จยย.แหกโค้งตกสะพาน! แม่ดับสลดลูกสาว11ขวบขาหัก ญาติกลัวช็อกไม่กล้าบอกข่าวร้าย!!

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. พ.ต.ต.รัชตะ สร้อยแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์แหกโค้งตกสะพานลงไปในคลองชลประทาน เหตุเกิดบริเวณโค้งบัวหลวง ถนนสายศิลาอาสน์-วังสีสูบ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงประสานแพทย์ฉุกเฉินร.พ.อุตรดิตถ์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ที่เกิดเหตุบนพื้นคลองชลประทานที่น้ำแข้งขอดต่ำกว่าถนนประมาณ 5 เมตร พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีฟ้า-ขาว ทะเบียน 1 กข 8215 อุตรดติถ์ ล้มคว่ำอยู่ใกล้กับศพน.ส.กฤษณา ทองหลวง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 296/5 หมู่ 3 ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ใกล้กันยังพบร่างลูกสาวของน.ส.กฤษณา อายุ 11 ปีอยู่ในชุดนักเรียนได้รับบาดเจ็บกระดูกขาหัก หน่วยกู้ภัยจึงรีบนำตัวส่งร.พ.อุตรดิตถ์ ต่อมาสามีของผู้ตายพร้อมด้วยญาติๆเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเมื่อเห็นศพต่างร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุน.ส.กฤษณา ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักไปรับลูกสาวที่โรงเรียน จากนั้นมุ่งหน้ากลับบ้านเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งหักศอกเกิดเสียหลักแหกโค้งพุ่งตกลงในคลองร่างกระแทกกับแท่งคอนกรีตเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกสาวกระแทกพื้นดินขาหัก โดยทางครอบครัวยังไม่บอกกับลูกว่าแม่เสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นนำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียด ก่อนให้ญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คนเร่ร่อนสะดุ้งเฮือก!! นอนหลับข้างถนน รถบุรุษไปรษณีย์พุ่งเสยกระจาย

วันที่ 25 พ.ย. พ.ต.ต.อุฤทธิ์ ขรรค์แก้ว พงส.สภ.คลองวาฬ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถเข็น บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากทม. หลักกิโลเมตรที่ 320 +600 ม.7 บ้านขนุนทอง ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง ประจวบฯ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง รุดตรวจสอบ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ เข้าให้ความช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 ไอ สีแดง หมายเลขทะเบียน 1กจ 7514 ประจวบฯ ล้มไถลไปกับพื้นถนนประมาณ 10 เมตร ทำให้นายอภิรักษ์ หิรัญอุดม อายุประมาณ 30-35 ปี อยู่ถนนสู้ศึก เขตเทศบาล อำเภอเมือง ประจวบฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บุรุษไปรษณีย์และเป็นคนขับรถได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น นำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบฯJpegใกล้กันพบรถเข็นเก็บขวดพลาสติกและของเก่า ซึ่งเป็นของชายพเนจร อายุประมาณ 50-60 ปี ได้ถูก จยย.เฉี่ยวชนจนล้ม สิ่งของกระจัดกระจายเกลื่อนบริเวณ ในขณะที่กำลังนอนหลับในที่มืด โดยเอาศีรษะพาดกับขอบถนนแล้วใช้รถเข็นจอดบังศีรษะเอาไว้ แต่โชคดีที่ชายพเนจรไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดJpegส่วนสาเหตุจากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นบุรุษไปรษณีย์ได้กลับจากจัดเตรียมเอกสารเพื่อเตรียมนำส่งในช่วงเช้าระหว่างเดินทางกลับบ้านถึงจุดเกิดเหตุมีความมืด ได้เฉี่ยวชนกับรถเข็นของชายพเนจรที่จอดนอนอยู่บริเวณข้างทาง จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.ออกหมายจับแล้ว 2 โจ๋สุดกร่างในคลิปทำร้าย 2 สามีภรรยา (คลิป)

