงใหม่ ถ.ช่างหล่อ ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่เกิดเหตุทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่รถชักลากเข้ามาช่วยเหลือเนื่องจากรถตกลงไปในน้ำ นอกจากนี้ ยังทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย201610031155291-20021028190515ที่เกิดเหตุพบกลุ่มชาวบ้านและผู้สัญจรไปมาบนท้องถนน จอดรถมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้รถติดเป็นทางยาวเจ้าหน้าที่กู้ภัยลงไปช่วยกันงมและชักลากดึงรถขึ้นมาใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถนำรถคันดังกล่าวขึ้นมาได้201610031155334-20021028190515ตรวจสอบเป็นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลัก วีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 4943 ระยอง ซึ่งมีนายไซ ฮา อัง อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา อยู่บ้านเลขที่ 124 ม.4 ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ แสดงตัวเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว อยู่ในสภาพอาการตื่นตกใจ ไม่พร้อมให้การกับทางเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ มีผู้โดยสารภายในรถอีก 2 คน เป็นแฟนสาว และเพื่อนผู้ชายอีก 1 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยภายหลังทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำตัวส่งไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล และนำรถคันดังกล่าวออกจากที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นทราบ รถคันดังกล่าวขับมาตามเส้นทางในช่วงเช้า ซึ่งในระหว่างนั้นมีผู้โดยสารมาในรถทั้งหมด 3 คน โดยมีนายไซเป็นคนขับ และมีแฟนสาวกับเพื่อนเป็นผู้ชายนั่งมาที่เบาะหน้าและเบาะหลัง ก่อนเกิดเหตุทราบว่านายไซนั้นมีปากเสียงทะเลาะกับแฟนสาว และถกเถียงกันมาจนถึงที่เกิดเหตุ จากนั้นรถได้เสียหลักพุ่งไต่ฟุตบาทแล้วแฉลบชนต้นไม้ ก่อนจะพุ่งตกลงไปในคูเมือง ซึ่งระหว่างนั้นผู้ประสบเหตุทั้งหมดยังมีสติ และได้รีบปีนหนีออกทางประตูรถได้ทัน ก่อนที่รถจะจมลงไปในน้ำทั้งคัน โดยระหว่างนั้นมีประชาชนชาวบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกข้อมูลเบื้องต้นในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งจะได้เชิญตัวนายไซ มาสอบสวนรายละเอียดของการเกิดเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง หลังจากที่สภาพจิตใจกลับสู่ปกติแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

จอดปิกอัพ-จยย.ล้างกันกลาง”น้ำตกโบกลึก”แหล่งท่องเที่ยวดังอุบลฯ

เพจ อุบลวันนี้ รายงานว่า ที่นี่ อ.ศรีเมืองใหม่ สถานที่เที่ยว ใกล้ น้ำตกโบกลึก ที่นี่ คือ #เเก่งสาวน้อยอาบน้ำ แต่ภาพที่ไม่น่าดูคือ มีรถยนต์ เเละรถมอไซค์ ลงไปล้าง14424857_1074224302700873_5598251261464909889_oทำให้คนที่จะลงเล่นไม่กล้าเล่นเลย มีคนไปเล่นเยอะ เเต่ก็ทำเฉย ไม่ขยับรถออก ฝากด้วยครับผม คือไม่อยากให้สถานที่ท่องเที่ยวมาเป็นที่ล้างรถ14409597_1074224279367542_2807860741136138281_oสำหรับน้ำตกโบกลึก ตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงหมายเลข 2135 เพียง 2 กิโลเมตร พื้นที่น้ำตกตั้งอยู่ในบริเวณบ้านใหม่ดงสำโรง ตำบลนาคำ อำเภอศรีเมืองใหม่ ทั้งนี้น้ำตกโบกลึกเกิดจากลำห้วยสูบที่ไหลมาจากภูสูบไหลลดหลั่นลงมาชั้นๆ เกิดการกัดกร่อนของกระแสน้ำจึงทำให้เกิดโบกขนาดใหญ่

ที่มา>>>ข่าวสด

หวาดเสียว! โคมไฟถ.ศรีนครินทร์ห้อยโตงเตงอันตราย หวั่นหล่นใส่รถวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไข

 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เส้นทางบนถนนศรีนครินทร์ ทั้งขาเข้า-ออก พบเห็นโคมไฟส่องสว่างชำรุด ช่วงทางแยกออกถนนพระราม 9 ก่อนถึงรพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ มีโคมไฟส่องสว่างที่อยู่เกาะกลางถนน ห้อยลงมาทั้ง 2 ฝั่ง เป็นที่น่าหวาดเสียวของผู้ใช้ถนน เกรงว่าตกลงมาถูกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่แล่นผ่าน ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขด่วน เพราะปริมาณการใช้รถบนถนนเส้นนี้ในแต่ละวันนับหมื่นคัน

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มเสพยาบ้าซิ่งฟอร์จูนเนอร์ฝ่าด่านชนร.ต.ต.อุดรฯ ตร.บุกชาร์จรวบตัวระทึก!

