ปิกอัพพุ่งชนวัวตายเกลื่อนถนน ซากกระเด็นไปโดนจยย.ขี่ตามมาจนล้ม-สาวเจ็บสาหัสด้วย

วันที่ 21 ธ.ค. ร.ต.อ.สุริยา คงอินทร์ รองสว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุรถกระบะชนวัวตาย 4 ตัว ริมถนนสายทุ่งสง-ทุ่งใหญ่ ม.2 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ผข-24 นครศรีธรรมราช สภาพหัวรถพังเสียหายยับเยิน ใกล้กับพบซากวัว 4 ตัวนอนตายเกลื่อนริมถนน

นอกจากนั้นยังพบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน กษท-733 นครศรีธรรมราช ล้มอยู่ในที่เกิดเหตุ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 1 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำส่ง รพ.ทุ่งสง ก่อนแล้ว ทราบชื่อนางบุษผาชาติ หอมละเอียด อายุ 30 ปี ขณะนี้คนเจ็บอยู่ในการดูแลของแพทย์พยาบาลของ รพ.ทุ่งสง

ร.ต.อ.สุริยา ระบุว่า เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา นายธรรมศักดิ์ เดชะดิน อายุ 27 ปี ขับรถกระบะมาตามถนนด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุวัว 4 ตัวเดินข้ามถนนในระยะกระชั้นชิด ทำให้นายธรรมศักดิ์ เบรกรถไม่ทันพุ่งชนอย่างจังจนวัวตายทันที 4 ตัว ส่วนนางบุษผาชาติขี่รถจยย.ผ่านมาพอดี วัวกระเด็นใส่จนรถจยย.ล้มทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครรับเป็นเจ้าของวัวทั้ง 4 ตัว ซึ่งตำรวจจะสืบสวนสอบสวนหาเจ้าของเพื่อดำเนินการตามกฏหมาย ส่วนซากวัวทั้ง 4 ตัวนั้นได้นำไปฝังกลบต่อไปแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

10 อันดับยอดขายรถยนต์ในไทยประจำเดือนตุลาคม 2559

10 อันดับยอดขายรถยนต์ในไทยประจำเดือนตุลาคม 2559    ‘โตโยต้า’ เผยอันดับยอดขายรถยนต์ในไทยทั้งกลุ่มรถยนต์นั่งและรถกระบะ พบว่า ‘โตโยต้า’ ยังนำในกลุ่มรถยนต์นั่งและรถกระบะขนาด 1 ตัน

ในช่วงเดือนตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา พบว่ามียอดจำหน่ายรถยนต์รวมทั้งสิ้น 60,634 คัน ประกอบด้วยรถยนต์นั่งจำนวน 23,117 คัน รถเพื่อการพาณิชย์จำนวน 37,517 คัน และรถกระบะขนาด 1 ตันจำนวน 30,527 คัน     ทั้งนี้ หากมองเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งพบว่า Toyota มียอดขายมาเป็นอันดับ 1 ในเดือนตุลาคม ด้วยตัวเลข 8,455 คัน ตามด้วย ฮอนด้า อยู่ที่ 6,236 คัน และ มาสด้า อยู่ที่ 2,010 คัน ขณะที่กลุ่มรถกระบะขนาด 1 ตัน ยังคงนำด้วย โตโยต้า อยู่ที่ 9,756 คัน ตามด้วย อีซูซุ อยู่ที่ 9,248 คัน และฟอร์ด อยู่ที่ 2,529 คัน

     อย่างไรก็ดี หากนับรวมยอดจำหน่ายตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมา พบว่า อีซูซุ มียอดขายสะสมนำมาเป็นอันดับที่ 1 ด้วยตัวเลข 97,177 คัน ตามด้วยโตโยต้า อยู่ที่ 94,441 คัน และฟอร์ดอีกจำนวน 23,824 คัน

10 อันดับยอดขายรถยนต์นั่งประจำเดือนตุลาคม 2559 มีดังนี้

1.Toyota – 8,455
2.Honda – 6,236
3.Mazda – 2,010
4.Suzuki – 1,737
5.Nissan – 1,569
6.Mitsubishi – 1,179
7.BMW – 606
8.Mercedes-Benz – 531
9.Volvo – 46
10.Ford – 33