จากคลิปวิดีโอวงจรปิดเหตุการณ์ 2 สามี-ภรรยา ถูก 2 วัยรุ่น ขี่รถจยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รุมชกต่อยกลางถนน จนรถจยย.ของ 2 สามี-ภรรยาล้มลงกับพื้น แต่ 2 วัยรุ่นยังไม่หยุด กลับลงไปชกซ้ำอีกหลายหมัด ซึ่งทางภรรยาของผู้ที่ถูกทำร้าย พยายามห้ามปราม แต่กลับไม่เป็นผล แถมยังจะถูกทำร้ายด้วย จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ขี่รถออกไป แต่ผ่านไปไม่ถึง 1 นาที ชายวัยรุ่นทั้ง 2 คน ก็ขี่รถจยย.ย้อนกลับมาชกต่อยกับคู่กรณีซ้ำอีกครั้ง โดยเหตุเกิดขึ้นเย็นวันที่ 10 ต.ค.59 บริเวณถนนจันทน์ ย่านซอยเซนต์หลุยส์ โดยทางผู้เสียหายทั้ง 2 คน ได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่ สน.ยานนาวา

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนชัย ผบก.น.6 ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันสองคัน ระหว่างสองวัยรุ่นกับสองสามีภรรยา หลังจากนั้นสองวัยรุ่นลงจากรถมาต่อยคู่กรณีและขับรถหนีไป เหตุเกิดในพื้นที่ สน.ยานนาวา นั้น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ต.ค. เบื้องต้นผู้เสียหายได้ร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ และขอศาลอนุมัติหมายจับตามภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อ ที่อยู่ ยืนยันไม่ว่าในการพิสูจน์ทราบไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากมีขั้นตอนพิสูจน์ทราบอยู่แล้ว

พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ชกต่อยขณะใช้รถใช้ถนนกันบ่อยครั้ง ผู้เสียหายสามารถแจ้งความดับตำรวจได้ อย่าทำร้ายร่างกายกัน เพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ฝากขอบคุณประชาชนที่แชร์คลิป เพื่อที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้เร็วขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

ล้างรถเปื้อนเลือด!! ตามจับหนุ่มทุบพ่อเฒ่าดับสยอง-แค่เดินตัดหน้า สุดสลดน้องสาวร่ำไห้ข้างศพ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 4 ต.ค. ร.ต.อ.ทนงศักดิ์ อุประจันทร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม รับแจ้งเหตุ พบศพคนจมน้ำตายที่บริเวณสะพานห้วยเซกา พื้นที่ บ.เหล่าประดา หมู่ 5 ต.นาใน อ.โพนสวรรค์ รอยต่อกับ บ.หนองปลาดุก ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จึงรุดไปพร้อมแพทย์เวร ร.พ.โพนสวรรค์

