ขอศาลออกหมายจับปมดับเพลิงไพโรเจน SCB Park แล้วกว่า 5 ราย

 * ขอศาลออกหมายจับปมดับเพลิงไพโรเจน SCB Park แล้วกว่า 5 ราย *

ลออกหมายจับ ไทยพาณิชย์

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ ตำรวจขอศาลออกหมายจับปมดับเพลิง ไพโรเจนมรณะ SCB Park แล้วกว่า 5 ราย คาดได้ความชัดเจนบ่ายนี้

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจตรี ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีระบบป้องกันอัคคีภัยไพโรเจน อาคารเอสซีบี ปาร์ค ทำงานอัตโนมัติ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 8 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ว่า คดีดังกล่าวทาง พล.ต.ต. ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ได้ให้ความสำคัญและลงไปตรวจสอบด้วยตนเอง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ยื่นหลักฐานเพื่อขอหมายจับผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือกระทำการโดยประมาทจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นแล้ว จำนวน 4-5 ราย เพิ่มเติมจากหมายจับผู้บริหารบริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำนวน 2 รายก่อนหน้านี้ คาดว่าในวันนี้ช่วงบ่ายน่าจะทราบว่าศาลจะอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดหรือไม่อย่างไร

ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายจับจะเป็นใครหรือเกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องดังกล่าวบ้างนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากต้องรอให้ศาลอนุมัติหมายจับเสียก่อน เพราะตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ในเบื้องต้นยืนยันว่าหากมีหลักฐานว่าผู้ใดเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน

ฮามาก ! มาดูข้อแตกต่างของคนเกาหลีที่อยู่เมืองไทย 1 ปี กับ 10 ปี

 * ฮามาก ! มาดูข้อแตกต่างของคนเกาหลีที่อยู่เมืองไทย 1 ปี กับ 10 ปี *

คนเกาหลีที่อยู่เมืองไทย

ตามมาชมคลิปข้อแตกต่างของคนเกาหลีที่อยู่เมืองไทยมา 1 ปี กับคนเกาหลีที่อยู่มา 10 ปี ขำหนักมาก

มีคลิปฮา ๆ จากเกาหลีมาให้ชมกันอีกแล้ว สำหรับช่อง 오빠까올리TV(โอ๊ปป้าเกาหลีTV) โดยคราวนี้เป็นคลิปของคนเกาหลีที่อยู่เมืองไทย 1 ปี กับอยู่มานานถึง 10 ปีว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งคนที่อยู่ 1 ปี จะทักทายได้แค่ง่าย ๆ พูดสวัสดีครับ แนะนำตัวธรรมดา มีการใช้เพลงกังนัมสไตล์ในการทักทาย แต่พออยู่ 10 ปีเท่านั้นล่ะ พูดแนะนำตัวได้อย่างชิล ๆ พร้อมร้อง-เต้นเพลง แน่นอก ของสาว ใบเตย อาร์สยาม ได้ด้วย

แต่ที่เด็ดที่สุดคือการด่าของคนเกาหลีที่อยู่เมืองไทย 1 ปี กับ 10 ปี แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดูแล้วฮาท้องแข็งเลย ว่าแล้วก็ตามไปชมคลิป ที่วันนี้ (19 มีนาคม 2559) กระปุกดอทคอม นำมาฝากกันแบบเต็ม ๆ ได้เลย ขอกระซิบเบา ๆ ว่าโอ้ปป้าหล่อมาก

ภาพและข้อมูลจาก 오빠까올리TV(โอ๊ปป้าเกาหลีTV)

ยกย่องคนดี ลุงภารโรงควักเงินตัวเอง-ตระเวนซ่อมถนนหลวงในหมู่บ้าน

 * ยกย่องคนดี ลุงภารโรงควักเงินตัวเอง-ตระเวนซ่อมถนนหลวงในหมู่บ้าน *

ภารโรงควักเงินตัวเองซ่อมถนน

น่าชื่นชม ลุงภารโรงสุดเสียสละ ใช้เวลาว่างออกตระเวนซ่อมหลุม-บ่อ บนถนนภายในหมู่บ้าน โดยเป็นเงินจากอาชีพนักการภารโรง รายได้เดือนละ 9,000 บาท