8 อันดับยอดขายรถกระบะขนาด 1 ตัน ประจำเดือนตุลาคม 2559 มีดังนี้

1.Toyota – 9,756
2.Isuzu – 9,248
3.Ford – 2,529
4.Mitsubishi – 2,120
5.Nissan – 1,403
6.Chevrolet – 902
7.Mazda – 519
8.TATA – 70


“สำหรับชาวสุราษฎร์ธานี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สุราษฎร์ธานี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สุราษฎร์ธานี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

“นาทีนั้นคิดแค่อยากให้เด็กปลอดภัยเท่านั้น” เปิดใจนักเรียนนายเรืออากาศ ฮีโร่ตัวจริง

จากที่โซเชี่ยลมีการแชร์ภาพนายเรืออากาศ เข้าช่วยเด็กให้พ้นจากอุบัติเหตุจนตัวเองต้องเจ็บตัว นั้น  นักเรียนนายเรืออากาศ กรงเพชร จันทร์ทะธรรม นักเรียนชั้นปีที่ 4 รร.นายเรืออากาศนวมินทรกษัตริยาธิราช ฮีโร่ที่เข้าช่วยเหลือเด็ก เปิดเผยกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยนักเรียนนายร้อยสี่เหล่า พยาบาลสี่เหล่า และนักเรียนแพทย์ ได้ร่วมกันไปเป็นจิตอาสา โดยมีภารกิจหลักในการดูแล และอำนวยความสะดวกของประชาชน ทั้งในเรื่องจัดระเบียบการเข้าแถว  ดูแลผู้ป่วย

“ในช่วงเวลาดังกล่าวผมมีหน้าที่กั้นรถเพืี่อให้คนข้ามถนน บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ในพิธีสักการะพระบรมศพ จู่ๆ เด็กผู้หญิงอายุประมาณ 2 ขวบได้วิ่งมาบนถนน ขณะที่กำลังกั้นถนนเพื่อให้รถวิ่ง ไม่ทราบว่าเด็กมาจากไหน ขณะเดียวกันมีรถกระบะวิ่งมาจึงทำให้ตนรีบเข้าไปช่วยเหลือเด็กผู้หญิงคนดังกล่าว โดยขณะนั้นคิดแต่เพียงต้องการให้เด็กปลอดภัยเท่านั้น”  นักเรียนนายเรืออากาศ เผย14568197_1250169058374883_4775816288978190835_n

 นักเรียนนายเรืออากาศ กรงเพชร จันทร์ทะธรรม เปิดเผยต่อว่า ภายหลังเหตุการณ์ที่เด็กปลอดภัยแล้วตนได้กลับปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ สักพักเพื่อนได้ทักถึงแผลที่เลือดออก บริเวณดวงตา จึงเข้ารับการรักษาที่เต็นท์แพทย์สนามของ รพ.พระมงกุฏ โดยตนได้เย็บแผลจำนวน 4 เข็ม บริเวณเปลือกตา

10312465_10201801362386790_5277793454050942763_nนักเรียนนายเรืออากาศ กรงเพชร จันทร์ทะธรรม เปิดเผยทิ้งท้ายว่า ตนรู้สึกตกใจกับการแชร์ในเหตุการณ์ของตนในโลกออนไลน์ในครั้งนี้เพราะเป็นเวลาเพียงคืนเดียว แต่การกระทำของตนในครั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้คนหันมาทำความดีมากขึ้น ส่วนอาการบาดเจ็บของตนนั้นเหลือเพียงอาการปวดเพียงอย่างเดียว

ที่มา>>>ข่าวสด

ล้างรถเปื้อนเลือด!! ตามจับหนุ่มทุบพ่อเฒ่าดับสยอง-แค่เดินตัดหน้า สุดสลดน้องสาวร่ำไห้ข้างศพ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 4 ต.ค. ร.ต.อ.ทนงศักดิ์ อุประจันทร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม รับแจ้งเหตุ พบศพคนจมน้ำตายที่บริเวณสะพานห้วยเซกา พื้นที่ บ.เหล่าประดา หมู่ 5 ต.นาใน อ.โพนสวรรค์ รอยต่อกับ บ.หนองปลาดุก ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จึงรุดไปพร้อมแพทย์เวร ร.พ.โพนสวรรค์