ที่เกิดเหตุบริเวณถนนทางหลวงชนบท นพ 2045 สายโพนสวรรค์-หนองปลาดุก ริมสะพานดังกล่าว พบศพนายทองคำ ศรีสุข วัย 84 ปี ชาวบ้าน บ.หนองดู่ ต.นาใน สภาพศพสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ ที่ท้ายทอยมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งมีแผลยาว 5 ซ.ม. ลึก 1 ซ.ม. เลือดทะลักกกหูขวา ต้นแขนขวา พบมีรอยถลอก หลังชาวบ้านช่วยงมร่างขึ้นมาไว้ริมตลิ่ง เชื่อว่าอาจถูกทำร้ายมาก่อนแล้วจึงโยนศพทิ้งน้ำอำพรางคดี ท่ามกลางไทยมุงและญาติพี่น้องจำนวนมากเดินทางมาจุดเกิดเหตุ ต่างรุมสาปแช่งคนร้ายรายนี้OLYMPUS DIGITAL CAMERAในเวลาต่อรับแจ้งจากนายสุกันณฑ์ ศรีสุข อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ.หนองปลาดุก หมู่ 21 ว่าจับกุมตัวคนร้ายได้แล้วทราบชื่อ คือ นายวีรศักดิ์ ขันธวิชัย อายุ 30 ปี โดยควบคุมตัวไว้ในบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ขอให้มารับตัวไปดำเนินคดีด้วย จึงรีบรุดไปพร้อม พ.ต.อ.สุชาติ พยัคฆ์มะเริง ผกก. พ.ต.ท.กฤษณพล ประกิ่งเพชร รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ภาศ สุวรรณ์ สว.สส.สภ.โพนสวรรค์ พร้อมชุดสืบสวน คุมตัวไปสอบสวนที่โรงพัก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จึงประสานเจ้าหน้าที่ พฐ. ภ.จว.นครพนม และชุดสืบสวนได้นำรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บฉ 7053 นครพนม ซึ่งเป็นรถของ นายวีรศักดิ์ คนร้ายที่ใช้ก่อเหตุมาทำแผนประทุษกรรมบริเวณกลางสะพานดังกล่าว หลังตรวจยึดได้ภายในบ้าน หมู่ 21 พร้อมสังกะสี 1 แผ่น ความยาว 3 เมตร และท่อนไม้ไผ่ปลายแหลมยาว 1 เมตร ตกอยู่ในรถ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุกลางสะพาน พบคราบเลือดและหยดเลือดของผู้ตายตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานOLYMPUS DIGITAL CAMERAร.ต.อ.ทนงศักดิ์ กล่าวว่า สอบสวนนายวีรศักดิ์ หรือ นายอุ้ม ผู้ต้องหา เบื้องต้นสารภาพว่า ขณะขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวออกจากปากซอยบ้าน มาที่ถนนใหญ่ได้พบนายศรีคำ ผู้ตายเดินตัดหน้ารถ  นายอุ้มเลยเบรกและลดกระจกตระโกนร้องถามนายทองคำ ผู้ตายว่า “มึงจะเอายังไง” แต่ผู้ตายไม่ตอบ ด้วยความโมโหและมึนเมาสุรา จึงเดินออกจากรถไปหยิบไม้ไผ่ริมทางทุบตีที่ศีรษะและท้ายทอยผู้ตายหลายครั้ง ก่อนล้มแน่นิ่งไปกองกับแผ่นสังกะสี ด้วยเกรงกลัวความผิด นายอุ้มจึงนำแผ่นสังกะสีห่อร่างผู้ตายอุ้มไปโยนใส่ท้ายรถ ก่อนนำไปทิ้งลงน้ำกลางสะพาน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่ออำพรางคดีOLYMPUS DIGITAL CAMERAรอง สว.(สอบสวน) ระบุด้วยว่า พยานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลา 07.30 น. นายอุ้มคนร้ายได้ถือขวดเบียร์เมาอาละวาดขว้างใส่บ้านเพื่อนบ้าน ก่อนที่จะขอเงินยายแต่ผู้เป็นยายเผ่นหนี ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวจึงขับรถออกจากตัวบ้าน ก่อนพบนายทองคำผู้ตาย อยู่ บ.หนองดู่ ต.นาใน ที่ได้เดินออกมาทวงถามเงินจากเพื่อนบ้านที่ บ.หนองปลาดุก ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง โดยทั้งคู่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว ผู้ใหญ่บ้านและเพื่อนบ้านจับกุมตัวไว้ ขณะคนร้ายนำรถไปล้างคราบเลือดออก ซึ่งพยานอีกรายที่พบเห็นเหตุการณ์ ขับรถจักรยานยนต์ตามไปจุดคนร้ายทิ้งศพ กระทั่งแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบดังกล่าว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จากการตรวจสอบประวัตินายอุ้มคนร้ายรายนี้ ยังพบว่าเมื่อต้นปี 2559 ยังได้ก่อเหตุใช้ปืนแก๊ปก่อเหตุยิงน้าชาย ซึ่งอยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาลสู้คดี แต่เจ้าทุกข์ซึ่งเป็นญาติไม่เอาเรื่อง เบื้องต้นแจ้งข้อนายวีรศักดิ์ ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นเหตุแห่งการตาย คุมตัวไปดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังข่าวพบศพนายทองคำ เพื่อนบ้านจำนวนมาก ได้เดินทางมาดู รวมทั้งนางหนู แสงสว่าง วัย 78 ปี น้องสาวผู้ตายเห็นศพพี่ชายถึงกับนั่งร้องไห้ข้างศพ โดยกล่าวทั้งน้ำตาว่า แค่เดินตัดหน้ารถเท่านั้นไม่น่าจะก่อเหตุทำร้ายพี่ชายตนได้ลงคอ ทั้งๆที่พี่ชายตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับคนร้ายมาก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวตากใบอาลัย”พ่อ-ลูกสาว4ขวบ”เหยื่อจยย.บอมบ์ เผยน้องชายวัย 3 ขวบรอดหวุดหวิด

