ภาคเหนือเจอฝนหนักอีกวัน อีก40จว.ยังเตือนจับตาโดนถล่มซ้ำ กทม.ตกหนักร้อยละ 60

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง แต่บริเวณภาคเหนือมีฝนตกหนักบางพื้นที่ต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังอ่อน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเล อันดามันและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง

อนึ่ง พายุโซนร้อน “โนรู” (NORU) มีแนวโน้มเคลื่อนผ่านประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 7-8 ส.ค.60 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ ตาก กำแพงเพชร และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดบึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส และปัตตานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สุราษฎร์ฯฝนถล่มหนักตกเต็มพื้นที่น้ำทะลักท่วม 6 อำเภอสูงกว่า 2 เมตร

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.สุราษฎร์ธานียังคงมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ทหารค่ายวิภาวดีรังสิตและเจ้าหน้าที่ทางหลวง นำป้ายลดความเร็วมาวางบนถนนสายเลี่ยงเมืองฝั่งขาล่อง เนื่องจากมีน้ำท่วมถนนเป็นระยะทางยาวกว่า 400 เมตร ระดับน้ำสูง 30-50 เซนติเมตร และต้องปิดการสัญจรขาล่องหนึ่งช่วง นอกจากนั้น จากฝนที่ตกหนักทั้งคืนในพื้นที่อำเภอเมืองทำให้ถนนหลายสายในตัวเมืองถูกน้ำท่วมขังสูง รถเล็กสัญจรด้วยความยากลำบาก เนื่องจากน้ำระบายไม่ทันในส่วนของบ้านเรือนริมถนนก็เริ่มมีน้ำไหลเข้าฟุตบาทใกล้เข้าบ้านประชาชน จนต้องนำกระสอบทรายมากั้นบริเวณหน้าบ้านกันน้ำเข้า ถือว่าสถานการณ์ฝนตกหนักในครั้งนี้ค่อนข้างจะรุนแรง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่ามีฝนตกร้อยละ 80 ของพื้นที่สำหรับภาพรวมทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงเช้านี้มีหลายพื้นที่ถูกน้ำหลากไหลเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็วจากฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืน วัดประมาณน้ำฝนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 200 มิลลิเมตร โดยขณะนี้ อ.เมือง อ.กาญจนดิษฐ อ.ดอนสัก อ.บ้านนาสาร อ.ท่าชนะ อ.ไชยา ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนแล้ว ระดับน้ำหลายจุดในพื้นที่ชนบทน้ำสูง 1-2 เมตร มีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง และสถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วงถ้าฝนยังตกเพิ่มตลอดเช่นนี้ อาจจะรุนแรงเทียบเท่าปี 54 ก็เป็นได้ ประชาชนพื้นที่เสี่ยงที่เคยได้รับอุทกภัยควรระมัดระวัง ทางด้านเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนก็ออกให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและเร่งด่วน

ที่มา>>>ข่าวสด

อุตุฯเตือนสิ้นเดือน ต.ค.เริ่มหนาว กรุงยะเยือกแน่!! อุณหภูมิต่ำสุด 15 องศา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กรมอุตุนิยมวิทยาวันที่ 9 ต.ค. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า สำหรับอากาศหนาวในปีนี้มาจากภูมิอากาศเย็นจากประเทศจีนลงมา ทำให้ประเทศไทยเผชิญกับอากาศหนาว โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยาคาดอากาศหนาวจะเริ่มต้นหนาวในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนตุลาคม 2559 จนถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ในปีนี้จะหนาวเป็นปกติและจะแตกต่างกว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากเผชิญกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศหนาว เช่นเดียวกับภาคกลางตอนบน และ สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครคาดอุณหภูมิต่ำสุด 15-16 องศา และ จะมีอากาศหนาวเป็นระยะ

ที่มา>>>ข่าวสด

กรมอุตุฯเผยกทม.-ปริมณฑลยังมีฝนหนัก เตือนอีก 24 ชม.ข้างหน้าทุกภาคฝนชุก

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไประบุว่า ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ระนอง และพังงา ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนสะสมและฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย14486240831448624119lสำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักมากบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ตอนบนของภาค ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ตอนล่างของภาค ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆ กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส

ที่มา>>>ข่าวสด

กรมอุตุฯเผย 17 จว.ฝนหนัก เตือนทะเลคลื่นลมแรงเรือเล็กงดออกจากฝั่ง กทม.-ปริมณฑลตกร้อยละ 70

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าระบุว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร หนองคาย ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม อุทัยธานี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย201607110802496-20120716160851สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง1462006774_297914พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.201609191042173-20021028190209ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด
มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส

ที่มา>>>ข่าวสด

อุตุฯ เตือนสภาพอากาศ! 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง

14704591211470459151l

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ
ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2559

ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักรวมทั้งฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังปานกลางสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตก

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาและประเทศไทยบริเวณตอนบนของภาคเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ตอนบน และอ่าวไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ และน่าน
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ชัยภูมิ นครราชสีมา
บุรีรัมย์ และสุรินทร์
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ที่มา>>>ข่าวสด

บึงกาฬฝนตกติดต่อหลายวัน เขตเทศบาลน้ำท่วมหลายจุด-ต้นไม้โค่นปิดทางหลวง

 เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้และอ่าวไทย ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ทำให้บรรยากาศทั่วทั้งจังหวัดบึงกาฬมีฝนตกลงมาติดต่อกันเป็นระยะนานกว่า 5 วัน และยังมีลมกระโชกแรงเป็นเหตุให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เกิดอยู่ข้างทางหลวงสาย อ.เซกา-อ.บึงโขงหลง ล้มทับปิดถนนทั้ง 2 เลนรถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ตรงกิโลเมตรที่ 25-26 บ้านอุดมทรัพย์ ต.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงเซกา หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างศรีวิไลจุดบึงโขงหลง และตำรวจเซกา ต้องนำอุปกรณ์มีดและเลื่อยโซ่ยนต์มาตัดทอนกิ่งไม้ และต้นไม้ออกจึงสามารถเปิดเส้นทางให้รถวิ่งผ่านไปมาได้สะดวก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุการณ์นี้ ส่วนสถานการณ์น้ำในจังหวัดบึงกาฬ หลังผู้สื่อข่าวตระเวนดูพบว่า หลายจุดที่เป็นจุดเสี่ยงและมีประวัติน้ำเอ่อท่วมในปีผ่านมา พบว่าน้ำในลำห้วย เช่น แม่น้ำสงคราม ลำห้วยซาว ก็เริ่มจะปริ่มริมตลิ่งแล้ว หากฝนยังตกลงมาอีกน้ำคงท่วมที่นาอย่างแน่นอน ซึ่งบางแปลงพึ่งปลูกและหว่านข้าวใหม่ๆ แต่บางคนก็ยังไม่ได้ปักดำ เพราะต้องรอต้นกล้าให้แก่ก่อน ส่วนในเขตเทศบาลบึงกาฬน้ำระบายไม่ทันหลายจุด ทำให้น้ำท่วมสูงถึงหัวเข่าในบ้านพักเจ้าหน้าที่ รพ.บึงกาฬ และโรงเรียนบึงกาฬ ต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายออกตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีหน่วยทหาร กกล.รส.บึงกาฬ คอยเฝ้าเครื่องและเติมน้ำมัน ส่วนเทศบาลวิศิษฐ์ก็มีน้ำท่วมขังในถนนรักสงบหน้าที่ทำการตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และถนนพ้นทักภัยท่วมขังตรงจุดทางลงไปโรงเรียนมหาไถ่ศึกษา แต่รถก็ยังวิ่งผ่านไปมาได้

ที่มา>>>ข่าวสด

5 วิธีรับมือกับการใช้โน้ตบุ๊ค สำหรับเมืองร้อนอย่างประเทศไทย ไม่ให้พังก่อนวัยอันควร

กรมอุตุนิยมวิทยาย้ำแล้วย้ำอีกว่าอากาศในบ้านเราเดี๋ยวก็ร้อน ขึ้น ร้อนขึ้น แล้วก็ร้อนขึ้นทำลายสถิตินู่นนี่นั่นบ้าง พระอาทิตย์ตั้งช้างบ้างอะไรบ้าง ยิ่งถ้าได้ลองลองเดินออกนอกชายคาบ้านสักช่วง 11 โมงขี้นไปก็เรียกได้ว่าร้อนนรกแตกอารมณ์ประมาณผิวไหม้กันเลยทีเดียวละครับ

เห็นมั้ยละว่าคนยังแทบไหม้แล้วโน้ตบุ๊คจะเหลืออะไร ยิ่งเมื่อใช้งานหนักๆ และไม่ได้รับการระบายความร้อน หรือบรรยากาศในการใช้งานที่ดีเข้ามาช่วย ก็อาจทำให้เครื่องโน้ตบุ๊กร้อนเร็วขึ้น จนส่งผลให้มีอาการเอ๋อ หน่วง กระตุก แถมมาเจอความร้อนประเทศไทยปี 2016 แบบนี้แล้วละก็อาจจะมีลาโลกก่อนวัยอันควร

ซึ่งบทความนี้ ADBIG จะมาแนะนำ 5 วิธีรับมือกับการใช้โน้ตบุ๊ค สำหรับเมืองร้อนอย่างประเทศไทย ไม่ให้พังก่อนวัยอันควร กันแบบชิวๆ สบายๆ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับไปดูกัน!!!

1 หา Cooling Pad มาใช้งาน

เป็นวิธีดับร้อนโน้ตบุ๊กแบบพื้นๆ เบๆ ที่หลายๆ คนคงใช้วิธีนี้กันอยู่บ้างแล้ว แต่จะให้ดี Cooling Pad ที่ใช้ก็ควรจะมีคุณภาพดีกันสักนิดนึงนะครับ เพราะในตัวถูก(หรือแพงบางตัว) พัดลมที่แถมมานั้นลมก็เบ้าเบา แถมเสียง่ายมากๆ แถมเสียงดังอีกต่างหาก อย่างยี่ห้อที่มีคุณภาพแต่ไม่แพงมากก็จะมีอยู่หลายยี่ห้อเเหมือนกันนะครับ อย่างเช่น Belkin และ Cooler Master เป็นต้น นอกจากพวกนี้จะทนทานแล้ว ตัวพัดลมที่ติดมากับเครื่องนั้นก็จะมีรอบพัดลมที่สูง ปรับมุมการจัดวางให้ตรงกับช่องดูดลมได้ และเสียงรบกวนน้อยอีกด้วยครับ แถมยังช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าของจีนที่เป็นขาพลาสติกเยอะเลยละ สำหรับราคาก็มีตั้งแต่ร้อยบาท ไปถึงหลักพันบาททีเดียว ที่นอกเหนือจะช่วยลดความร้อนให้ตัวเครื่องโน้ตบุ๊คได้แล้ว ยังจะช่วยเพิ่มความลาดเอียง ทำให้เวลาพิมพ์งานสะดวกมากขึ้น และทำให้ไม่ล้าบริเวณข้อมือ และข้อพับ รวมถึงหน้าจอก็จะถูกยกระดับให้สูงขึ้นพอดีกับสายตาอีกด้วยนะครับจะบอกให้maxresdefault

2 หาอะไรมารองโน้ตบุ๊กสักหน่อย

สำหรับคนที่งบน้อย หรือสำหรับบางคนที่ยังหา Cooling Pad ที่หน้าต้องตาโดนใจไม่ได้เลย ผมมีอีกวิธีนึงที่สามารถใช้ได้ดีไม่แพ้กันในการช่วยระบายความร้อนโน้ตบุ๊ค นั่นก็คือการหาอะไรมารองบริเวณด้านล่างของเครื่อง ให้เครื่องสูงขึ้นมาอีกเล็กน้อย ซึ่งก็จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลให้ช่วยลดความร้อนได้เป็นอย่างดีครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาฮาตาริ ฮิตาชิมาช่วยเป่าอัดควบคู่ไปด้วยอีกแรงละก็ Cooling Pad เป็นหมันกันเลยละ ที่รองนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่งบประมาณครับ อาจจะใช้เป็นยางลบก่อนละ 5 บาท 10 บาท สองก้อนมาวางก็ได้ จะเป็นไม้อัด เป็นก้อนยาง หรือจะเอาทองแท่งมาวางก็ไม่ว่ากันนะครับ ขอแค่ยกตัวเครื่องให้สูงไว้เป็นพอ!!506a363adbd0cb3085001211._w.1500_s.fit_

3 ทำความสะอาดภายในตัวเครื่อง

ถ้าเครื่องเพื่อนๆ เป็นเครื่องแบบ Old School เริ่มที่จะเก๋าใช้งานานต่อเนื่องกันแทบวันต่อวันช่องระบายความร้อน หรือแม้แต่ซอกหลืบต่างๆ ก็อาจะมีเจ้าฝุ่นแสนซนสุดกวนโอ้ยเข้าไปเกาะติด หนึบหนับ อัดแน่นได้ ที่นอกจากจะทำสกปรกแล้ว จะทำให้ระบายความร้อน โดยเฉพาะกับการดูดลม และเป่าลมออกโดยพัดลมระบายความร้อนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพแล้ว ซึ่งเจ้าฝุ่นเจ้ากรรมนี้เองอาจจะไปเกาะที่มอเตอร์พัดลมมากๆ เข้า อาจทำให้พัดลมระบายความร้อนมีปัญหาได้ ซึ่งวิธีแก้ปัญหานั้นก็ไม่ยากครับเพียงแค่เปิดฝาเครื่องด้านล่างออกมาปัด ฝุ่น ใช้โบวเวอร์เป่าลมสักหน่อยก็จำทำให้ระบบระบายความร้อนของเครื่องทำงานได้ดี ขึ้น หรือถ้าเปิดฝาเครื่องด้วยตัวเองไม่ได้จริงๆ ก็สามารถยกเข้าศูนย์ให้เขาช่วยปัดฝุ่นให้ได้เหมือนกันครับ แต่อาจจะมีค่าบริการสักเล็กน้อย แต่ช่วยลดความร้อนได้ก็ถือว่าคุ้มนะจ๊ะIMG_2391

4 เปลี่ยนซิลิโคนการ์ดจอและซีพียู

วิธีนี้เป็นวิธีที่บ้าบิ่นสำหรับพาวเวอร์ยูเซอร์กันสักหน่อยครับ สำหรับผู้ที่ใจกล้ากันเลยทีเดียว เป็นวิธีที่ต่อยอดมาจากการทำความสะอาดภายในตัวเครื่องข้อข้างบน ซึ่งวิธีทำนั้นก็ง่ายๆ คือขัน(สกรูตัวเครื่อง) แกะ(ฝาเครื่อง) ขัน(สกรูที่ล็อคชุดระบายความร้อน) แกะ(ชุดระบายความร้อน) เช็ด(ซิลิโคนเก่า) และ ทา(ซิลิโคน) ครับ โดยวิธีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ส่งผ่านระหว่างตัวชิ ปต่างๆ ไปยังชุดระบายความร้อยได้ดีขี้น และเห็นผลได้มากทีเดียวครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใช้ซิลิโคนระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการ โอเวอร์คล๊อกมาใช้ ความร้อนลดไปได้หลัก 10-20 องศาเลยนะครับ แต่ต้องถ้าให้ถูกหลักแบบไม่หนาเกินไปกันด้วยไม่งั้นจากที่จะเย็นจะไปร้อน กว่าเดิมนะเออ

ซึ่งขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าวิธีนี้ เหมาะสำหรับคนที่มีวิชาพอตัวนะครับ ไม่แนะนำอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่เพราะอุปกรณ์ภายในเครื่องอาจเสียหายได้ครับ แต่ถ้าใครมีโน้ตบุ๊คที่เสียแล้ว หรือไม่ได้ใช้งาน ก็ลองเอามาลองซ้อมมือกันได้นะครับ ในส่วนของซิลิโคนที่จะเอามาทานั้นก็หาซื้อได้จากร้านอมร หรือจะหาซิลิโคนดีๆ ที่เรียกว่า Thermal Grease ได้เลยครับ จากร้านค้าชั้นนำ หรืออาจจะสั่งทางอินเตอร์เน็ตก็ได้นะครับ สนนราคาก็ตั้งแต่ 40 บาท ไปจนถึง 700 บาท กันเลยทีเดียว แต่ให้แนะนำซิลิโคนอมรก็เห็นความแตกต่างแล้วจ้า

5 หลีกเลี่ยงการใช้งานโน้ตบุ๊คกลางแจ้ง และหาที่ตากแอร์เย็นๆ

แน่นอนว่าอุณหภูมิในร่ม หรือแม้ภายในอาคารนั้นมีความเย็นมากกว่ากลางแจ้งมากเพราะแดดนั้นส่องไม่ถึง ซึ่งถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ทุกท่านที่จะใช้งานโน้ตบุ๊ค หลีกเลี่ยงการใช้โน้ตบุ๊ค รุ่นใหม่ปี 2016 หรือรุ่นเก๋าก็ตาม ในลักษณะของการใช้งานกลางแจ้งครับ เพราะด้วยอากาศที่ร้อนมากๆ อาจทำให้ตัวโน้ตบุ๊คเองมีความร้อนสะสมที่มากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ตัวเครื่องนั้นเข้าสู่ช่วงความร้อนเกินหรือ Over Heat ได้ ที่จะทำให้เครื่องดับลงไปเอง ที่อาจทำให้งานที่เราทำอยู่เสียหายได้ หรือส่งผลทำให้เครื่องพังเลยก็มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว เรียกได้ว่าขนาดคนนั่งกลางแดดๆ ยังแทบทนไม่ได้ ฉะนั้นใครจะเปิดเครื่องใช้งานโน้ตบุ๊คก็ควรหาสถานที่ร่มๆ ใต้ต้นไม้ หรือห้องแอร์เย็นๆ ดีกว่าoutdoor-notebook-b300-sunlight-comp_650 ซึ่งถ้าใครคิดไม่ออกว่าจะไปนั่งเย็นๆ ที่ไหนดีโดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายนักแนะนำไปนั่งตาม Food Court ในห้างดังๆ เลยละครับ เพราะนั่งฟรี กี่ชั่งโมงก็ได้ แถมยังได้เปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งเล่นแบบน่าเบื่อๆ ไปนั่งตากลมตามห้างสรรพสินค้า หรือจะไปร้านกาแฟที่มีแอร์เย็นๆ ซื้อกาแฟซักแก้วไปทำงาน เล่นเกมไปก็ได้นะ เรียกได้ว่าดับร้อนได้ทั้งคนทั้งเครื่อง แถมบางทียังอาจะได้ส่องสาวๆ เป็นของแถมอีกด้วยนะครับ คิดซะว่าช่วยโลกร้อน ลดความร้อนของเครื่อง และยืดอายุเครื่องของเราไปในตัว แถมอาจจะได้อาหารตากลับมานอนฝันหวานก็เป็นได้

ที่มา>>>Sanook

อุตุฯ เตือน 36 จว. ‘พายุฤดูร้อน’ ถล่มหนัก! หลายพื้นที่บ้านเรือนพังยับ

อุตุฯ ประกาศเตือน ฉ.10 “พายุฤดูร้อน” 36 จว. “เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก” ระวังฝนฟ้าคะนอง ลมแรง ลูกเห็บตกบางพื้นที่ ทั้งนี้ในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบบ้านเรือนพังเสียหาย จนท.ที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยผู้ประสบภัย…

ประกาศกรมอุตุฯ ฉ.10 เตือน พื้นที่ 36 จว. “เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก”

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 เม.ย. 59 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 10 ในช่วงวันที่ 29-30 เมษายน 2559 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น ซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร ร้อยเอ็ด ยโสธร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วยพายุถล่ม ทำสิ่งปลูกสร้างเสียหาย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คือ ในช่วงวันที่ 29-30 เมษายน 2559 เกิดเนื่องจากความแตกต่างของมวลอากาศ โดยบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ซึ่งเป็นมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนจัดบริเวณประเทศไทยตอนบน

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 29 เมษายน 2559 เวลา 17.00 น.

พายุฤดูร้อนถล่มอุบลฯ ปั๊มน้ำมัน บ้านพังกว่า 150 ครอบครัว

ด้าน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อคืนที่ผ่านมา (28 เม.ย. 59) ส่งผลให้เขตเทศบาลตำบลห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พายุลมแรงได้พัดหลังคาและตัวอาคารบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามสองฟากถนนทางหลวงหมายเลข 226 วารินชำราบ-กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พังเสียหาย 100 หลังคาเรือน เสาไฟฟ้าหักโค่นกว่า 7 ต้น และยังมีปั๊มน้ำมัน ปตท. ตั้งกวงคิมบริการ ถูกแรงลมพัดตัวอาคารปั๊มน้ำมัน เสียหายได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนไม่สามารถเปิดให้บริการได้ฤทธิ์พายุฤดูร้อน

นายอลงกต วรกีร์ นายอำเภอวารินชำราบ กล่าวว่า ตนได้สำรวจความเสียหายจากพายุฤดูร้อนภายในอำเภอวารินชำราบ พบมีพื้นที่ถูกพายุพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายทั้งหมด 7 ตำบล 22 หมู่บ้าน 229 ครัวเรือน ประกอบด้วย ต.ห้วยขะยุง ต.ศรีไค ต.ธาตุ ต.ท่าลาด ต.บุ่งหวาย ต.สระสมิง และต.คูเมือง โดย ต.ห้วยขะยุง ได้รับความเสียหายหนักสุด 120 ครัวเรือน เบื้องต้นทางเหล่ากาชาด และอำเภอได้มาตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือและลงทะเบียนผู้ได้รับความเดือดร้อน พร้อมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะที่กำลังพลทหาร จาก มทบ.22 มาช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าก็มาเร่งติดตั้งเสาไฟฟ้าที่หักโค่นไป คาดว่าภายในเวลา 18.00 น. วันนี้ (29 เม.ย. 59) ชาวบ้านห้วยขะยุง จะกลับมาใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ

พายุฤดูร้อนพัดถล่ม จ.บึงกาฬ ยับ! เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น 27 ต้น

ขณะที่ จังหวัดบึงกาฬ เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มทั้ง 8 อำเภอสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนราษฎรทั้งต้นไม้หักโค่นทับบ้าน ลมพัดหลังคาบ้านพังเสียหายไปหลายร้อยหลัง ที่ รพ.บึงกาฬ ต้นพญาสัตบรรณขนาด 2 คนโอบ หักโค่นลงปลายต้นไม้เฉียดกับตึกหลังคลอดไปพอดิบพอดีสร้างความหวาดเสียวทั้งเจ้าหน้าที่และคนไข้ เจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสำรวจความเสียหายเบื้องต้น เพื่อรายงานให้กับ นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้รับทราบเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไปสภาพความเสียหายที่จ.บึงกาฬ

นอกจากนี้ลมพายุยังพัดถล่มต้นไม้ข้างทางไปทับเสาไฟฟ้าแรงสูงที่จ่ายจากสถานีย่อยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้ามายังตัวเมืองบึงกาฬหักโค่นทั้ง 2 ฝั่งซ้าย-ขวาหักโค่นไป 27 ต้น ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งเมืองบึงกาฬตั้งแต่ตี 2 จนถึง 10 โมงเช้า ทำให้เกิดผลกระทบต่อหน่วยงานราชการหลายแห่งไม่สามารถเปิดระบบคอมพิวเตอร์เข้าทำงานและให้บริการประชาชนได้ นอกจากนี้ยังเป็นเหตุให้ทั้งโทรศัพท์มือถือเครือข่ายต่างๆ ก็ล่มไปด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งน้ำประปาที่สูบขึ้นมาจากแม่น้ำโขง เครื่องสูบน้ำที่ใช้ไฟฟ้าก็หยุดสูบไปโดยปริยาย ส่วนธุรกิจเอกชนทั้งห้างร้าน ธนาคาร ตลอดจนเซเว่นร้านสะดวกซื้อต้องปิดให้บริการ ปั๊มน้ำมันต้องปิดจำหน่าย เป็นอัมพาตทั้งเมือง ด้านนายสมชาติ มูลศรี ผจก.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบึงกาฬเปิดเผยว่า ได้เร่งระดมทีมช่างเข้าซ่อมแซมเปลี่ยนเสาแรงสูงขนาด 14 เมตรอย่างเร่งด่วน คาดว่าจะเปิดจ่ายไฟฟ้าให้แล้วเสร็จก่อนเที่ยงวันนี้ เพื่อให้บริการประชาชนและหน่วยงานราชการได้มีไฟฟ้าใช้

ที่มา>>>Thairath