อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า เตรียมตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก หลังน้ำแล้ง-ชาวบ้านเดือดร้อน

 * อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า เตรียมตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก หลังน้ำแล้ง-ชาวบ้านเดือดร้อน *

ตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก

อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า เตรียมตัดน้ำรีสอร์ทภูทับเบิก หลังน้ำแล้ง-ชาวบ้านเดือดร้อน เผยบอกก่อนล่วงหน้าเพื่อให้มีเวลาเตรียมตัว ชี้หากถึงกำหนดตรวจสอบพบท่อน้ำ จะทำการรื้อทิ้ง

วันนี้ (16 มีนาคม 2559) นายสุวรรณ ภานุนำภา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เปิดเผยถึงกรณีที่โรงแรมรีสอร์ทภูทับเบิกได้ดึงน้ำจากพื้นที่เขตอุทยานฯ มาใช้ในกิจการว่า ตั้งแต่มีการจัดตั้งหมู่บ้านก็มีการดึงน้ำจากพื้นที่อุทยานฯ เพื่อการอุปโภค บริโภค ในชุมชน แต่หลังจากปี 2552 เมื่อมีโรงแรม รีสอร์ท ผุดขึ้นมากมาย และทางรีสอร์ทเหล่านี้ก็ได้ดึงน้ำจากฝายชุมชนมาใช้ ทำให้ชาวบ้านบางพื้นที่เดือดร้อนเรื่องแหล่งน้ำไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันก็ยังมีเสียงสะท้อนว่า ทางอุทยานฯ ไปเอื้อประโยชน์ให้กิจการรีสอร์ทด้วย

ด้วยเหตุนี้ทางอุทยานฯ ได้รับนโยบายจากกรมป่าไม้ว่า จะไม่เอื้อน้ำให้รีสอร์ทอีกต่อไป เนื่องจากรีสอร์ททำให้แหล่งน้ำแห้งอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันทางช่วงหลังรีสอร์ทก็ได้มีการเจาะน้ำบาดาลเพิ่มขึ้น ทำให้มีน้ำใช้ในกิจการตัวเองแล้ว โดยหลังจากนี้ทางอุทยานฯ จะเข้าตรวจสอบรีสอร์ทเหล่านี้ หากพบเห็นก็จะแจ้งให้ผู้ประกอบการรื้อท่อน้ำออก แต่จะให้คงไว้เฉพาะในส่วนของชุมชนและหมู่บ้าน ที่ยังใช้น้ำจากพื้นที่เขตอุทยานฯ ได้ตามปกติ

ขณะที่ นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่า อยากแจ้งเตือนล่วงหน้าแก่ผู้ประกอบการรีสอร์ทก่อน ถึงแม้จะมีระเบียบกฎหมายกำกับก็ตาม เพื่อให้โอกาส แต่หากจู่ ๆ ไม่มีน้ำใช้และมีผู้พักอาศัยก็จะเกิดความลำบากได้ จึงให้เวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 15-30 วัน เพื่อเตรียมแท็งก์เก็บกักน้ำ หากรายใดเหลือบ่ากว่าแรงก็จะพิจารณาเป็นรายกรณีต่อไป และจะแจ้งให้พื้นที่ชุมชนได้รับทราบด้วย

ภาพจาก Em7 / shutterstock.com

กสม.แถลงการณ์ ประณามโจรใต้ เรียกร้องเคารพเครื่องหมายสากลกาชาด

โจรใต้

กสม.ออกแถลงการณ์ ประณามโจรใต้ ละเมิดสิทธิมนุษยธรรมของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมเรียกร้องเคารพเครื่องหมายสากลกาชาด

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 59 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอประณามการละเมิดหลักการมนุษยธรรมและเรียกร้องให้เคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรื่อง ขอประณามการละเมิดหลักการมนุษยธรรมและเรียกร้องให้เคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงเวลาที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้ติดตามตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ด้วยอาวุธสงคราม และการกระทำที่ทารุณโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และป่าเถื่อน ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกายของประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้ว ยังเกิดความเศร้าสลดใจแก่ผู้ที่พบเห็น และสังคมโดยรวม