ที่เกิดเหตุบริเวณถนนทางหลวงชนบท นพ 2045 สายโพนสวรรค์-หนองปลาดุก ริมสะพานดังกล่าว พบศพนายทองคำ ศรีสุข วัย 84 ปี ชาวบ้าน บ.หนองดู่ ต.นาใน สภาพศพสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ ที่ท้ายทอยมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งมีแผลยาว 5 ซ.ม. ลึก 1 ซ.ม. เลือดทะลักกกหูขวา ต้นแขนขวา พบมีรอยถลอก หลังชาวบ้านช่วยงมร่างขึ้นมาไว้ริมตลิ่ง เชื่อว่าอาจถูกทำร้ายมาก่อนแล้วจึงโยนศพทิ้งน้ำอำพรางคดี ท่ามกลางไทยมุงและญาติพี่น้องจำนวนมากเดินทางมาจุดเกิดเหตุ ต่างรุมสาปแช่งคนร้ายรายนี้OLYMPUS DIGITAL CAMERAในเวลาต่อรับแจ้งจากนายสุกันณฑ์ ศรีสุข อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ.หนองปลาดุก หมู่ 21 ว่าจับกุมตัวคนร้ายได้แล้วทราบชื่อ คือ นายวีรศักดิ์ ขันธวิชัย อายุ 30 ปี โดยควบคุมตัวไว้ในบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ขอให้มารับตัวไปดำเนินคดีด้วย จึงรีบรุดไปพร้อม พ.ต.อ.สุชาติ พยัคฆ์มะเริง ผกก. พ.ต.ท.กฤษณพล ประกิ่งเพชร รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ภาศ สุวรรณ์ สว.สส.สภ.โพนสวรรค์ พร้อมชุดสืบสวน คุมตัวไปสอบสวนที่โรงพัก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จึงประสานเจ้าหน้าที่ พฐ. ภ.จว.นครพนม และชุดสืบสวนได้นำรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บฉ 7053 นครพนม ซึ่งเป็นรถของ นายวีรศักดิ์ คนร้ายที่ใช้ก่อเหตุมาทำแผนประทุษกรรมบริเวณกลางสะพานดังกล่าว หลังตรวจยึดได้ภายในบ้าน หมู่ 21 พร้อมสังกะสี 1 แผ่น ความยาว 3 เมตร และท่อนไม้ไผ่ปลายแหลมยาว 1 เมตร ตกอยู่ในรถ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุกลางสะพาน พบคราบเลือดและหยดเลือดของผู้ตายตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานOLYMPUS DIGITAL CAMERAร.ต.อ.ทนงศักดิ์ กล่าวว่า สอบสวนนายวีรศักดิ์ หรือ นายอุ้ม ผู้ต้องหา เบื้องต้นสารภาพว่า ขณะขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวออกจากปากซอยบ้าน มาที่ถนนใหญ่ได้พบนายศรีคำ ผู้ตายเดินตัดหน้ารถ  นายอุ้มเลยเบรกและลดกระจกตระโกนร้องถามนายทองคำ ผู้ตายว่า “มึงจะเอายังไง” แต่ผู้ตายไม่ตอบ ด้วยความโมโหและมึนเมาสุรา จึงเดินออกจากรถไปหยิบไม้ไผ่ริมทางทุบตีที่ศีรษะและท้ายทอยผู้ตายหลายครั้ง ก่อนล้มแน่นิ่งไปกองกับแผ่นสังกะสี ด้วยเกรงกลัวความผิด นายอุ้มจึงนำแผ่นสังกะสีห่อร่างผู้ตายอุ้มไปโยนใส่ท้ายรถ ก่อนนำไปทิ้งลงน้ำกลางสะพาน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่ออำพรางคดีOLYMPUS DIGITAL CAMERAรอง สว.(สอบสวน) ระบุด้วยว่า พยานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลา 07.30 น. นายอุ้มคนร้ายได้ถือขวดเบียร์เมาอาละวาดขว้างใส่บ้านเพื่อนบ้าน ก่อนที่จะขอเงินยายแต่ผู้เป็นยายเผ่นหนี ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวจึงขับรถออกจากตัวบ้าน ก่อนพบนายทองคำผู้ตาย อยู่ บ.หนองดู่ ต.นาใน ที่ได้เดินออกมาทวงถามเงินจากเพื่อนบ้านที่ บ.หนองปลาดุก ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง โดยทั้งคู่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว ผู้ใหญ่บ้านและเพื่อนบ้านจับกุมตัวไว้ ขณะคนร้ายนำรถไปล้างคราบเลือดออก ซึ่งพยานอีกรายที่พบเห็นเหตุการณ์ ขับรถจักรยานยนต์ตามไปจุดคนร้ายทิ้งศพ กระทั่งแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบดังกล่าว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จากการตรวจสอบประวัตินายอุ้มคนร้ายรายนี้ ยังพบว่าเมื่อต้นปี 2559 ยังได้ก่อเหตุใช้ปืนแก๊ปก่อเหตุยิงน้าชาย ซึ่งอยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาลสู้คดี แต่เจ้าทุกข์ซึ่งเป็นญาติไม่เอาเรื่อง เบื้องต้นแจ้งข้อนายวีรศักดิ์ ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นเหตุแห่งการตาย คุมตัวไปดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังข่าวพบศพนายทองคำ เพื่อนบ้านจำนวนมาก ได้เดินทางมาดู รวมทั้งนางหนู แสงสว่าง วัย 78 ปี น้องสาวผู้ตายเห็นศพพี่ชายถึงกับนั่งร้องไห้ข้างศพ โดยกล่าวทั้งน้ำตาว่า แค่เดินตัดหน้ารถเท่านั้นไม่น่าจะก่อเหตุทำร้ายพี่ชายตนได้ลงคอ ทั้งๆที่พี่ชายตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับคนร้ายมาก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มทะเลาะแฟนสาวในรถ โมโหซิ่งวีโก้พุ่งตกคูเมืองเชียงใหม่ ปีนหนีตายระทึก!

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 3 ต.ค. ร.ต.อ.คนอง คุณารูป รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุรถพุ่งตกลงไปในคูเมือง เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านปุ๊ลอตเตอรี่ ใกล้ตลาดประตูเชียงใหม่ ถ.ช่างหล่อ ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่เกิดเหตุทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่รถชักลากเข้ามาช่วยเหลือเนื่องจากรถตกลงไปในน้ำ นอกจากนี้ ยังทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย201610031155291-20021028190515ที่เกิดเหตุพบกลุ่มชาวบ้านและผู้สัญจรไปมาบนท้องถนน จอดรถมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้รถติดเป็นทางยาวเจ้าหน้าที่กู้ภัยลงไปช่วยกันงมและชักลากดึงรถขึ้นมาใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถนำรถคันดังกล่าวขึ้นมาได้201610031155334-20021028190515ตรวจสอบเป็นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลัก วีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 4943 ระยอง ซึ่งมีนายไซ ฮา อัง อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา อยู่บ้านเลขที่ 124 ม.4 ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ แสดงตัวเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว อยู่ในสภาพอาการตื่นตกใจ ไม่พร้อมให้การกับทางเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ มีผู้โดยสารภายในรถอีก 2 คน เป็นแฟนสาว และเพื่อนผู้ชายอีก 1 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยภายหลังทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำตัวส่งไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล และนำรถคันดังกล่าวออกจากที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นทราบ รถคันดังกล่าวขับมาตามเส้นทางในช่วงเช้า ซึ่งในระหว่างนั้นมีผู้โดยสารมาในรถทั้งหมด 3 คน โดยมีนายไซเป็นคนขับ และมีแฟนสาวกับเพื่อนเป็นผู้ชายนั่งมาที่เบาะหน้าและเบาะหลัง ก่อนเกิดเหตุทราบว่านายไซนั้นมีปากเสียงทะเลาะกับแฟนสาว และถกเถียงกันมาจนถึงที่เกิดเหตุ จากนั้นรถได้เสียหลักพุ่งไต่ฟุตบาทแล้วแฉลบชนต้นไม้ ก่อนจะพุ่งตกลงไปในคูเมือง ซึ่งระหว่างนั้นผู้ประสบเหตุทั้งหมดยังมีสติ และได้รีบปีนหนีออกทางประตูรถได้ทัน ก่อนที่รถจะจมลงไปในน้ำทั้งคัน โดยระหว่างนั้นมีประชาชนชาวบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกข้อมูลเบื้องต้นในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งจะได้เชิญตัวนายไซ มาสอบสวนรายละเอียดของการเกิดเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง หลังจากที่สภาพจิตใจกลับสู่ปกติแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะเสยท้ายเก๋ง 2 แม่ลูก เสียหลักเหวี่ยงชนเสาไฟฟ้า รถเกือบขาดครึ่ง ดับคาซาก 2 ศพ