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ก.ค. พ.ต.ท.จำลอง ทับศรีแก้ว รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานีปฏิบัติราชการ สภ.ดงเย็น อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางอำเภอบ้านดุงได้จัดการแข่งจักรยานทางเรียบการกุศล ทัวร์ ออฟบ้านดุง 2016 เพื่อชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร มีนักปั่นเข้าแข่งขันนับพันคน เพื่อหารายได้สนับสนุนการซื้อครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยเหลือผู้ป่วยผู้ยากไร้โดยใช้เส้นทางบ้านดุง ดงเย็น เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าแข่งขันที่จะผ่านเข้าดงเย็น พ.ต.อ.คมสัน เสืออินทร์ ผกก.สภ.ดงเย็น จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงเย็น ออกอำนวยความสะดวกตามจุดที่สำคัญ และบริเวณสามแยกบ้านมีชัย หมู่ที่ 7 ต.บ้านตาด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงเย็นกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น มีรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์ทอง วิ่งมาด้วยความเร็วมาจากทางอำเภอบ้านดุง พอมาถึงสามแยกที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สัญญาณให้ชะลอความเร็ว เพื่อให้ชิดขอบถนน แต่คนขับรถคันดังกล่าวกลับฝ่าฝืนขับเข้าไปอย่างเร็ว จนเกิดเฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำหน้าที่ คือ ร.ต.ต.พิเษก ศิริธร อายุ 53 ปี รอง สว.(ป) สภ.ดงเย็น ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลบ้านดุง หลังจากคนขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ก่อเหตุเฉี่ยวชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วขับรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดจับและสามารถจับกุมได้ที่บริเวณข้างตลาดสดบ้านดุง จากนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในรถ พบยาบ้าที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงินซุกซ่อนอยู่ในรถ ตรวจนับดูพบยาบ้าจำนวน 86 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายธนกฤต สมใจ อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 318 หมู่ที่ 8 ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมกับตรวจปัสสาวะมีผลเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาที่ สภ.ดงเย็น มอบให้ พ.ต.ท.จำลอง ทับศรีแก้ว รอง ผกก.(สอบสวน) สอบสวนดำเนินคดี ต่อมาทราบว่าร.ต.ต.พิเษกที่ถูกรถชน อาการปลอดภัยแล้วภาพ มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน

ที่มา>>>ช่าวสด

ระทึก!ตลาดโรงเกลืออาก้มเก็บของประตูเก๋งล็อกขังด.ญ.วัย 1 ขวบนานเกือบชม.

 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 ก.ค. พ.ต.ท.โกศละ งามผ่อง ร้อยเวร สภ.คลองลึก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเด็กติดอยู่ในรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส เนื่องจากประตูรถเกิดล็อก ที่เกิดเหตุอยู่ภายในตลาดโรงเกลือ เทศบาล 3 หน้าล็อก E หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบว่ามีชาวบ้านกำลังมุงดู รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน ชช2911 กรุงเทพมหานคร พบว่าชาวบ้านพยายามช่วยเปิดประตู แต่ไม่สามารถเปิดออกได้ หลังตำรวจใช้เวลาอยู่นาน แต่ก็ไม่สามารถเปิดประตูรถออกมาได้เช่นกัน จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก. สภ.คลองลึกทราบ หลังทราบเรื่อง ผกก.คลองลึก จึงรีบรุดไปดูที่เกิดเหตุ และประสานช่างกุญแจ จากตลาดอรัญประเทศ รีบเดินทางเข้ามาไขกุญแจ เพื่อนำตัวเด็กหญิงออกมาจากรถ จึงสามารถเปิดประตูออกมาได้ และจึงช่วยด.ญ.วัย 1 ขวบ 6 เดือน ออกมาได้อย่างปลอดภัย ทำให้หนูน้อยต้องติดอยู่ในรถกว่า 40 นาที

น.ส.จริยา จิเมฆ อายุ 25 ปี บอกว่า ตนเองเป็นอาสะใภ้ขับรถคันดังกล่าวมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาเที่ยวตลาดโรงเกลือในช่วงวันหยุดเข้าพรรษา หลังขับรถมาถึงโรงเกลือก็วิ่งหาที่จอด มาเจอที่ว่างอยู่ที่หน้าล็อก E จึงนำรถเข้ามาจอด หลังจอดและตนได้ทำของหล่นจึงออกไปเก็บ หลังเก็บของแล้วก็มาเปิดประตูรถ แต่ปรากฏว่าประตูล็อกเอง เปิดไม่ออก กุญแจสำรองก็ไม่มี ตนจึงได้พยายามเปิดแต่ก็เปิดไม่ออก เลยต้องแจ้งตำรวจมาช่วยเปิดดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