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 ได้เกิดเหตุความรุนแรงหลายเหตุการณ์และต่อเนื่องหลายพื้นที่ในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบุกรุกเข้าไปภายในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง และคุกคามบุคลากรของโรงพยาบาล รวมทั้งใช้อาคารในโรงพยาบาลเป็นที่มั่นในการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งตั้งฐานอยู่ใกล้เคียง ดังปรากฏเป็นข่าวแล้วนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ในการส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน และปกป้องหลักการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายอันจะละเมิดมิได้ ขอประณามต่อพฤติกรรมดังกล่าว ที่ถือเป็นการละเมิดหลักการมนุษยธรรม ซึ่งเป็นกติกาสากลที่สังคมอารยะพึงยึดถือ เพราะแม้แต่ในภาวะสงครามทุกฝ่ายยังต้องเคารพเครื่องหมายกาชาด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากล อันหมายถึง การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และมนุษยธรรมอย่างเป็นกลาง โดยไม่เลือกปฏิบัติ ตามกฎบัตรสหประชาชาติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (Geneva Convention 1949) ระบุอย่างชัดเจนว่า ต้องเปิดทางโล่ง สะดวก ปราศจากการขัดขวางใดๆ ต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วย ตลอดจนปกป้องประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่สามารถปกป้องตนเองได้ เช่น เด็ก ผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ และให้การคุ้มครองต่อสถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้รักษาพยาบาลไม่สามารถช่วยเหลือ ดูแล รักษา และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เกิดการหยุดชะงักในการให้บริการ การรักษาพยาบาลแก่ประชาชน สร้างความหวาดกลัวและความรู้สึกไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวกัน สิทธิของประชาชนที่จะได้รับการรักษาพยาบาล ตลอดจนผู้บาดเจ็บ ผู้ป่วย หรือ ผู้เข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาล ถูกละเมิดอย่างร้ายแรง

ทั้งนี้ กสม. ขอเรียกร้อง และเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนคำนึงและควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. ขอให้ผู้ที่ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงได้ยุติการกระทำในลักษณะข้างต้นที่ไร้มนุษยธรรม ผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนในทันที พร้อมวิงวอนขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐช่วยกันป้องกัน ยับยั้ง มิให้เกิดการกระทำการละเมิดต่อการรักษาพยาบาลอีกต่อไป และต้องเคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่เพื่อมนุษยธรรมของคณะแพทย์ และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย และขอวิงวอนให้ผู้เกี่ยวข้องได้โปรดคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม โดยละเว้นการกระทำที่เป็นอุปสรรค ทั้งปวงต่อการดูแลผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บทั้งในสถานพยาบาลและในที่เกิดเหตุ

2. รัฐบาลพึงหามาตรการที่เหมาะสม ในการคุ้มครองความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งพึงได้รับการปกป้องและคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข โดยร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ ในการสร้างระบบการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย การเฝ้าระวัง และการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง

3. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ความเสียหาย อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ดำเนินการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความอดทน อดกลั้น ไม่ใช้กำลังตอบโต้เข้าไปในโรงพยาบาล กสม.จะติดตามสถานการณ์ ผลการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือเยียวยา และจะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเหตุการณ์ ตลอดจนให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด เพื่อประสานการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

มาแล้ว ! ยะลาผุดป้ายจราจร 4 ภาษา ต้อนรับ AEC เมืองแรกในไทย

 * มาแล้ว ! ยะลาผุดป้ายจราจร 4 ภาษา ต้อนรับ AEC เมืองแรกในไทย *

ป้ายจราจร 4 ภาษา

ป้ายจราจร 4 ภาษา

เทศบาลนครยะลาสร้างป้ายจราจรบอกทางและสถานที่เป็น 4 ภาษา เป็นเมืองแรกในไทย อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและต้อนรับ AEC

วันที่ 11 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลนครเมืองยะลา ได้สร้างป้ายบอกสถานที่ เส้นทาง และชื่อถนนเป็น 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษามลายูกลาง ในพื้นที่เขตความรับผิดชอบของเทศบาลนครยะลา และได้ประสานไปยังหน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีพื้นที่ติดกัน เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย

ทั้งนี้เป็นเพราะจังหวัดยะลามีพรมแดนติดต่อกับประเทศมาเลเซีย ทำให้ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติ ทั้งจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และบรูไน เดินทางมาที่อำเภอเบตงเป็นจำนวนมาก การทำป้าย 4 ภาษา จะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้มาก

ทางด้าน นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรี เทศบาลนครยะลา เผยว่า ยะลาเป็นส่วนหนึ่งในการรองรับ AEC ในปี 2559 และประชาชนที่อาศัยบริเวณพรมแดนของทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีและใกล้เคียงกันในเชิงเชื้อชาติ ดังนั้นเทศบาลนครยะลาจึงจัดทำป้าย 4 ภาษาขึ้นมา