วันที่ 3 ก.ย. ร.ต.อ.กิจจพัฒน์ จิตติราช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบนถนนบรมราชชนนี ช่องทางคู่ขนาน หน้าศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล หมู่ 5 ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน แพทย์เวร ร.พ.พุทธมณฑล เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุพบรถเก๋งนิสสัน เซฟิโร่ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน พล 6921 กทม. ชนกับเสาไฟฟ้ารถเกือบขาดเป็น 2 ท่อน พังยับเยินทั้งคัน ฝากระโปรงท้ายเปิดอ้าออก กันชนหลุด กระจกหน้าแตกหลุดออกทั้งบาน ภายในรถพบศพนายภัทราวุธ ทีปะปาล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/73 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. เสียชีวิตติดคาซากอยู่บนเบาะคนขับ ส่วนที่เบาะผู้โดยสารพบศพนางมยุพรรณ ทีปะปาล อายุ 65 ปี ผู้เสียชีวิตทั้งสองคนเป็นแม่ลูกกันทำอาชีพค้าขายผ้าห่างไปประมาณ 100 เมตร พบรถกระบะ อีซูซุ สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน ถษ 6634 กทม. ด้านหลังต่อเป็นตู้เหล็กจอดอยู่ซึ่งเป็นรถยนต์คู่กรณี สภาพรถด้านหน้าแถบซ้ายมีร่องรอยการเฉี่ยวชน แต่ไม่พบคนขับรถ คาดว่าหลบหนีไปในช่วงชุลมุน จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถเก๋งของผู้ตายขับมาทางตรงในช่องทางคู่ขนาน ขณะนั้นมีรถจยย.ขับขี่อยู่ด้านหน้า จากนั้นรถเก๋งเบี่ยงขวาเพื่อจะแซง เป็นจังหวะเดียวกับที่รถกระบะขับมาด้วยความเร็วในเลนขวา ทำให้ชนท้ายรถเก๋งเข้าอย่างแรง จากนั้นรถเสียหลักหมุนหลายตลบก่อนจะสะบัดไปฟาดกับเสาไฟฟ้าจนรถเก๋งเกือบขาดออกเป็น 2 ท่อน

ร.ต.อ.กิจจพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับคนขับรถกระบะขณะนี้ยังไม่พบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเช็คหมายเลขทะเบียนเพื่อประสานไปยังบริษัท พร้อมกับเชิญตัวคนขับมามอบตัวเพื่อทำการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา จากนั้นได้ส่งศพไปชันสูตรต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อน! คลิปปิกอัพฉุนโดนบีบแตรใส่ เบรกกลางถนน-ถอยชนเฉยๆ แถมต่อยหน้าซ้ำ

14707206341470720717l คลิปนี้เผยแพร่โดยคุณ Sanya Piwchanthuek‎ และ YouLike (คลิปเด็ด) ระบุว่า เหตุเกิดเมื่อ 8 สิงหาคม2559 บริเวรถนนพหลโยธินจากสระบุรีมุ่งหน้ากทม. (กม.103) ดูสิ่งที่ชายคนดังกล่าวทำกับผม ทั้งจอดขวางและถอยชน และยังลงมาชกต่อยผมในรถ แต่กลับบอกว่าป้องกันตัว และรวมถึงสิ่งที่เขาพูดในคลิป แบบนี้เขาเรียกว่าอะไร อยากขอความคิดเห็นหรือขอทนายมือดี ช่วยกับเหตุการณ์นี้หน่อยครับ แจ้งความไปแล้ว ไม่มีการยอมความ รถกระบะคันนี้ก็เป็นรถบริษัทแห่งหนึ่ง “ไม่ยอมรับผิด ไม่มีการขอโทษ ก็ไม่มีการให้อภัย”