“ป้อนข้าว” อดีตโบรกเกอร์สาว เข้ากองปราบปราม ให้ปากคำคดี “ชูวงษ์”

จากกรณี พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.รัชภูมิ กุสุมาลย์ รองผกก.1บก.ป. พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ พ.ต.ต.กิติเมศร์ โชติปิติเจริญรัฐ สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ กก.1บก.ป. บุกจับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ที่ลานจอดรถ โรงแรมทอซคาน่า สวีท วัลเลย์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตามหมายศาลจังหวัดพระโขนง ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน หลังมีหลักฐานพบว่า พ.ต.ท.บรรยิน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตปริศนาของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือ เสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้านจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่ขับโดย พ.ต.ท.บรรยิน พุ่งชนต้นไม้ข้างทาง ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ในพื้นที่ของ สน.อุดมสุข ทั้งนี้ ในขณะจับกุมยังพบ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว โบรกเกอร์สาว 1 ในผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย อย่างไรก็ตาม ศาลได้ให้ประกันตัว พ.ต.ท.บรรยิน ในวงเงิน 2 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่กองปราบปราม น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว วชิรกุลฑล อดีตโบรกเกอร์สาว พร้อมด้วย น.ส.วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยาของ พ.ต.ท.บรรยิน นายวรภัทรและ น.ส.บุษญา บุตรสาวและบุตรชายของ พ.ต.ท.บรรยิน เดินทางมาให้ปากคำในคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์น.ส.วราภรณ์ กล่าวว่า ทราบว่า พ.ต.ท.บรรยิน รู้จักกับนายชูวงษ์มีความสนิทสนมกัน ทุกครั้งที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันก็จะทราบตลอดและมีหลักฐานว่าไปด้วยกันจริง กรณีทางญาติของนายชูวงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายตนไม่เคยออกมาขอโทษนั้นไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมา ขอโทษและช่วยเหลือในเรื่องของงานศพตลอด แต่เมื่อเรื่องหุ้นเข้ามาก็ทำให้เกิดปัญหา โดย พ.ต.ท.บรรยินและนายชูวงษ์ มีการทำธุรกิจร่วมกันโดยมีการลงทุนซื้อที่ดินที่จังหวัดนครสวรรค์ ราคาประมาณ 100 ล้านบาท ภายหลังนายชูวงษ์ได้เสียชีวิตจึงทำให้เกิดการฟ้องร้องที่ศาลจังหวัดสมุทปราการ ในวันที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการจำลองเหตุการณ์นั้น สถานการณ์ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ทั้งสภาพแวดล้อม และสภาพอาการก็แตกต่างกัน อีกทั้งรถยนต์ยังใช้รถยนต์ที่มีการติดแก๊ส อย่างไรก็ตามอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำทุกอย่างด้วยความยุติธรรม ทางครอบครัวตนพร้อมที่จะให้พิสูจน์ความจริง

ที่มา>>>ข่าวสด

พุ่งตกคลองหัวปักสยอง!! กระบะออกจากวัดดัง ชายหญิงดับ กระเด็นเกลื่อนเจ็บ8

 วันที่ 28 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.คมสัน พฤศวานิช ผกก.สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุรถยนต์กระบะพลิกคว่ำตกลงในคลองปากแพรกถนนเอเชีย 41 หน้าโรงงานยูนิรับเบอร์ ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จึงพร้อมกับพนักงานสอบสวน แพทย์ รพ.ทุ่งสง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ รีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อไปถึง พบรถยนต์กระบะสีน้ำเงิน ไม่ทราบยี่ห้อทะเบียนสภาพเก่า จมน้ำอยู่ครึ่งตัวรถ ภายในรถยนต์กระบะมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ศพแรกเป็นคนขับทราบชื่อ คือ นายสำเริง สุขเจริญ อายุ 56 ปี อยู่ ม.2 ต.หนองโดน อ.หนองโดน จ.สระบุรี สภาพคอหักตายคาพวงมาลัยรถ อีกศพ คือ นางอรวรรณ วัฒนสังข์ อายุ 42 ปี อยู่ ม.3 ต.ควนชุม อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บนอนเกลื่อนอยู่ตามจุดต่างๆ และติดอยู่ในรถรวม 8 คน ประกอบด้วย ด.ช.นพดล มีเถื่อน อายุ 1 ขวบ , ด.ช.ธนดล มีเถื่อน อายุ 1 ขวบ , นายพีรพงษ์ จันทร์อ่อน อายุ 47 ปี , น.ส.ช่อทิพ ชูใจ อายุ 19 ปี , นางอาจิน บุญทอง อายุ 66 ปี , นางสุจิน สุขสีแก้ว อายุ 51 ปี , นายกมลรัตน์ เพชรสีทอง อายุ 51 ปี และ ด.ช.ภูวดล เพชรรัตน์ อายุ 5 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ลำเลียง รีบนำส่ง รพ.ทุ่งสง เป็นการด่วน