เมื่อเวลา 08.25 น.วันที่ 6 ก.ย. 59 พ.ต.ทงนภดล กิ่งทอง สว.สอบสวน สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จยย.บอมบ์ที่บริเวณหน้าร้านค้าเลขที่ 320/10 ตรงข้ามโรงเรียนบ้านตาบา ม.1 ต.เจ๊ะเห ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วย นายสิทธิชัย ศักดา ผวจ.นราธิวาส พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี รอง ผบช.ศชต. พ.ต.ท.วีระยุทธ ตาสีพันธุ์ รอง ผกก.สส.สภ.ตากใบ น.ท.กฤษณะ ยวงสะอาด ผบ.ฉก.นราธิวาส31 พ.ต.ท.ศราวุธ เกาะสมัน รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบที่บริเวณร้านค้าริมถนนตรงข้ามโรงเรียนบ้านตาบา มีเศษซากชิ้นส่วนของรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ที่คนร้ายใช้ประกอบระเบิดตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน ส่วนร้านค้า จำนวน 3 คูหา ช่วงบริเวณก้นสาดได้รับความเสียหาย รวมไปถึงทรัพย์ที่อยู่ภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลตากใบไปก่อนหน้าแล้ว โดยแยกเป็นผู้เสียชีวิต 2 คน คือ 1.นายมะเย็ง เวาะบะ 2.ด.ญ.มิตรา เวาะบะ อายุ 5 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนายมะเย็ง และเป็นนักเรียนชั้นอนุบาล1 โรงเรียนบ้านตาบา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย ประกอบด้วย 1.ร.ต.ต.ประพิศ บุญสร้าง 2.ด.ต.กิตติพงษ์ ศรีขำ 3.ส.ต.ต.วรรณุชิต แซ่ค้อ 4.ส.ต.ต.เตาฟิค อารง 5.น.ส.นูรไอนี ยูโซ๊ะ อายุ 25 ปี 6.นายตัลมีซี มะดาโอ๊ะ อายุ 23 ปี 7.นายรัสดี มะแอ อายุ 42 ปี 8.นางกูสีหม๊ะ กูมะ อายุ 40 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัวไม่สาหัสมากนัก จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายแอบนำรถ จยย.ที่ประกอบคาร์บอมบ์มาจอดที่บริเวณหน้าร้านค้า ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนบ้านตาบา เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่การจราจรหน้าโรงเรียนและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บภาพนายมะเย็งกับด.ญ.มิตรา ผู้เสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เสียชีวิต 2 รายคือ นายมะเย็ง เวาะบะ กับด.ญ.มิตรา เวาะบะ อายุ 5 ปี ลูกสาวนั้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายมะเย็งขี่รถจักรยานยนต์พาด.ญ.มิตรามาส่งที่โรงเรียน ปรากฏว่าช่วงที่ขี่รถผ่านจุดเกิดเหตุ คนร้ายได้กดระเบิดจยย.บอมบ์ แรงระเบิดทำให้พ่อลูกกระเด็นไปไกล ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความสลดใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่งน้องชายวัย 3 ขวบที่รอดหวุดหวิด

