ไม่อยากอยู่เป็นภาระ!! สลดแม่เฒ่าพิการวัย 77 ผูกคอดับคาห้องเช่าเมืองอุดรฯ

วันที่ 19 ก.ย. ร.ต.ท.สถิตย์ ภูบังแสง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งว่ามีคนผูกคอตาย ในบ้านเช่าเลขที่ 64/7 ซอยวัฒนานุวงศ์ 4 เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร ร.พ.ศูนย์อุดรธานี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมที่เกิดเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพเก่าพบศพนางจันทร แก้วยศ อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/18 ซอยโพนพิสัย ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี ใช้สายไฟฟ้าสีดำ ผูกคอตัวเองกับหน้าต่างในห้องนอน ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด ส่วนภายในห้องก็ไม่พบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวบไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ

จากการสอบสวนนายวรพล ศรีวิเชียร อายุ 49 ปี ลูกชายผู้ตาย ให้การว่าเมื่อ 10 ปี ก่อนหน้านี้แม่เคยถูกรถชนที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ทำให้พิการหลังจากนั้นเป็นต้นมา และแม่ก็จะขออยู่บ้านเช่าหลังนี้เนื่องจากมีความผูกพันกับเพื่อนบ้านด้วยกัน ที่แวะเวียนมาพูดคุยให้คลายเหงาอยู่เสมอ ตนพยายามที่จะพาไปอยู่ที่บ้านตนก็ไม่ยอมไป ตนจึงต้องเอาข้าวมาส่งและมาอาบน้ำให้ทุกวัน

ก่อนหน้านี้แม่เคยบ่นว่าไม่อยากที่จะเป็นภาระให้กับลูก อีกทั้งน้อยใจที่พิการเดินไม่ได้ด้วย แต่ช่วงเที่ยงวันนี้ตนไม่ได้เอาข้าวมาส่งแม่ เพราะคิดว่าเพื่อนบ้านนำข้าวมาให้แม่กินแล้ว หลังจากตนไปขับรถสามล้อเครื่องรับจ้าง แล้วแวะมาหาแม่เพื่อจะถามไถ่เรื่องอาหารการกินก็พบว่าแม่ได้ผูกคอเสียชีวิตแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มกินแต่เหล้าน้อยใจพ่อด่าไม่ทำงานผูกคอดับกับขื่อบ้าน

เมื่อเวลา 00.10 น.วันที่ 19 ก.ย. ร.ต.อ.อนุพงษ์ บุญนาน สภ.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งมีคนผูกคอตายเสียชีวิต ในบ้านเลขที่ 226 หมู่ 6 ต.หนองไผ่ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีและเจ้าหน้ามูลนิธิส่งเสริมธรรมอุดรธานี
201609191204491-20041020130510ที่เกิดเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ชั้นเดียว พบร่างของนายสำลี แสนสวาท อายุ 36 ปี ลูกชายของนายไสว แสนสวาท อายุ 57 ปี เป็นเจ้าของบ้านใช้เชือกไนล่อนสีแดง ผูกคอตายเข้ากับขื่อ หลังคาในห้องนอนของตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงนำร่างลงมา จากการสอบสวน นายไสวให้การว่า ตนมีลูก 3 คนผู้ตายเป็นลูกชายคนโต แต่ไม่ทำมาหากิน ชอบดื่มเหล้าทุกวัน ตนบ่นให้เขาเลิกกินเหล้าให้ช่วยงานพ่อแม่เหมือนน้องทั้ง 2 คน ก่อนเหตุช่วงหัวค่ำลูกชายไปดื่มเหล้าบ้านเพื่อน ตนจึงให้ลูกเล็กไปตามกลับมาบ้าน ตนก็ได้ต่อว่าเรื่องไปกินเหล้าบ้านคนอื่นอีก จากนั้นผู้ตายก็เข้าไปในห้องนอนจนภรรยาตนมาตรวจดูลูกๆ ทุกคนจึงพบว่าลูกชายคนโตผูกคอตายเสียแล้ว

หลังจากนั้นแพทย์ได้ชันสูตรพลิกศพ ตามร่างกายไม่พบร่องรอยบาดแผลใดๆ พบแต่ที่ลำคอมีรอยเขียวช้ำ ผู้ตายคงเสียชีวิตเกิดจากขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิต มาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งทางญาติไม่ติดใจการตายครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน แล้วมอบศพให้ญาติ นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เผารูปแฟนสาว-มีดกรีด-เขียนสาปแช่ง หนุ่มเครียดโดนสาวทิ้ง-ผูกคอตายอนาถ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ก.ย. ร.ต.อ.เอกศรีจันท์ เรือนเงิน ร้อยเวรสภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตายภายในห้องแถวเลขที่ 87/2 ม.12 ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี ที่เปิดเป็นอู่ซ่อมช่วงล่างรถยนต์ จึงรุดไปตวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพระปกเกล้าฯ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี  จากการตรวจสอบภายในห้องพักด้านใน พบศพนายทัชชากร เกษแก้วสถาพร อายุ 42 ปี ผู้เช่าห้องและเป็นเจ้าของอูซ่อมรถดังกล่าว อยู่ในลักษณะใช้เชือกผูกเปล แขวนคอห้อยติดกับขื่อไม้หลังคาห้องพัก จากการตรวจชันสูตรของแพทย์เวรเบื้องต้น คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ตรวจสอบภายในห้องพบข้อความจดหมายสั่งเสียที่เขียนด้วยลายมือของผู้ตาย บนเศษแผ่นกระดาษจำนวน 1 แผ่น และบนสมุดฉีก มีข้อความว่า “บูรักแม่ บูคิดดีแล้ว ไม่สู้แล้ว บูพอแล้ว จะได้สบายใจ รักครอบครัว บูไปก่อนแม่ ไม่ต้องให้มันมางานศพบู” ส่วนในกระดาษสมุดฉีกมีข้อความว่า “บูรักแม่ แต่บูทำใจไม่ได้กับชีวิต บูเบื่อกับชีวิต ทำอะไรหลายปีก็ไม่ดีขึ้น บูลาแม่แล้ว บูมีเมียมาหลายคน ทุกคนดีกับบู ไม่เคยขออะไร แต่คนที่บูรัก กับขอทุกอย่างนี้คืน เวรกรรมมันมาแล้ว” ส่วนบนชั้นวางของในห้องพบรูปถ่ายของหญิงสาวจำนวน 2 ใบ มีร่องรอยการถูกเผาเสียหาย และมีรอยกรีดด้วยของมีคมบริเวณใบหน้าของหญิงสาว ตลอดจนข้อความที่เขียนด้วยลายมือ สาปแช่งผู้ที่อยู่ในภาพถ่าย ซึ่งคาดว่าจะเป็นแฟนสาวผู้เสียชีวิต  จากการสอบถามนายชูชาติ เกษแก้วสถาพร อายุ 60 ปี พ่อบุญธรรมของนายทัชชากร ให้การว่า ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ นายทัชชากรได้แวะมาหาพร้อมกับพูดให้ฟังว่ายังทำใจไม่ได้ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนสาวได้หอบผ้าหนีไปอยู่ที่อื่น อยากแขวนคอตายหนีปัญหา ก่อนจะหายตัวไปและติดต่อไม่ได้ จนมาทราบข่าวจากนายเสกสรร จันอุดม ผู้ใหญ่บ้านที่โทรมาแจ้งว่านายทัชชากรคิดสั้นผูกคอเสียชีวิตแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

“สาวทอม”ควงกิ๊กหนุ่มวัย 15 ฆ่า”ดี้สาว”แล้วจับศพแขวนคอ แถมสวมรอยโพสต์FBผู้ตายอำพราง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 กรกฎาคม ที่สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.บุญธรรม วรรณรัตน์ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล รองผบก.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน แถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมอำพรางศพด้วยการผูกคอในหอพักแห่งหนึ่งชุมชนตาลเดี่ยว อ.หัวหิน โดยผู้ต้องหามี 2 คน ได้แก่ น.ส.กชกร หรือบัว ชาวชัยนาท อายุ 19 ปี ชาวนครปฐม อีกรายเป็นเยาวชน ชื่อนายต้าร์ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ชาวจ.นครปฐม เช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง 2 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรมน.ส.โสดาพันธ์ หรือแก้ว คำศิลป์ อายุ 36 ปี ชาวเพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ท่ามกลางญาตของผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่มายืนดูการแถลงข่าวด้วยน้ำตานองหน้า  พ.ต.อ.สิทธิชัยกล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนผูกคอตายภายในหอพักเมื่อเวลา 16.40 น.ของวันที่ 24 กรกฎาคม ผู้ดูแลหอพักเป็นผู้เปิดประตูห้องพักของน.ส.แก้วผู้เสียชีวิต หลังจากที่คนสวนพบกุญแจห้องตกอยู่ที่สวนของหอพัก เมื่อโทรศัพท์ไปหาเจ้าของห้องพักไม่มีคนรับสาย จึงได้นำกุญแจไปเปิดห้อง ก็พบว่าน.ส.แก้วได้เสียชีวิตในสภาพใช้ผ้าปูที่นอนผูกคอกับราวภายในห้องน้ำ ทั้งนี้ผู้ดูแลหอพักให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้วยว่า พบเหตุผู้ตายครั้งสุดท้ายในช่วงกลางคืน ขณะเดินขึ้นหอพักพร้อมกับน.ส.บัว และนายต้าร์ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบพิรุธหลายอย่าง ทั้งการเดินเข้าออกห้องพักผู้เสียชีวิตหลายครั้ง มีการสูบบุหรี่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และขณะเดินออกจากหอพักโดยที่ไม่มีผู้ตายเดินออกมาด้วย จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาสอบสวน ขณะกำลังกบดานที่จ.นครปฐม ก่อนที่จะยอมรับสารภาพในที่สุด น.ส.บัวสารภาพว่า ตนและน.ส.แก้วคบหาในฐานะแฟนมาได้ประมาณ 1 ปี ก่อนหน้านี้ตนไม่ได้มีใคร คบกับผู้ตายเพียงคนเดียวและผู้ตายเป็นคนมาจีบตนก่อน ตนไม่เคยหลอกว่าเป็นทอม ส่วนแฟนใหม่ที่เป็นผู้ชายนั้น ตนเพิ่งมาคบหลังบอกเลิกกับผู้ตายได้ไม่นาน โดยในวันเกิดเหตุตนตั้งใจมาเคลียร์ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับผู้ตาย โดยพาแฟนใหม่มาด้วยเพื่อยืนยันว่ามีคนใหม่แล้วเพราะกลัวผู้ตายไม่เชื่อ ไม่ได้ตั้งใจมาฆ่า  รวมทั้งต้องการเคลียร์ปัญหาหนี้สินที่ตนหยิบยืมจากผู้ตายกว่า 7 หมื่นบาทไปใช้รักษาตัวเพราะไม่สบายด้วย โดยจะผ่อนชำระให้เป็นงวดๆละ 10,000 ถึง 15,000 บาท ตนไม่ได้จะมาขอเงินอีกเพราะเลิกกันแล้ว แต่ระหว่างเจรจา เกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน และตนเกิดโมโหที่ผู้ตายขึ้นเสียงใส่ตน ทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบใช้หมอนปิดหน้าผู้ตายบนเตียงนอน แล้วแฟนใหม่ก็มาช่วยจับขาผู้ตายไว้ จนผู้ตายแน่นิ่งไป

“จากนั้นหนูพยายามจะปลุกพี่แก้วแล้ว แต่ไม่ตื่นขึ้นมา ทำให้คิดว่าเสียชีวิตแล้ว หนูกับแฟนใหม่จึงใช้ผ้าปูที่นอน มาผูกกับราวในห้องน้ำแล้วอุ้มร่างของผู้ตายมาแขวนไว้ ทำทีว่าผูกคอตายเอง แล้วรีบออกจากหอพัก โดยทิ้งกุญแจห้องไว้ที่สวน ก่อนออกมาเรียกรถรับแจ้งหน้าหอพัก ให้พาไปส่งที่ห้องพักแห่งหนึ่งในอ.หัวหิน โดยที่หนูได้หยิบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายติดมือมาด้วย เพื่อจะลบข้อมูลที่มีการติดต่อกันระหว่างหนูกับผู้ตาย แต่เพราะหนูไม่มีเงินติดตัว จึงได้ให้โทรศัพท์มือถือของผู้ตายเป็นค่ารถไป จากนั้นตอนเช้าได้รีบหนีขึ้นรถไฟไปกบดานที่บ้านพักใน จ.นครปฐม ก่อนถูกตำรวจตามจับได้ในที่สุด”น.ส.บัวให้การ

ด้านญาตของผู้ตายให้ข้อมูลด้วยว่า ผู้ตายเป็นคนดีชอบทำบุญมาก ต้องเลี้ยงลูก 1 คน แต่เกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ตนเห็นผู้ตายรับโทรศัพท์ของน.ส.บัว แต่มีปากเสียงทะเลาะกันตลอดเวลา โดยในช่วงดึกของคืนเกิดเหตุ พบว่าเฟซบุ๊คของผู้ตายมีการโพสต์ภาพคล้ายกับว่าผู้ตายโพสต์เอง ซึ่งไม่ใช่ แต่เป็นฝีมือของผู้ต้องหาที่ต้องการอำพรางคดี

นอกจากนี้ญาติไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะแค่ใช้หมอนปิดหน้าจนเสียชีวิต เพราะสภาพศพมีร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างหนักทั้งตามร่างกายที่เขียวช้ำและที่ใบหน้า คล้ายการถูกจับหน้ากระแทกพื้น ทำให้ญาตไม่เชื่อตั้งแต่แรกว่าจะผูกคอตายเองและเชื่อว่าถูกฆาตกรรม โดยขณะนี้ยังไม่ได้เผาศพ ต้องการเก็บไว้เพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม อยากให้ผู้ต้องหาได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับผู้ตาย

ที่มา>>>ข่าวสด