วันที่ 16 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวของ นายบัวลอย กินรินทร์ อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 8 บ้านหนองอุ่ม ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม คุณลุงจิตอาสาควักเงินส่วนตัวที่ได้จากการทำงานอาชีพเป็นนักการภารโรง โรงเรียนบ้านสมศรีมะแปบประชาบำรุง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ออกตระเวนซ่อมแซมพื้นผิวถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อในหมู่บ้าน โดยไม่หวังผลตอบแทน

ภารโรงควักเงินตัวเองซ่อมถนน

ทั้งนี้ ลุงบัวลอย จะออกตระเวนไปซ่อมถนนทุกวันโดยการขี่รถจักรยานยนต์ไปพร้อมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยจนกว่าจะเหนื่อยหรือมีสิ่งอื่นที่ต้องทำ ซึ่งบางวันที่ออกมาซ่อมถนนในช่วงเย็นก็มีติดลมทำเพลินไปจนถึงตี 2 ก็มี ซึ่งคุณลุงบอกว่า ตนชอบทำบุญมาก เคยไปปฏิบัติธรรมและตั้งโรงทานแจกอาหารฟรีก็หลายครั้งแล้ว ตนคิดเสมอว่าการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับเพื่อนมนุษย์ให้มีความสะดวกสบายมีความสุขก็เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง

สำหรับเงินทุนทั้งหมดที่ใช้ในการซื้อข้าวของอุปกรณ์นั้นก็เป็นรายได้ของตัวเองจากอาชีพนักการภารโรง เดือนละ 9,000 บาท ซึ่งจะแบ่งเงินบางส่วนไปซื้อหิน และทราย ครั้งละประมาณ 1,000 บาท ส่วนปูน ซื้อถุงละ 110-130 บาท นอกจากนี้บางครั้งก็มีชาวบ้านที่อยากทำบุญก็มีบริจาคเงินมาบ้าง โดยตนนั้นทำแบบนี้มาราว ๆ 2 ปีแล้ว และยืนยันว่าจะทำต่อไปเรื่อย ๆ

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @TNAMCOT

อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า เตรียมตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก หลังน้ำแล้ง-ชาวบ้านเดือดร้อน

 * อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า เตรียมตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก หลังน้ำแล้ง-ชาวบ้านเดือดร้อน *

ตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก

อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า เตรียมตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก หลังน้ำแล้ง-ชาวบ้านเดือดร้อน เผยบอกก่อนล่วงหน้าเพื่อให้มีเวลาเตรียมตัว ชี้หากถึงกำหนดตรวจสอบพบท่อน้ำ จะทำการรื้อทิ้ง

วันนี้ (16 มีนาคม 2559) นายสุวรรณ ภานุนำภา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เปิดเผยถึงกรณีที่โรงแรมรีสอร์ทภูทับเบิกได้ดึงน้ำจากพื้นที่เขตอุทยานฯ มาใช้ในกิจการว่า ตั้งแต่มีการจัดตั้งหมู่บ้านก็มีการดึงน้ำจากพื้นที่อุทยานฯ เพื่อการอุปโภค บริโภค ในชุมชน แต่หลังจากปี 2552 เมื่อมีโรงแรม รีสอร์ท ผุดขึ้นมากมาย และทางรีสอร์ทเหล่านี้ก็ได้ดึงน้ำจากฝายชุมชนมาใช้ ทำให้ชาวบ้านบางพื้นที่เดือดร้อนเรื่องแหล่งน้ำไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันก็ยังมีเสียงสะท้อนว่า ทางอุทยานฯ ไปเอื้อประโยชน์ให้กิจการรีสอร์ทด้วย

ด้วยเหตุนี้ทางอุทยานฯ ได้รับนโยบายจากกรมป่าไม้ว่า จะไม่เอื้อน้ำให้รีสอร์ทอีกต่อไป เนื่องจากรีสอร์ททำให้แหล่งน้ำแห้งอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันทางช่วงหลังรีสอร์ทก็ได้มีการเจาะน้ำบาดาลเพิ่มขึ้น ทำให้มีน้ำใช้ในกิจการตัวเองแล้ว โดยหลังจากนี้ทางอุทยานฯ จะเข้าตรวจสอบรีสอร์ทเหล่านี้ หากพบเห็นก็จะแจ้งให้ผู้ประกอบการรื้อท่อน้ำออก แต่จะให้คงไว้เฉพาะในส่วนของชุมชนและหมู่บ้าน ที่ยังใช้น้ำจากพื้นที่เขตอุทยานฯ ได้ตามปกติ