 โดยคลิปดังกล่าวเป็นกล้องหน้ารถของผู้โพสต์ เห็นเหตุการณ์ช่วงที่ปิกอัพคู่กรณีปาดหน้าในระยะกระชั้นชิดเพื่อเปลี่ยนเลน ผู้โพสต์ได้บีบแตรเตือน แต่คนขับปิกอัพกลับเบรกกลางถนน แล้วถอยรถมาชนผู้โพสต์ จากนั้นก็เดินลงมาที่รถ บอกว่า”โทรเรียกประกันมา” ก่อนที่ผู้โพสต์จะพูดขึ้นว่า “อ้าว พี่ถอยชนผมทำไม พี่ต่อยผมทำไม ผมทำอะไรผิด” คนขับปิกอัพกลับตอบว่า “…กวนตีนอะ ไม่มีอะไรหรอก”

ที่มา>>>ข่าวสด

ที่แท้เป็นเพื่อนบ้านมือยิงอดีตตร.ฝึกสุนัขชาวสวีเดน ตร.ตามจับแล้ว รับถูกแกล้งโดนหยาม

กรณีพบศพ นายลาส โดนัล ควอว์ฟอร์ด อดีตตำรวจฝึกสอนสุนัข สัญชาติสวีเดน เสียชีวิตภายในอยู่ภายในห้องครัว ของบ้านพักส่วนตัวที่เปิดเป็นโรงแรม สถานที่ฝึกสุนัข ของบริษัทบริษัทเคนเนล สแกนดิเนเวีย โฮเทล ฟอร์ ด็อก แคท แอนด์ เบิร์ด จำกัด เลขที่ 68/2 หมู่ 8 บ้านโป่งเก้ง ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยสภาพนอนหงายอยู่ข้างถังแก๊ส มีร่องรอยถูกยิงเข้าบริเวณศีรษะด้านหลัง ลำตัว และแขน จำนวนหลายสิบแผล และมีผู้ไปพบศพเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่หน้าสภ.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ วงษ์ปิ่น รอง ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ พร้อมชุดจับกุม นำตัวนายประทีป สังข์ศิริ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 3 ต.ไร่ใหม่พัฒนา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 273/2559 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2559 ผู้ต้องหาฆ่า นายลาส โดนัล ควอว์ฟอร์ด อดีตตำรวจฝึกสอนสุนัข สัญชาติสวีเดน เสียชีวิตภายในอยู่ภายในห้องครัว เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 ก.ค.59

โดยหลังก่อเหตุนายประทีป ไม่ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ยังคงอยู่ในบ้านพักตามปกติ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนและทราบตัวว่านายประทีป เป็นผู้ก่อเหตุ จึงควบคุมตัวมาจากบ้านพักที่อยู่ใกล้เคียงกันกับบ้านของผู้เสียชีวิต พร้อมอาวุธปืน ออโตเมติกลูกซอง 5 นัด จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนเดี่ยวลูกซองยาวขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 1 ปลอก กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 9 นัด ปลอกกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 1 ปลอก อาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. พร้อมซองและเครื่องกระสุนปืนจำนวน 1 นัด

จากการสอบปากคำนายประทีป ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือยิงนายลาสจริง และลงมือทำเพียงคนเดียว โดยวันเกิดเหตุขับรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเหลือง ตอนครึ่งหมายเลขทะเบียน บจ 810 เพชรบุรี ของตนเองมาจอดหน้าบ้านของผู้ตาย พร้อมกับนำอาวุธปืนยิงนายลาสทันที เนื่องจากโกรธแค้น และถูกนายลาส เหยียดหยามเยาะเย้ย และแกล้งตนรวมถึงญาติพี่น้อง อยู่บ่อยครั้ง จนเกิดความแค้นและมาก่อเหตุดังกล่าว

โดยหลังจากมีการแถลงข่าวเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายประทีป ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านที่ก่อเหตุ ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์

ที่มา>>>ข่าวสด