ไก่ลูกผสม จาก ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 เนื้ออร่อย เลี้ยงง่าย ต้านทานโรค ราคาดี

อาชีพการเลี้ยงไก่ เป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมมาแต่ไหนแต่ไร ที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศพยายามพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ไก่ตลอดเวลาเพื่อให้ได้พันธุ์ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นไก่เนื้อ ไก่ไข่ หรือไก่พ่อแม่พันธุ์ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 ไก่พันธุ์พื้นเมืองที่ถูกพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ให้เป็นไก่พันธุ์แท้  มีขั้นตอน วิธีการสร้างพันธุ์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์  มีลักษณะประจำพันธุ์ทั้งลักษณะทางกายภาพ และทางปริมาณ เหมือนไก่พันธุ์แท้ทั่วโลก

ลักษณะภายนอกประจำพันธุ์ ไก่เพศผู้ จะมีสร้อยคอสีแดงประดู่ ขนหาง  ขนลำตัว แข้ง และปากมีสีดำ ใบหน้าแดงอมดำ และหงอนถั่ว ส่วนเพศเมีย ลักษณะเหมือนเพศผู้ ยกเว้นที่ไม่มีขนสร้อยคอ ที่เกษตรฟาร์ม ตั้งอยู่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร  นำไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 มาเป็นพ่อพันธุ์ ผสมกับไก่ลูกผสม เพื่อให้ได้ลูกไก่ผสมสามสายเลือด โดยมีลักษะเด่นของพ่อคือเป็นไก่พื้นเมือง ที่มีสีดำต่างจากไก่เนื้อทั่วไป และได้เนื้อไก่ที่อร่อยกว่า

คุณสมนึก พรหมชัยวัฒนา เจ้าของเกษตรฟาร์ม พูดให้ฟังถึงจุดเหตุผลในการเลือกไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 มาเป็นพ่อพันธุ์ เพราะว่า เป็นไก่ที่มีคุณลักษณะพิเศษคือตัวโต พ่อพันธุ์มีน้ำหนัก 3 กิโลกรัม ขึ้นไป และหุ่นของมันเป็นที่ต้องการของตลาด เนื้อหน้าอกเป็นยูเชพ หรือรูปร่างตัวยู U ไม่แหลม เนื้อเต็ม  ลูกไก่ที่ออกมา ทำให้เลี้ยงโตไว  หน้าอกได้ยูเชพเหมือนกัน และเนื้อจะดีทั้งนี้ คุณสมนึก ใช้ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 มาเป็นพ่อพันธุ์ราว 10 ปีแล้ว และอยู่ในวงการธุรกิจไก่และเป็ดมากว่า 40 ปี

ส่วนความนิยมของตลาดนั้น ถ้าพูดถึงไก่ลูกผสมพื้นเมือง หรือไก่บ้าน ความนิยมมีมากเพราะเนื้ออร่อย เนื้อไม่เหนียว ไม่ยุ่ยเกินไป  เป็นที่นิยมของตลาดคุณสมนึก บอกอีกว่า เกษตรกรในเมืองไทยเลี้ยงกันเยอะ  เพราะในตลาดทั่วไปไก่พวกนี้จัดอยู่ในระดับตลาดสินค้าคุณภาพดี  ราคาค่อนข้างสูงเนื้อจะอร่อย นิยมใช้กันมากในห้องอาหารทั่วไป หรือตามโรงแรม

ทั้งนี้คุณสมนึก แนะนำว่า แม้จะเลี้ยงง่าย แต่ก็มีเทคนิคการเลี้ยงบางประการที่ต้องศึกษาและต้องใช้ประสบการณ์จากการเลี้ยงจริง   ควรเลี้ยงจำนวนน้อยๆ อย่างหลักร้อยตัวไปก่อน ไม่ควรขึ้นไปถึงหลักพันตัวเสียทีเดียว  ซึ่งจะช่วยให้มีความมั่นคง ทั้งในเรื่องความเชี่ยวชาญในการเลี้ยง และการหาตลาดด้วย เนื่องจากไก่พันธุ์นี้มีราคาสูงกว่าไก่เนื้อทั่วไป ราว 40-50 เปอร์เซนต์     ทางด้าน คุณเพิ่ม สำเร็จทรัพย์ ผู้จัดการเกษตรฟาร์ม อธิบายเพิ่มเติมว่า เหตุที่เลือกไก่ประดูหางดำเชียงใหม่ 1 มาเป็นพ่อพันธุ์  เพราะมีความต้านทานโรค  อีกทั้งต้องการพ่อพันธุ์มากลบสี เพราะตัวเมียที่เลี้ยงอยู่ เป็นสีเหลืองทอง ต้องการนำสีของพ่อพันธุ์มากลบ จนได้ลูกสีดำเหมือนไก่บ้านหรือไก่พื้นเมือง