ขณะที่ นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่า อยากแจ้งเตือนล่วงหน้าแก่ผู้ประกอบการรีสอร์ทก่อน ถึงแม้จะมีระเบียบกฎหมายกำกับก็ตาม เพื่อให้โอกาส แต่หากจู่ ๆ ไม่มีน้ำใช้และมีผู้พักอาศัยก็จะเกิดความลำบากได้ จึงให้เวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 15-30 วัน เพื่อเตรียมแท็งก์เก็บกักน้ำ หากรายใดเหลือบ่ากว่าแรงก็จะพิจารณาเป็นรายกรณีต่อไป และจะแจ้งให้พื้นที่ชุมชนได้รับทราบด้วย

ภาพจาก Em7 / shutterstock.com

ไม่มีแตะเบรก! ชายจีนระบายแค้น ขับเก๋งพุ่งชนโครม โชว์รูมขายรถ

ชายจีน

อั้ยหยา!! ชายจีนแบกความแค้นเต็มอก ควบรถเก๋งพุ่งชนโชว์รูมขายรถในกรุงปักกิ่งจนพังยับ โชคดีไม่มีคนเจ็บ สื่อแดนมังกรเผย ชายคนนี้โกรธบริษัทเจ้าของโชว์รูมรถที่ขายรถให้กับเขา แต่ไม่ได้ดีตามที่คุยโวจนถึงขนาดเคยยื่นฟ้องดำเนินดคี…

เมื่อ 16 มี.ค. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์ระทึก ชายชาวจีนโกรธสุดๆ ขับรถเก๋งสีขาวพุ่งชนโชว์รูมรถยนต์แห่งหนึ่ง ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เต็มแรง จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก เดชะบุญไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยตามรายงานของสื่อท้องถิ่นในจีน เปิดเผยเพียงแค่ว่า ชายผู้นี้ชื่อ นายไป๋ และเขาได้เคยฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายกับบริษัท ออโตโมบาย 4S ซึ่งเป็นเจ้าของโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์แห่งนี้ เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากไม่พอใจที่ขายรถเก๋งคันนี้ให้กับเขา แต่เมื่อนำไปขับจริงๆ แล้ว กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกพอใจกับสมรรถนะของรถเก๋งแต่อย่างใด

จากภาพในกล้องวงจรปิดในโชว์รูมขายรถยนต์ บันทึกไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา และถูกสื่อจีนนำไปเผยแพร่อย่างกว้างขวาง แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่ นายไป๋ ควบรถเก๋งพุ่งชนโชว์รูมชนิดไม่มีแตะเบรก และยังถือเป็นความโชคดีของชายคนหนึ่ง ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ด้านนอกโชว์รูม และเดินออกไปจากบริเวณนั้นพอดี จึงรอดพ้นจากการถูกรถเก๋งชนไปอย่างฉิวเฉียด

ข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ทำให้ นายไป๋ มีความโกรธแค้นโชว์รูมแห่งนี้เพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากหลังจากเขาได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับบริษัทขายรถยนต์ออโตโมบาย 4S แล้ว ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่บริษัทได้ โทร.มาข่มขู่ภรรยาของเขาให้ถอนฟ้อง จนเขายอมถอนฟ้องในที่สุด เมื่อ ก.พ.ที่ผ่านมา และด้วยความโกรธสุมอกจึงทำให้นายไป๋ลงมือก่อเหตุรุนแรงไม่คาดคิดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นายไป๋ ได้มีการโทรศัพท์มาเตือนโชว์รูมแห่งนี้ก่อนหน้าแล้วว่า เขากำลังจะมา ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ที่มา>>>Thairath

สร้างประวัติศาสตร์‘รอยัล บรูไน’! 3 นักบินหญิงสุดเก่ง ขับโบอิ้ง 787 ไปซาอุฯ

นักบิน1

(ภาพจาก Facebook: Royal Brunei Airlines)

เก่งไม่แพ้ผู้ชาย..3 นักบินหญิงของสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ส สร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกให้กับสายการบิน ร่วมกันขับและควบคุมเครื่องบินโดยสารลำโต โบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ จากบรูไน ไปยังเมืองเจดดาห์ ในซาอุดีอาระเบีย