นอกจากนี้ยังพบว่า ก่อนเกิดเหตุนายมะเย็งขี่รถจักรยานยนต์พาด.ญ.มิตรา และน้องชายอีกคนวัย 3 ขวบไปส่งที่โรงเรียน โดยไปส่งน้องชายคนเล็กที่โรงเรียนอีกแห่ง ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์พาด.ญ.มิตราไปส่งที่โรงเรียนตาบาแล้วโดนระเบิดเสียชีวิตทั้งพ่อลูก ซึ่งหนูน้อยวัย 3 ขวบต้องกลายเป็นลูกกำพร้าพ่อ

ที่มา>>>ข่าวสด

หวาดเสียว! โคมไฟถ.ศรีนครินทร์ห้อยโตงเตงอันตราย หวั่นหล่นใส่รถวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไข

 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เส้นทางบนถนนศรีนครินทร์ ทั้งขาเข้า-ออก พบเห็นโคมไฟส่องสว่างชำรุด ช่วงทางแยกออกถนนพระราม 9 ก่อนถึงรพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ มีโคมไฟส่องสว่างที่อยู่เกาะกลางถนน ห้อยลงมาทั้ง 2 ฝั่ง เป็นที่น่าหวาดเสียวของผู้ใช้ถนน เกรงว่าตกลงมาถูกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่แล่นผ่าน ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขด่วน เพราะปริมาณการใช้รถบนถนนเส้นนี้ในแต่ละวันนับหมื่นคัน

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านผงะ!เห็นมือคนโผล่จากน้ำที่แท้เป็นศพหนุ่มจมดับปริศนาพร้อมจยย.

 เมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 8 ส.ค. ขณะที่ ร.ต.ท.นิรุจ กองสี พนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.หล่มสัก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนเสียชีวิตอยู่ในคลองชลประทาน ริมถนนเลียบคลองชลประทานใกล้กับโรงเรียนบ้านดอนสว่าง หมู่ 2 ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลหล่มสัก และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มกตัญญูหล่มสัก ที่เกิดเหตุเป็นคลองชลประทาน ลึกประมาณ 1 เมตร พบมีคนจมน้ำอยู่ใต้สะพานไม้ไผ่ ลักษณะเห็นแต่มือชูขึ้นมาเหนือน้ำ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจึงได้ช่วยกันนำร่างขึ้นมา พบว่าเป็นชายสวมเสื้อแขนสั้นกางเกงยีนส์ขาสามส่วน ใกล้กับศพพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ขจท745 เพชรบูรณ์ จมอยู่ในน้ำด้วย จากการชันสูตรพบบาดแผลขนาดใหญ่คล้ายกระแทกกับของแข็งที่บริเวณหน้าผาก แต่ตามร่างกายส่วนอื่นไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 6-8 ชั่วโมง สอบสวนทราบชื่อผู้ตายคือนายสราวุธ แก้ว อายุประมาณ 40-50 ปี เป็นชาวลาว ซึ่งมารับจ้างทำงานอยู่ในอำเภอหล่มสัก

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นชาวลาวมาทำงานรับจ้างอยู่ในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตยังไม่สามารถระบุได้ ซึ่งจะได้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ญาติตามหาวุ่น หนุ่มออกไปเจอเพื่อนแล้วหายตัว จยย.คู่ใจชนยับ-ศพไม่รู้อยู่ไหน