ภาพและข้อมูลจาก Workpoint

หนุ่มฝรั่งเศส ตายอืดคาเกสต์เฮาส์เชียงใหม่ คาดโรคประจำตัว

ฝรั่งอืด1

พบหนุ่มเมืองน้ำหอม ตายในห้องพักเกสต์เฮาส์กลางเมืองเชียงใหม่ สภาพเปลือยขึ้นอืดส่งกลิ่น แพทย์คาดเสียชีวิตจากโรคประจำตัว ส่งชันสูตรละเอียดอีกครั้ง ด้าน ตร.ประสานสถานทูตติดต่อญาติรับศพ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 59 พ.ต.ท.นิพิฐพนธ์ แต้ประจิตร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียชีวิต สภาพขึ้นอืดในห้องพักชั้น 2 ของเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งย่าน ถ.ชัยภูมิ ต.ช้างม่อย จึงพร้อมกับแพทย์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ รุดไปสอบสวน

เมื่อไปถึงพบว่ากลิ่นเน่าโชยออกมาจากห้องพักอย่างรุนแรง พยายามงัดประตูแต่เข้าไปไม่ได้ เนื่องจากล็อกกลอนด้านใน จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยถอดบานเกล็ดหน้าต่างออก หลังเปิดประตูออก พบศพ Mr.Alex Nseri อายุ 36 ปี ชาวฝรั่งเศส นอนตายเปลือยคว่ำหน้าอยู่บนเตียงสภาพศพเน่าขึ้นอืด แพทย์คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ตรวจดูตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ทรัพย์สินผู้ตายในห้องพักยังอยู่ครบ

ฝรั่งอืด2

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมาเช่าพักรายวัน เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นก็ไม่มีใครพบผู้ตายอีก จนกระทั่งมีกลิ่นเน่าโชยออกมาจากห้องพัก แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ส่วนที่เน่าขึ้นอืดเร็วนั้นเนื่องจากอากาศร้อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจ อป.พร.เชียงใหม่ นำส่งแพทย์นิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ผ่าชันสูตรอีกครั้ง พร้อมกับประสานสถานทูตฝรั่งเศส ติดต่อญาติมารับศพต่อไป.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

อ.เจษฎา ชี้ชัด เอามือถือชาร์จในเตาไมโครเวฟไม่ได้ อย่าไปทำตาม !

 * อ.เจษฎา ชี้ชัด เอามือถือชาร์จในเตาไมโครเวฟไม่ได้ อย่าไปทำตาม ! *

เอามือถือชาร์จในเตาไมโครเวฟ

เอามือถือชาร์จในเตาไมโครเวฟ

อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ยืนยัน โทรศัพท์มือถือ ชาร์จในเตาไมโครเวฟไม่ได้ เตือนอย่าไปทำตาม เครื่องอาจช็อต-ไหม้

มีกระแสแชร์คลิปลวงในโลกออนไลน์ออกมาอีกแล้ว คราวนี้เป็นการนำโทรศัพท์มือถือไอโฟนเข้าเตาไมโครเวฟเป็นเวลา 1 วินาที พอเอาออกมาแล้วแบตเตอรี่ชาร์จเต็ม จนมีคนหลงเชื่อแล้วทำตามจนเครื่องพัง ล่าสุด (10 มีนาคม 2559) รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้ออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยยืนยันว่า “โทรศัพท์มือถือ มันชาร์จในเตาไมโครเวฟ ไม่ได้นะครับ”

ทั้งนี้ อ.เจษฎา ระบุว่า เห็นคลิปดังกล่าวมา 2-3 วันแล้ว ไม่คิดว่าจะมีใครทำตามจริง ๆ วันนี้ก็มีนักข่าวโทรศัพท์มาสอบถามถึง 3 สำนัก ว่าเรื่องนี้เป็นไปได้อย่างไร โดยชี้ว่า เพจ SoFlo เจ้าของคลิปดังกล่าว เป็นเพจหลอกที่ตัดต่อคลิปเอาฮา อย่าไปทำตาม เครื่องจะช็อตเปล่า ๆ และหากเผลอทิ้งไว้นาน ๆ อาจเกิดประกายไฟจนไหม้เครื่องได้ เตาไมโครเวฟทำได้แค่ปล่อยคลื่นไมโครเวฟไปหมุนโมเลกุลของอาหารให้หมุนไปหมุนมาอย่างรวดเร็วจนเกิดความร้อนขึ้น ทำให้อาหารสุกได้ ไม่สามารถทำให้แบตเตอรี่ในมือถือมีพลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาได้แต่อย่างใด