เมื่อ 16 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเรื่องฮือฮา 3 นักบินหญิงของสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ส สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่บริษัทสายการบิน รอยัล บรูไน แอร์ไลน์ส ด้วยการขับและควบคุมเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ เที่ยวบิน BI081 ทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานบรูไน ปลายทางเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นครั้งแรก อีกทั้งยังถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของผู้หญิง ที่ประจวบเหมาะกับการร่วมเฉลิมฉลองวันชาติของบรูไนเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาพอดี

ข่าวแจ้งว่า การสร้างประวัติศาสตร์ของ 3 นักบินหญิงของสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ส ในครั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นหมุดหมายหลักไมล์ครั้งสำคัญของสายการบิน แต่ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่าง เพราะเครื่องบินโดยสารที่ 3 นักบินหญิงร่วมกันควบคุมนั้น ได้มาลงจอดในประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งผู้หญิงยังไม่ได้รับอนุญาต แม้แต่การขับรถยนต์

นักบิน2

ด้านกัปตันหญิงชาริฟา ซารีนา สุเรนี ซึ่งได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นกัปตันหญิงคนแรกของเครื่องบินโดยสารรอยัล บรูไน แอร์ไลน์สเมื่อ 3 ปีก่อน กล่าวว่า โดยปกติแล้ว ผู้คนมักเห็นผู้ชายทำหน้าที่ควบคุมเครื่องบิน แต่ในฐานะผู้หญิง และเป็นผู้หญิงบรูไน นี่เป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ที่แสดงให้ผู้หญิงรุ่นหลังหรือเด็กหญิงทั้งหลายที่มีความฝันว่า สามารถทำให้ความฝันเป็นจริงได้.

ที่มา>>>Thairath

กสม.แถลงการณ์ ประณามโจรใต้ เรียกร้องเคารพเครื่องหมายสากลกาชาด

โจรใต้

กสม.ออกแถลงการณ์ ประณามโจรใต้ ละเมิดสิทธิมนุษยธรรมของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมเรียกร้องเคารพเครื่องหมายสากลกาชาด

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 59 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอประณามการละเมิดหลักการมนุษยธรรมและเรียกร้องให้เคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรื่อง ขอประณามการละเมิดหลักการมนุษยธรรมและเรียกร้องให้เคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงเวลาที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้ติดตามตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ด้วยอาวุธสงคราม และการกระทำที่ทารุณโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และป่าเถื่อน ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกายของประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้ว ยังเกิดความเศร้าสลดใจแก่ผู้ที่พบเห็น และสังคมโดยรวม

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 ได้เกิดเหตุความรุนแรงหลายเหตุการณ์และต่อเนื่องหลายพื้นที่ในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบุกรุกเข้าไปภายในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง และคุกคามบุคลากรของโรงพยาบาล รวมทั้งใช้อาคารในโรงพยาบาลเป็นที่มั่นในการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งตั้งฐานอยู่ใกล้เคียง ดังปรากฏเป็นข่าวแล้วนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ในการส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน และปกป้องหลักการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายอันจะละเมิดมิได้ ขอประณามต่อพฤติกรรมดังกล่าว ที่ถือเป็นการละเมิดหลักการมนุษยธรรม ซึ่งเป็นกติกาสากลที่สังคมอารยะพึงยึดถือ เพราะแม้แต่ในภาวะสงครามทุกฝ่ายยังต้องเคารพเครื่องหมายกาชาด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากล อันหมายถึง การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และมนุษยธรรมอย่างเป็นกลาง โดยไม่เลือกปฏิบัติ ตามกฎบัตรสหประชาชาติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (Geneva Convention 1949) ระบุอย่างชัดเจนว่า ต้องเปิดทางโล่ง สะดวก ปราศจากการขัดขวางใดๆ ต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วย ตลอดจนปกป้องประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่สามารถปกป้องตนเองได้ เช่น เด็ก ผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ และให้การคุ้มครองต่อสถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้รักษาพยาบาลไม่สามารถช่วยเหลือ ดูแล รักษา และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เกิดการหยุดชะงักในการให้บริการ การรักษาพยาบาลแก่ประชาชน สร้างความหวาดกลัวและความรู้สึกไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวกัน สิทธิของประชาชนที่จะได้รับการรักษาพยาบาล ตลอดจนผู้บาดเจ็บ ผู้ป่วย หรือ ผู้เข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาล ถูกละเมิดอย่างร้ายแรง

ทั้งนี้ กสม. ขอเรียกร้อง และเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนคำนึงและควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. ขอให้ผู้ที่ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงได้ยุติการกระทำในลักษณะข้างต้นที่ไร้มนุษยธรรม ผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนในทันที พร้อมวิงวอนขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐช่วยกันป้องกัน ยับยั้ง มิให้เกิดการกระทำการละเมิดต่อการรักษาพยาบาลอีกต่อไป และต้องเคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่เพื่อมนุษยธรรมของคณะแพทย์ และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย และขอวิงวอนให้ผู้เกี่ยวข้องได้โปรดคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม โดยละเว้นการกระทำที่เป็นอุปสรรค ทั้งปวงต่อการดูแลผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บทั้งในสถานพยาบาลและในที่เกิดเหตุ

2. รัฐบาลพึงหามาตรการที่เหมาะสม ในการคุ้มครองความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งพึงได้รับการปกป้องและคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข โดยร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ ในการสร้างระบบการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย การเฝ้าระวัง และการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง

3. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ความเสียหาย อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ดำเนินการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความอดทน อดกลั้น ไม่ใช้กำลังตอบโต้เข้าไปในโรงพยาบาล กสม.จะติดตามสถานการณ์ ผลการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือเยียวยา และจะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเหตุการณ์ ตลอดจนให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด เพื่อประสานการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เอไอเอส ชง กสทช. ขอใช้คลื่น แจส โมบาย แก้ปัญหาซิมดับ

เอไอเอส

เอไอเอส แถลง ปฏิเสธไม่เช่าคลื่น 900 MHz ของทรู พร้อมจี้ กสทช. ใช้อำนาจป้องกัน 4 แสนรายซิมดับ มุ่งมั่นเดินหน้าหาแนวทางให้รับผลกระทบน้อยที่สุด ด้าน กสทช. เผย หลังเที่ยงคืน 15 มี.ค. ลูกค้าเอไอเอสบางส่วนซิมดับ …

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ เอไอเอส กล่าวถึง การแก้ปัญหาซิมดับของลูกค้าเอไอเอส ผู้ใช้บริการ 2G บนคลื่น 900 MHz จำนวน 4 แสนราย หลังจากทาง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เข้ารับใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ไปแล้วว่า ได้ขอให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้บริษัทใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ชุดที่ 1 จำนวน 5 MHz เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งเป็นส่วนที่ทาง แจส โมบาย ชนะประมูล แต่ยังไม่ได้มาจ่ายค่าใบอนุญาต โดยบริษัทยินดีชำระค่าใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าวให้แก่ กสทช. เพื่อนำส่งเป็นรายได้แก่ประเทศ

“การใช้คลื่นดังกล่าว จะไม่เป็นการริดรอนสิทธิผู้ได้รับใบอนุญาตในชุดที่ 2 รวมถึง กสทช.เองก็ต้องการความต่อเนื่องในการให้บริการเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และคุ้มครองผู้ใช้บริการให้ใช้งานได้ต่อเนื่องอย่างไม่มีข้อจำกัดในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านการสิ้นสุดสัมปทาน”

สำหรับ กระแสข่าวข้อเสนอของทรู ที่ให้ กสทช.นำคลื่นความถี่ 900 MHz มาให้เอไอเอสใช้งานต่อชั่วคราวนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อเสนอดังกล่าวโดยตรง เป็นเพียงการเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น อีกทั้งเห็นว่าเป็นแนวทางที่ไม่สามารถเป็นไปได้จริงทั้งในแง่ของกฎหมาย เนื่องจากยังเป็นปัญหาในข้อกฎหมาย ที่ กสทช. ต้องพิจารณาว่าจะเข้าข่ายเป็นการให้ผู้อื่นมาร่วมใช้คลื่นความถี่ของผู้รับใบอนุญาต ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 46 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่หรือไม่ อีกทั้งในทางปฏิบัติก็ไม่สามารถดำเนินการได้ในเวลาอันสั้น เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าเอไอเอส ใช้งานอยู่บนคลื่น 900 MHz ช่วงที่ 1 ซึ่งยังว่างอยู่ มิใช่ช่วงความถี่ของทรูมูฟเอช (ช่วงที่ 2)

อย่างไรก็ตาม หาก กสทช. ไม่อนุญาตตามที่บริษัทร้องขอ จะยังคงเดินหน้าในแนวทางของบริษัทเพื่อให้ลูกค้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากซิมดับ โดยจัดเครื่องทดแทนให้ฟรีสำหรับลูกค้าที่ยังคงต้องการใช้บริการกับบริษัท แต่จะต้องอัพเกรดบริการไปเป็น 3G หรือ 4G เบื้องต้นอันดับแรกจะขอโอนย้ายลูกค้าเอไอเอส ผู้ใช้บริการ 2G บนคลื่น 900 MHz จำนวน 4 แสนรายไปเป็นลูกค้าบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AWN) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่มีใบอนุญาตใช้คลื่น 2100 MHz (3G) โดยอัตโนมัติเป็นกรณีพิเศษที่ลูกค้าไม่ต้องแสดงตน โดยใช้งานบนเครือข่ายของ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมิวนิเคชั่น (DTAC) หรือ ดีแทค ที่เอไอเอสร่วมโรมมิ่งมาไว้แล้ว ซึ่งช่องทางนี้รองรับได้ถึง 8 ล้านเลขหมาย

พร้อมย้ำว่า บริษัทจะเดินหน้าขยายเครือข่าย 3G และ 4G อย่างต่อเนื่องด้วยงบประมาณ 40,000 ล้านบาท และในจำนวนนี้จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แก้จุดบอดของการใช้โครงข่าย 1800 MHz ของดีแทค เพื่อให้ลูกค้าเอไอเอส 2G ไม่ได้รับผลกระทบ

มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ไปรับใบอนุญาตการใช้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 4 จีกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. แล้ว ภายหลัง ทรู นำเงินค่าประมูลมาจ่ายเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าของเอไอเอสบางส่วน ประมาณ 4 แสนราย ซิมดับหลังเที่ยงคืนของวันที่ 15 มี.ค. 2559

ที่มา>>>Thairath

โลกป่วน ก่อการร้ายวันเดียว 2 ประเทศ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ดับอื้อ

 * โลกป่วน ก่อการร้ายวันเดียว 2 ประเทศ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ดับอื้อ *

หตุก่อการร้ายที่ไอวอรีโคสต์และตุรกี

เกิดเหตุก่อการร้ายที่ไอวอรีโคสต์และตุรกี ในเวลาไล่เลี่ยกันทั้ง 2 แห่งภายในวันเดียว ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย

วันที่ 13 มีนาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ เปิดเผยรายงานชวนสลด ระบุว่า เกิดเหตุก่อการร้ายใน 2 ประเทศ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้แก่การกราดยิงที่รีสอร์ทริมทะเล ประเทศไอวอรีโคสต์ และการระเบิดคาร์บอมบ์ฆ่าตัวตาย ในกรุงอังการา ประเทศตุรกี ส่งผลให้มีประชาชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิต รวมถึงยังได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

หตุก่อการร้ายที่ไอวอรีโคสต์และตุรกี

สำหรับเหตุการณ์แรก เกิดขึ้นที่รีสอร์ทริมชายทะเลในเมือง Grand-Bassam ประเทศไอวอรีโคสต์ รายงานระบุว่า กลุ่มชายฉกรรจ์สวมโม่งพร้อมอาวุธปืน AK-47 ได้บุกเข้ามาที่หน้าชายหาดด้วยเรือ ก่อนกราดยิงนักท่องเที่ยวที่กำลังพักผ่อนตากอากาศอยู่ ณ รีสอร์ทดังกล่าว และหลบหนีไปในเวลาต่อมา

การเปิดฉากยิงไม่เลือกหน้า ส่งผลให้ประชาชน 14 ราย และทหารกองกำลังพิเศษอีก 2 นาย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หนึ่งในนั้นมีเด็กชายวัยเพียง 5 ขวบ ที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมคาหาดทราย ทั้งนี้ พยานในเหตุการณ์บางรายเล่าว่า พวกเขาได้ยินกลุ่มผู้ก่อการร้ายตะโกน “อัลลอฮุอักบัร” ขณะที่ลงมือกราดยิงผู้บริสุทธิ์ไปด้วย