 เมื่อเวลา 08.58 น. วันที่ 1 ส.ค. ร.ต.อ.วัชรินทร์ หูชัยภูมิ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าวุ้ง อ.เมือง ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ท่าวุ้ง ว่ามีประชาชนขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัยประดาน้ำเพื่องมหาร่าง นายสว่าง แก้วคำ อายุ 47 ปี อยู่หมู่ที่ 12 ต.หัวสำโรง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ที่หายออกจากบ้านไป ตั้งแต่เมื่อวาน และมีผู้พบรถจักรยานยนต์ของนายสว่าง ชนเสาหลักกิโลเมตรล้มพังเสียหายอยู่ข้างทาง ริมคลองส่งน้ำชัยนาท-อยุธยา หลังวัดเกษ หมู่ที่ 10 ต.ท่าวุ้ง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ซึ่งคาดว่านายสว่าง อาจจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ร.ต.อ.วัชรินทร์ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ 100 สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน กลค-18 ลพบุรี ล้มคว่ำอยู่ มีร่องรอยการชนเสาหลักกิโลเมตรจนด้านหน้าของรถได้รับความเสียหาย แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ จึงได้ประสานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ลพบุรี พร้อมด้วยนักประดาน้ำ เพื่อค้นหา เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ใช้เวลางมค้นหาใต้น้ำประมาณ 1 ชั่วโมง ก็พบร่างของนายสว่างอยู่ก้นคลอง จึงได้นำศพส่ง รพ.ท่าวุ้งเพื่อชันสูตร ซึ่งแพทย์ระบุว่านายสว่างเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง โดยทางญาติของนายสว่างที่ออกติดตามหา ให้การว่า นายสว่างบอกว่าจะออกมาหาเพื่อนที่ตลาดท่าวุ้ง ตั้งแต่เย็นวาน แล้วหายไป พยายามติดต่อ สอบถามเพื่อนๆ ก็บอกว่านายสว่างกลับบ้านแล้วตั้งแต่เมื่อคืน จึงได้ออกติดตามหา จนมาพบรถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้าอยู่ริมทางใกล้บ้าน คาดว่านายสว่างคงจะดื่มสุรากับเพื่อนจนเมาแล้วมาประสบเหตุดังกล่าว ทางญาติของนายสว่างไม่ได้ติดใจในการเสียชีวิต โดยขอนำศพมาเพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดทึ่งลุงอ่างทอง ใช้หม้อ ปิ่นโต จาน แต่งรถจักรยานยนต์แบบไม่มีใครเหมือน!

14690175741469017602lลุงอ่างทองใช่หม้อ ปิ่นโต จาน แต่งรถจักรยานยนต์แบบไม่มีใครและไม่เหมือนใคร โดยเป็นรถจักรยานยนต์ที่ตกแต่งด้วยหม้อ  ปิ่นโต จาน ที่ทำด้วยสแตนเลส ประดับไฟสีรอบคันอย่างสวยงาม

นายษิญกรณ์ชัย  กล่าวว่า  ตนมีอาชีพขับรถบรรทุกสิบล้อ รถจักรยานยนต์ที่เห็นใช้วัสดุที่มีอยู่ภายในบ้านมาตกแต่ง โดยใช้หม้อ จาน ปิ่นโต และหลายๆอย่างมาแต่งที่ทำไปก็เพราะจะได้พาหลาน และพาสุนัขที่ตนเลี้ยงไว้ออกไปเที่ยวช่วงเย็นๆหลังเลิกขับรถแล้ว  เอาไว้ใส่ของใช้ช่วยคนแก่ เอาไว้ฟังเพลง ส่วนไฟสีต่างๆต้องการให้พวกรถบรรทุกได้เห็นอย่างชัดเจนป้องกันไม่ให้ถกรถบรรทุกเฉี่ยวชนได้ เพราะตนรู้ดีว่ารถบรรทุกอันตรายขนาดไหน