พร้อมกันนี้ อ.เจษฎา ได้แสดงความเสียใจกับคนที่ถูกหลอกและทำตามคลิปดังกล่าวไปแล้วด้วย

ข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant

รถประจำตำแหน่งทูตออสเตรเลีย พลิกคว่ำที่เพชรบุรี เจ็บ 3 เร่งส่ง รพ. ด่วน

 * รถประจำตำแหน่งทูตออสเตรเลีย พลิกคว่ำที่เพชรบุรี เจ็บ 3 เร่งส่ง รพ. ด่วน *

นครชัยแอร์ ชนกระบะ

เปิดคลิปอุบัติเหตุ รถทัวร์นครชัยแอร์ประสานงากับกระบะ หลักฐานยันหนังคนละม้วน ฝ่ายรถทัวร์ไม่ได้ขับรถเร็ว ที่แท้กระบะเป็นฝ่ายสวนเลนมา ก่อนชนกันในที่สุด

จากกรณีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถบัสโดยสาร ของบริษัท นครชัยแอร์ สายกรุงเทพฯ-เรณูนคร บริเวณเส้นทางสายกรุงเทพฯ-เรณูนคร ช่วงบริเวณหน้าโรงสีธัญญมงคล เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีก 7 ราย ซึ่งต่อมาผู้โดยสารอ้างว่าก่อนเกิดเหตุคนขับได้ขับรถเร็ว ชอบจ่อท้ายรถคันหน้า และขับกินเลนจนชนประสานงากับกระบะในที่สุด โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมานั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 เฟซบุ๊ก Kasidis Khantharat ของ นายกษิดิศ ขันธรัตน์ ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ได้เผยแพร่ข้อมูลจากการสอบสวนกรณีอุบัติเหตุดังกล่าว เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่า ก่อนเกิดเหตุนั้นไม่ได้มีรถอยู่หน้ารถบัสโดยสารของนครชัยแอร์ อีกทั้งข้อมูลจีพีเอสยังบ่งชี้ว่าคนขับรถบัสโดยสาร ขับด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นครชัยแอร์ ชนกระบะ

นครชัยแอร์ ชนกระบะ

จากกระแสข่าวก่อนหน้านี้มีการอ้างว่าผู้โดยสารเป็นผู้ให้ข้อมูล แต่จากกล้องวงจรปิดพบว่าผู้โดยสารหลับกันหมด ส่วนคลิปหน้ารถนั้นก็เผยให้เห็นภาพที่ยืนยันว่า รถกระบะเป็นฝ่ายวิ่งเข้ามาในเลนของรถบัสโดยสาร แม้พนักงานขับรถจะใช้ไฟสูงเพื่อเตือนแล้ว แต่ฝ่ายกระบะก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนเลนกลับ จนกระบะเข้ามาประชิด พนักงานขับรถจึงพยายามหักหลบเพราะใกล้จะชนแล้ว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รถกระบะหักกลับเข้าเลนตัวเอง จึงทำให้มาประสานงากันพอดี

พร้อมกันนี้ยังมีการเผยแพร่ภาพจากกล้องหน้ารถจากฝ่ายประชาสัมพันธ์นครชัยแอร์ ซึ่งเป็นหลักฐานในคดีดังกล่าวด้วย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Kasidis Khantharat, ทวิตเตอร์ @TNAMCOT

คนไทยเตรียมเฮ! สธ.ให้สิทธิกินวิตามินฟรี

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยรับทราบมานาน และยืนยันว่าโฟเลต หรือกรดยูลิกสามารถป้องกันความพิการแต่กำเนิดได้ เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ พิการทางสมอง หัวใจ ไขสันหลัง มือ เท้าพิการ เป็นต้น โดยเฉพาะการให้โฟเลตในหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 15-49 ปี ก่อนการตั้งครรภ์จึงจำเป็น ดังนั้นการวางแผนก่อนแต่งงานมีบุตรเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อที่จะสามารถได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอ ซึ่งล่าสุดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้อนุมัติการให้วิตามินรวมเหล็ก ไอโอดีน และโฟเลต สัปดาห์ละ 1 เม็ดสำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์ทุกสิทธิการรักษาพยาบาล ซึ่งขณะนี้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) อยู่ระหว่างการผลิต คาดว่าจะสามารถให้วิตามินดังกล่าวกับหญิงวัยเจริญพันธุ์ได้ ภายในเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ เบื้องต้นจะค่อย ๆ แนะนำหญิงสาวที่ไปรับบริการที่โรงพยาบาลได้ทราบถึงสิทธิดังกล่าว และพยายามศึกษาหาทางผสมโฟเลตลงไปในอาหารบางประเภทด้วย