“เนื้อ น้ำหนักตัว หรือภูมิต้านทานโรคจะดีมากๆ และเนื้อจะหมือนไก่บ้านทุกอย่าง เลี้ยงง่ายมาก เป็นรายได้เสริมได้สบายๆ” คุณเพิ่ม ว่าอย่างนั้น

คุณเพิ่ม แนะนำว่า เมื่อเกษตรกร ซื้อลูกไก่ไปแล้ว ต้องนำไปกก ด้วยไฟ หรือถ้าเลี้ยงในปริมาณมาก ก็ต้องมีหัวกกแก๊ส  ซึ่งหัวกกแก๊ส 1 หัว จะกกลูกไก่ได้ถึง 1200 ตัว และควรหาวัสดุล้อมป้องกันลม

“ไก่อายุ 70 วัน น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม 2 ขีด สามารถนำไปทำไก่ย่าง  และถ้าเลี้ยงต่อไปอีกหน่อย จนได้น้ำหนักราว 2 กิโลกรัม ก็จะใช้เป็นไก่ไหว้เจ้า  โดยทั่วไป ราคาตลาดของไก่อยู่ที่กิโลกรัมละ 70-75 บาท”

สำหรับราคาลูกไก่ที่สั่งเอาไปเลี้ยงอยู่ที่ตัวละ 18-20 บาท เลี้ยงราว 2-3 เดือนก็จับขายได้  โดยจะได้กำไรตัวละ 20-30 บาท

“ใครที่อยากหาอาชีพเสริมการเลี้ยงไก่ เป็นอาชีพที่ดีมากเพราะไม่ต้องการการดูแลมาก  สามารถทำอาชีพอื่น ควบคู่ไปได้” คุณเพิ่ม กล่าวทิ้งท้าย

ใครที่สนใจ ติดต่อสอถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-4312923  และ 02-8137088-9

ที่มา>>>ข่าวสด

ภัยแล้งชัยนาทขยายวง ทำมะนาวออกผลน้อย ดันราคาพุ่งเฉียดลูกละ 10 บ.

สถานการณ์ภัยแล้ง จ.ชัยนาท ยังขยายวงกว้าง กระทบพืชผลเกษตรพาเหรดขึ้นราคา ขณะที่ มะนาวออกผลน้อย ปรับขึ้นราคาเฉียด 10 บาทต่อลูก ด้าน แม่ค้าตลาดสดภาษีซุง เผย มีโอกาสแตะลูกละ 15 ส่วนน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เหลือใช้อีกประมาณ 100 กว่าวันเท่านั้น …

วันที่ 22 เม.ย. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาล่าสุด ตรวจสอบระดับน้ำ ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวขึ้นอยู่ที่ 14.11 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 5.96 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็มและผลิตน้ำประปา จากการคาดการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยานั้นสามารถใช้ได้อีกประมาณ 100 กว่าวันเท่านั้นภัยแล้งชัยนาท หนัก ทำมะนาวออกผลน้อย ดันราคา เฉียดลูกละ10บาท

ขณะที่ ผลกระทบของภัยแล้งยังขยายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรมีราคาที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับมะนาว ที่ติดผลลดลง ทำให้มีมะนาวป้อนเข้าตลาดเป็นจำนวนน้อย และเริ่มขาดตลาด ราคาขายจึงปรับขึ้นในทุกขนาด โดยขนาดใหญ่หรือจัมโบ้ ราคาขายหน้าร้านขยับจากลูกละ 5 บาท เป็น 8 บาท ขนาดกลางปรับขึ้นเป็นลูกละ 6 บาท และขนาดเล็กราคาขายอยู่ที่ลูกละ 4 บาทน้ำน้อย แล้งทำมะนาวราคาพุ่ง!

ด้าน นางอรทัย ปานศรี แม่ค้ามะนาวสดภายในตลาดสดภาษีซุง เปิดเผยว่า ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ที่อากาศทวีความร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้คนหาซื้อมะนาวไปทำเครื่องดื่ม ไปผสมเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อความสดชื่น ทำให้มีความต้องการใช้มะนาวมากขึ้น ราคามะนาวมีโอกาสที่จะปรับขึ้นไปถึงลูกละ 15 บาท เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา ที่เคยถีบตัวสูงขึ้นจนน่าตกใจ หรืออาจจะแพงกว่าปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ เพราะผลผลิตช่วงภัยแล้งมีน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด.

ที่มา>>>Thairath