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย ที่ส่งผลให้ประชาชนจำนวน 34 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะกำลังโดยสารรถบัส แต่ถูกรถยนต์อีกคันหนึ่งพุ่งเข้าชนจนเกิดระเบิดขนาดใหญ่ดังกล่าว และยังมีประชาชนอีกกว่า 125 รายได้รับบาดเจ็บอีกด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีการกราดยิงที่บริเวณดังกล่าวด้วย ซึ่งส่งผลให้ประชาชนอีก 19 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง โดยจากการสันนิษฐานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า น่าจะเป็นฝีมือของพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน หรือไม่ก็กลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีกลุ่มใดออกมากล่าวอ้างความรับผิดชอบแต่อย่างใด

หตุก่อการร้ายที่ไอวอรีโคสต์และตุรกี

ตูบตัวนี้เกือบถูกวางยาตายเพราะมี 2 จมูก โชคดีมีคนขอเลี้ยงทันก่อนตาย

 * ตูบตัวนี้เกือบถูกวางยาตายเพราะมี 2 จมูก โชคดีมีคนขอเลี้ยงทันก่อนตาย *

หมาสองจมูก

หมาสองจมูก

โทบี้ หมาประหลาด เกิดมามี 2 จมูก แปลกจนโดนทอดทิ้งและหวิดเกือบถูกวางยาตาย โชคดีได้คนช่วยทันเวลา เลี้ยงไปเลี้ยงมา ก็ร่าเริงสดใสไม่ต่างจากน้องหมาทั่ว ๆ ไปนี่แหละน้า

สัตว์ที่เกิดมาพร้อมภาวะผิดปกติ ส่วนใหญ่แล้วมักมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนัก แต่สำหรับเจ้า “โทบี้” สุนัขพันธุ์ออสเตรเลียเชพเพิร์ด จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดมาพร้อมความผิดปกติมี 2 จมูก อุตส่าห์มีชีวิตรอดหลังคลอดมาได้ แต่ทว่าสุดท้ายเจ้าของก็นำมันมาทิ้งเสียอย่างนั้น

เว็บไซต์มิเรอร์ เผยเรื่องราวของเจ้าโทบี้ ในรายงานวันที่ 13 มีนาคม 2559 ว่า หลังโทบี้ถูกเจ้าของคนแรกทอดทิ้ง มันก็ตกที่นั่งเป็นสุนัขจรจัด อันทำให้มันต้องเผชิญชะตากรรมถูกจับไปกำจัด แต่โชคดีเหลือเกิน ที่เพียงอีกไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เจ้าโทบี้จะถูกนำไปทำให้หลับตลอดกาล ก็ได้คนใจดีติดต่อเข้ามาขอรับมันไปเลี้ยง พลิกชะตาชีวิตเจ้าหมาน้อยรอดมาได้หวุดหวิด

ทอดด์ เรย์ เจ้าของคนใหม่ของโทบี้ ซึ่งปัจจุบันอายุได้ 2 ปีแล้ว เป็นผู้ผลิตรายการทีวี Venice Beach Freak Show มีความสนใจในสัตว์ที่ลักษณะแปลก ๆ และยังได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของคอลเลคชั่นสัตว์ 2 หัว จำนวนมากที่สุดในโลกด้วย

ทอดด์ เผยว่า เขาบังเอิญได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับโทบี้ หมาที่มีสองจมูก ก็รู้สึกสนใจมาก และโชคดีจริง ๆ ที่ติดต่อไปได้ทันก่อนที่คนพวกนั้นจะวางยามัน สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกเศร้านิด ๆ เมื่อได้ทราบว่า โทบี้ถูกเลือกให้ต้องจบชีวิตลง ทั้งที่ยังไม่ได้ลองประกาศหาคนรับเลี้ยงดูมันเลยด้วยซ้ำ และที่เป็นเช่นนี้ก็เพียงเพราะมันเป็นหมาประหลาดมี 2 จมูกเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามจากการได้เลี้ยงดูเจ้าโทบี้ ที่เขาตั้งฉายาให้ว่า โทบี้-วัน-เคโนบี หรือบางทีเรียกว่า โทบี้-ทู-โนส ก็พบว่ามันไม่ได้แตกต่างจากน้องหมาทั่ว ๆ ไป ช่างร่าเริงสดใส ขี้อ้อน ชอบให้คนเล่นด้วย แถมยังจะได้เปรียบตูบตัวอื่น ๆ ตอนดมกลิ่นหาลูกบอลอีกต่างหาก สงสัยจะเป็นข้อได้เปรียบของการมีจมูกที่แยกไป 2 ทางของเขาล่ะ 😀

ภาพจาก venicebeachfreakshow, worldofwonder