“ถ้าให้วิตามินรวมสัปดาห์ละเม็ด 1 ปี มี 52 สัปดาห์ ก็คนละ 52 เม็ดต่อปี ขณะที่ข้อมูลเมื่อปี 2557 ประชากรหญิงวัยเจริญพันธุ์ของไทย มีจำนวน 17,789,671 คน เท่ากับว่าใน 1 ปีจะใช้วิตามิน รวม 925,062,892 เม็ด ราคาเม็ดละไม่ถึง 1 บาท ดังนั้นจะใช้งบประมาณไม่ถึง 1 พันล้านบาทต่อปี แต่สามารถป้องกันภาวะความพิการแต่กำเนิดได้จำนวนมาก” นพ.วชิระ กล่าว และว่า นอกจากโฟเลตจะช่วยป้องกันความพิการแต่กำเนิดได้แล้ว ยังพบว่าช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ (ไอคิว) ของเด็กได้อีกประมาณ 10 จุด ดังนั้นจึงต้องหาทางให้หญิงวัยเจริญพันธุ์เข้าถึงโฟเลตได้อย่างทั่วถึง

ด้าน ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความพิการแต่กำเนิดมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม แต่สามารถป้องกันได้ถึงร้อยละ 50 หากได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอ ดังนั้น ตนเห็นด้วยในการที่ภาครัฐมีแนวคิดในการผสมโฟเลตลงไปในอาหารเพื่อให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีเพียง 1 ใน 3 ของคนที่ตั้งครรภ์ทั้งหมด มีการวางแผนครอบครัว วางแผนมีบุตร ที่เหลือเป็นวัยรุ่น เกิดการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ไม่ได้มีการเตรียมตัวมาก่อน ในขณะที่ปัจจุบันพบว่ามีหญิงไทยที่มีพันธุกรรมของความพิการแต่กำเนิดถึงร้อยละ 12 ซึ่งแม้ว่าตัวจะไม่เป็นโรค แต่สามารถส่งต่อให้กับบุตรได้ ดังนั้นการป้องกันไว้จึงดีที่สุด.

หนุ่มอ้างตัวเป็นเทพสุริยะ ฉุนจัดซื้อหวยไม่ได้ ท้าคนต่อยจนโดนซัดน่วม

 * หนุ่มอ้างตัวเป็นเทพสุริยะ ฉุนจัดซื้อหวยไม่ได้ ท้าคนต่อยจนโดนซัดน่วม *

อ้างตัวเป็นเทพสุริยะ

หนุ่มอ้างตัวเป็นเทพสุริยะ ขอซื้อลอตเตอรี่เนื่องเป็นวันดีเกิดสุริยุปราคา แต่คนขายไม่อยู่ จึงเกิดการฉุดแย่งของ ก่อนท้าคนบนท้องถนนทะเลาะจนโดนชกโหนกแก้มแตก

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เวิร์กพอยต์ ทีวี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งว่า มีชายคุ้มคลั่งได้ทำลายทรัพย์สินหน้าร้านลอตเตอรี่ขึ้น ที่ ถ.อ๋องซิมผ่าน ต.ตลาดใหญ่ จึงเข้ามาตรวจสอบ พบว่าจุดขายลอตเตอรี่ อยู่หน้าร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ ขณะเดียวกัน ก็มีชายไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขายาวสีน้ำเงิน ยืนโวยวายหน้าร้าน อ้างตัวเป็นร่างเทพสุริยะว่า วันนี้เป็นวันดีเกิดสุริยุปราคา เทพสุริยะ จึงสั่งให้มาซื้อลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 แผงนี้