นายษิญกรณ์ชัย  กล่าวว่า  สิ่งของที่ตนนำมาประดับรถนั้นมีประโยชน์ทุกอย่างเช่น หม้อแกงใบใหญ่ที่อยู่หน้ารถเอาไว้ใส่น้ำดื่มทีไปเจอคนแก่ตามทางตามที่ต่างๆหรือคนหิวน้ำก็ให้เขาและเอาไว้ขนถังแก็สเข้าบ้าน ปิ่นโตติดอยู่ตรงไฟเลี้ยวเอาไว้ทำเสียงแจ๊ค หม้อแกงทีอยู่ข้างรถเอาไว้ทำลำโพงเพราะฝนตกเราก็เปิดฟังได้ จานข้าวติดตรงที่พักเท้าเอาไว้บังขาหลาน  รังเครื่องมือไว้ใส่ของใช้ทั่วไป  หม้อแกงขนาดใหญ่ข้างท้ายรถเอาไว้ใส่สุนัขพันธ์ปลั๊กไปเที่ยว  นอกจากนั้นยังพกไฟฉาย พกร่มไว้ด้วยไปเจอใครเจอคนแก่แดดร้อนฝนตกให้เลย  ไปเจอรถเสียกลางคืนก็แจกไฟฉาย

นอกจากนั้นฝาหม้อแกงจะเขียนคำว่าหยุดไว้เพราะตนจะเจอคนแก่  เด็กๆข้ามถนนตนก็จะเอาฝาหม้อที่เขียนคำว่าหยุดไปชูให้รถหยุดและพาเด็กๆ คนแก่ข้ามถนน  ทุกอย่างในรถตนมีประโยชน์มาก   ตนรู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคน ตนมีความสุขมาก ส่วนค่าใช้จ่ายไปนั้น เฉพาะค่าแต่งรถหมดไปเกือบ 3 หมื่นบาท ส่วนจักยานยนต์ตนได้ซื่อต่อมาอีกที่ราคา 8 พันบาทร่วมแล้วก็ประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท  คันนี้เป็นการตกแต่งเป็นคันที่3ทีสมบูรณ์ที่สุด  ส่วนที่เขียนท้ายรถนั้นไม่มีความหมายอะไรตนอยู่กับสิบล้อจะมีคำแบบนี้ตนเขียนสนุกๆเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากให้ลุงจุ้ยเปิดเครื่องเสียงพบว่าเครื่องเสียงดังดีมากและเปิดไฟวิ่งตอนกลางคืนก็สว่างสีสดสวยสะดุดตา

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.ล่าโจ๋สะบ้าย้อยขี่จยย.ปาระเบิดปิงปองใส่คู่อริดับสยอง เจ็บอีก 3

 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. พ.ต.ท.วิจิตร ยกทรัพย์ รองผู้กำกับการฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.สะบ้าย้อย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมาตนรับแจ้งกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-6 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ประมาณ 5-6 คัน ก่อนใช้ระเบิดปิงปองขวางใส่กลุ่มวัยรุ่นคู่อริ บริเวณสะพานบ้านคลองน้ำใส หมู่ 5 ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ทำให้มีวัยรุ่นเสียชีวิตทันที 1 คน ชื่อนายเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ชาว จ.สงขลา ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณหน้าอกและลำคอ และมีผู้ได้บาดเจ็บอีก 3 ราย พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อย โดยที่เกิดเหตุบนสะพานพบเศษชิ้นส่วนวัตถุระเบิดปิงปอง และเส้นลวดตกอยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายพร้อมเพื่อนอีก 3 คน กำลังยืนคุยกันบนสะพาน จากนั้นมีกลุ่มคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ขับผ่านมาประมาณ 5-6 คัน แล้วใช้ระเบิดปิงปองขวางปาใส่กลุ่มผู้ตาย 3 ลูก แต่ระเบิดทำงานเพียง 1 ลูก ทำให้ผู้ตายและเพื่อนถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณหน้าอกและลำคอเสียชีวิต ส่วนเพื่อนได้รับบาดเจ็บจนพลเมืองดีช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ล่าสุดผู้บาดเจ็บอาการปลอดภัยทั้งหมดแล้ว กลุ่มคนร้ายหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปมุ่งหน้าไปตามเส้นทางบ้านซูโซ๊ะ ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ได้วิทยุออกสกัดจับตามเส้นทาง แต่ยังไม่พบ พ.ต.ท.วิจิตร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัว ทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มวัยรุ่นด้วยกัน ไม่เกี่ยวกับการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่แต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี เพื่อหาเบาะแสและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด