ภัยแล้งชัยนาทขยายวง ทำมะนาวออกผลน้อย ดันราคาพุ่งเฉียดลูกละ 10 บ.

สถานการณ์ภัยแล้ง จ.ชัยนาท ยังขยายวงกว้าง กระทบพืชผลเกษตรพาเหรดขึ้นราคา ขณะที่ มะนาวออกผลน้อย ปรับขึ้นราคาเฉียด 10 บาทต่อลูก ด้าน แม่ค้าตลาดสดภาษีซุง เผย มีโอกาสแตะลูกละ 15 ส่วนน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เหลือใช้อีกประมาณ 100 กว่าวันเท่านั้น …

วันที่ 22 เม.ย. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาล่าสุด ตรวจสอบระดับน้ำ ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวขึ้นอยู่ที่ 14.11 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 5.96 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็มและผลิตน้ำประปา จากการคาดการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยานั้นสามารถใช้ได้อีกประมาณ 100 กว่าวันเท่านั้นภัยแล้งชัยนาท หนัก ทำมะนาวออกผลน้อย ดันราคา เฉียดลูกละ10บาท

ขณะที่ ผลกระทบของภัยแล้งยังขยายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรมีราคาที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับมะนาว ที่ติดผลลดลง ทำให้มีมะนาวป้อนเข้าตลาดเป็นจำนวนน้อย และเริ่มขาดตลาด ราคาขายจึงปรับขึ้นในทุกขนาด โดยขนาดใหญ่หรือจัมโบ้ ราคาขายหน้าร้านขยับจากลูกละ 5 บาท เป็น 8 บาท ขนาดกลางปรับขึ้นเป็นลูกละ 6 บาท และขนาดเล็กราคาขายอยู่ที่ลูกละ 4 บาทน้ำน้อย แล้งทำมะนาวราคาพุ่ง!

ด้าน นางอรทัย ปานศรี แม่ค้ามะนาวสดภายในตลาดสดภาษีซุง เปิดเผยว่า ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ที่อากาศทวีความร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้คนหาซื้อมะนาวไปทำเครื่องดื่ม ไปผสมเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อความสดชื่น ทำให้มีความต้องการใช้มะนาวมากขึ้น ราคามะนาวมีโอกาสที่จะปรับขึ้นไปถึงลูกละ 15 บาท เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา ที่เคยถีบตัวสูงขึ้นจนน่าตกใจ หรืออาจจะแพงกว่าปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ เพราะผลผลิตช่วงภัยแล้งมีน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด.

ที่มา>>>Thairath

แล้งหนัก! ชาวเกาะขาดน้ำ ต้องบรรทุกใส่แพไปส่ง เร่งช่วยเหลือ

ปัญหาภัยแล้ง-น้ำประปาเค็มในพื้นที่ จ.พังงา ส่งผลกระทบ 5 หมู่บ้าน 150 ครัวเรือน ขณะที่ภัยแล้ง จ.สตูล อบต.เร่งขนส่งน้ำลงแพให้ชาวบ้านบนเกาะปูยู หลังฝนทิ้งช่วงนานกว่า 5 เดือน

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงมาเป็นเวลาหลายเดือน ประกอบกับช่วงนี้น้ำประปาภูมิภาคตะกั่วป่า จ.พังงา มีความเค็มเนื่องจากน้ำจืดน้อย น้ำทะเลหนุน ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถนำน้ำมาอุปโภค บริโภคได้ โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ที่ 1, 5, 6, 7, 8 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ชาวบ้าน 150 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนจากการขาดน้ำ เนื่องจากแหล่งน้ำแห้งขอด โดยทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง ต้องนำรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งทางชาวบ้านได้นำถังน้ำขนาดใหญ่มารองรับน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภค ดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในการแจกจ่ายน้ำตามความต้องการของประชาชนชาวบ้านต่างนำภาชนะมาใส่น้ำ

ด้าน นายธงชัย หันช่อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง เปิดเผยว่า ปัญหาภัยแล้งเนื่องจากในพื้นที่ฝนทิ้งช่วง ได้ส่งผลให้แหล่งน้ำในพื้นที่แห้งขอดจนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่ใช้น้ำ ไม่มีน้ำอุปโภค บริโภค โดยในปีนี้ถือว่ามีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน 150 ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง ได้เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ไม่มีน้ำ โดยได้นำรถบรรทุกน้ำจำนวน 2 คัน ใส่นำแจกจ่ายให้ชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้าน วันละ 3-4 ครั้ง น้ำประมาณ 30,000 ลิตรต่อวัน อย่างไรก็ตาม หากชาวบ้านในพื้นที่ใดเดือดร้อนไม่มีน้ำใช้ สามารถมาติดต่อได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง เร่งช่วยเหลือ

ขณะที่ สถานการณ์ภัยแล้ง จ.สตูล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทาง อ.เมืองสตูล ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลปูยู เร่งแก้ปัญหาโดยเร่งขนส่งน้ำอุปโภคบริโภคไปให้ประชาชน ชาวเกาะยาว และชาวเกาะปูยู อ.เมือง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.ปูยู รวมทั้งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะฝนทิ้งช่วงนานกว่า 5 เดือน 744 ครัวเรือน 3,088 คน โดยการนำน้ำใส่ถังขนาด 200-3,000 ลิตรลงในแพ แล้วใช้เรือลากจูงนำไปส่งให้ชาวบ้าน ส่วนน้ำดื่มจะใส่ในถังขนาด 10 ลิตร จ่ายให้ครอบครัวละ 4 ถังเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งนี้ ชาวบ้านบนเกาะต่างๆ นำภาชนะใส่น้ำมารอรับน้ำริมท่าเรือ

ทางด้านชาวบ้านบอกว่าเกาะปูยูมีสระน้ำที่ปกติแล้วสามารถใช้ได้ตลอดฤดูแล้งของทุกๆ ปี แต่ปีนี้แล้งยาวนานมาก ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. 58 จนขณะนี้ร่วม 5 เดือนแล้วที่ฝนไม่ตก ทำให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติที่มีอยู่แห้งหมด โดยขณะนี้ฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะตก

อย่างไรก็ตาม ทาง อ.เมืองสตูล กับ อบต.ปูยู ได้เร่งแจกน้ำเพื่อนำไปช่วยเหลือวันละ 30,000 ลิตร แต่ก็ยังไม่เพียงพอและต้องขอสนับสนุนภาชนะบรรจุน้ำเนื่องจากแพลำเลียงสามารถบรรทุกน้ำได้ครั้งละ 200,000 ลิตร

ที่มา>>>Thairath