อย่างไรก็ตาม พ่อค้าไม่ได้ขายลอตเตอรี่ให้ชายคนดังกล่าว เพราะเจ้าของร้านตัวจริงยังไม่มา จนเกิดการแย่งลอตเตอรี่กันขึ้นจนเสียหาย หน่วยกู้ภัยต้องมาช่วยล็อกตัวชายคนนี้ แต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งชายคนดังกล่าว ได้วิ่งไปที่กลางถนนพร้อมท้าชกต่อยผู้ที่ขับรถสัญจรไปมา จนได้ชกต่อยกับคนคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างขึ้น โดนชกที่โหนกแก้มซ้ายแตก

สุดท้าย หน่วยกู้ภัยได้นำตัวชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตเพื่อทำแผล ทราบชื่อคือ นายสุขติพร อ่อนสุวรรณ วัย 45 ปี ส่วนคดีที่ทำให้เสียทรัพย์ ขึ้นอยู่กับเจ้าของร้านว่าจะตัดสินใจอย่างไร
ภาพจาก เวิร์กพอยต์ ทีวี

5จุดใหญ่ ชม”สุริยุปราคา”เช้าตรู่วันที่9มีนาคมนี้ทั่วประเทศ ห้ามพลาด!!

8-3-59-40

วันที่รอคอยก็ใกล้มาถึง “ปรากฏการณ์สุริยุปราคา” ในเช้าตรู่วันที่ 9 มีนาคมนี้ เวลาโดยประมาณ 06.20 – 08.40 น. ในประเทศอินโดนีเซียจะสามารถรับชมได้แบบเต็มดวง แต่ในประเทศไทยรับชมได้บางส่วนกว่า 100 จุดทั่วประเทศ ห้ามดูด้วยตาเปล่าเด็ดขาด!! ต้องดูด้วยอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน จัดทำเพื่อการชมสุริยุปราคาเท่านั้น

จุดสังเกตการณ์ 5 จุดใหญ่ที่รับชมการบดบังได้มากที่สุดดังต่อไปนี้

1. จังหวัดกรุงเทพมหานคร
สวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก ติดศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์

2. เชียงใหม่
ดาดฟ้าศูนย์การค้าเซนทรัลเฟสติวัล

3. ฉะเชิงเทรา
หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา

4. นครราชสีมา
หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อำเภอแปลงยาว

5. สงขลา
ลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา อำเภอเมือง ซึ่งเป็นจุดสังเกตการณ์ที่จะได้เห็นคราสการบังมากที่สุด

ที่มา – iam-news

ทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส. ดัง ฉุนโดนหมากัด คว้าปืนลั่นไกไม่ยั้ง 5 นัด ดับหน้าเซเว่นฯ

 * 
ทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส. ดัง ฉุนโดนหมากัด คว้าปืนลั่นไกไม่ยั้ง 5 นัด ดับหน้าเซเว่นฯ *

สส ยิงหมา

ฉุนจัด ! ทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แค้นถูกหมากัดหน้าเซเว่นฯ เดินไปที่รถคว้าปืนยิงกระหน่ำ 5 นัดดับคาที่ เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหา ทารุณสัตว์และพกปืน ยิงปืน โดยไม่มีเหตุอันควร

วันที่ 8 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี รายงานว่า เมื่อประมาณ 08.00 น. ของวันที่ 7 มีนาคม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงสุนัขจนตาย ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาชัฎป่าหวาย เบื้องต้นทราบชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นายทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์

จากการสอบสวนทราบว่า นายทวี ขับรถออกไปซื้อของที่ร้าน 7-11 ดังกล่าว และขณะขับรถออกมาก็เจอสุนัขเร่ร่อนตัวนี้กัดเข้าที่ขา นายทวีจึงโมโห เดินเข้าไปหยิบปืนที่รถแล้วลั่นไกยิงถึง 5 นัด จนสุนัขตายคาที่ ก่อนที่จะขึ้นรถขับออกไป ทั้งนี้มีพยานเห็น แต่กล้องวงจรปิดหน้าร้านไม่สามารถจับภาพได้ ตำรวจจึงได้ตามไปที่บ้านและเชิญตัวมาสอบปากคำเบื้องต้น พร้อมสั่งการฝ่ายสืบสวนรวบรวมภาพจากกล้องภายในร้านเพื่อยืนยันอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามไปยังนายทวีแล้ว โดยนายทวีรับว่าก่อเหตุจริง และจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ นอกจากนี้นายทวียังได้โชว์บาดแผลที่ถูกสุนัจกัดให้ตำรวจดูด้วย โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ทารุณกรรมสัตว์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์แล้ว พร้อมกับแจ้งข้อพกอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Kanong Sriwongwon