จากการสอบสวนทราบว่า นายสำเริง ผู้ตายและคนขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวทำงานอยู่ที่บริษัทปูนซิเมนต์ (ทุ่งสง) จำกัด โดยได้นำญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านไปเที่ยววัดเจดีย์หรือวัดไอ้ไข่ที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช หลังจากนมัสการที่วัดเจดีย์เสร็จแล้ว ก็พากันกลับที่พักที่ อ.ทุ่งสง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถเสียการทรงตัวเสียหลักลงในร่องกลางถนนสี่เลน ก่อนจะพุ่งลงคลองตรงสะพานหัวปักดินเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากดังกล่าว

ส่วนสาเหตุที่ทำให้รถเสียหลักในครั้งนี้ ทางตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากนายสำเริง คนขับหลับใน เพราะต้องขับรถจาก อ.สิชล ไปยัง อ.ทุ่งสง ระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร และรถยนต์กระบะอยู่ในสภาพเก่า มีผู้โดยสารจำนวนมาก เมื่อขับรถเร็ว ทำให้เสียการทรงตัว จนเป็นเหตุให้เสียหลักพลิกคว่ำ ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ร่วมกันชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว จึงมอบให้ญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หวิดสลด! หนุ่มใหญ่กระแทกสะพานอ่างทอง ตกรถบรรทุกฟาง สาหัส

รถบรรทุกฟางขับลอดใต้สะพานเลี่ยงเมืองที่ จ.อ่างทอง กองฟางพอดีท้องสะพาน หนุ่มใหญ่นั่งด้านบนชนสะพานอย่างจัง ร่วงตกลงสาหัส ขณะ ด.ช.วัย 12 ปี หัวแตกเจ็บเล็กน้อย อีกคนแทรกตัวลงร่อง รอดหวุดหวิด

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 19 เม.ย. 59 ร.ต.ท.มานิตย์ นาคไพบูรณ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ตกจากที่สูงได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณใต้สะพานเลี่ยงเมือง ถนนอ่างทอง-ป่าโมก (สายเก่า) ต.บ้านแห อ.เมืองอ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์ รพ.อ่างทอง และเจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัย จังหวัดอ่างทอง

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกฟางยี่ห้อฮีโน่ สีฟ้า ทะเบียน 83-8128 สุพรรณบุรี จอดคาติดอยู่ใต้สะพานเลี่ยงเมือง บนกองฟางมีผู้บาดเจ็บนั่งอยู่ 1 คน บริเวณด้านท้ายรถพบผู้บาดเจ็บสาหัส มีเลือดไหลที่ปากอยู่ตลอดเวลา ทราบชื่อ นายมนัส มันมณี อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127/5 หมู่ที่ 7 ต.มดแดง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวส่ง รพ.อ่างทอง ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายคือ ด.ช.สันธิชัย มันมณี อายุ 12 ปี ที่อยู่เดียวกับนายมนัส โดยที่ศีรษะมีบาดแผลฉีกขาดรถบรรทุกฟางคันเกิดเหตุ ที่อ่างทอง (บรรทุกสูงมากจนฟางชนใต้สะพานกระแทกชายตกรถ จนเกือบเกิดเหตุสลด)

จากการสอบถาม นายไชยวุฒิ อุดมผล อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/2 หมู่ที่ 5 ต.มดแดง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ผู้ขับขี่ ให้การว่า ขับรถบรรทุกฟางมาจาก อ.ป่าโมก เพื่อจะนำไปส่งที่บริเวณลานดินใกล้กลับ ร.ร.สตรีอ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 3 กิโลเมตร ในระหว่างรถบรรทุกกำลังจะลอดใต้สะพานเลี่ยงเมือง จึงได้บีบแตรเพื่อแจ้งเตือนให้คนนั่งบนกองฟางระวัง ระหว่างนั้นคนที่อยู่ด้านบน 3 คน ต่างรีบกระโดดลงหาช่องว่างของฟางเพื่อแทรกตัวลงไปให้พ้นท้องสะพาน แต่ด้วยความเร็วทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านท้ายสุดไม่สามารถหลบได้ทัน จึงกระแทกเข้ากับสะพานอย่างจังและหล่นลงมาจากกองฟาง ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ร.ต.ท.มานิตย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวบรรทุกฟางมาในระดับความสูงที่เท่ากับท้องสะพานเลี่ยงเมือง และขับมาด้วยความเร็ว จึงเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ด้านบนกองฟางชนกับสะพานตกลงมาได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้น แจ้งข้อหาผู้ขับขี่ขับรถยนต์ด้วยความประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath