มอบตัวแล้ว! สารวัตรตำรวจ ยิงหมาตายคาแฟลต อ้างเมียท้องจะถูกรุมกัด

‘สารวัตรกองวิจัย’ โผล่มอบตัวคดียิงสุนัขตาย 1 ตัว สาหัส 1 ตัว ลูกหลานเคยถูกกัดหลายรอบไม่เป็นข่าว รอบนี้สุนัขจะรุมกัดเมียกำลังท้อง เกิดบันดาลโทสะ ทั้งที่ผ่านมาก็เคยให้อาหารรวมถึงเคเอฟซี กับสุนัขกลุ่มนี้ด้วย

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำตัว พ.ต.ต.วสวัตติ์ สุขไทย สารวัตรกลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 กองวิจัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อายุ 32 ปี ผู้ก่อเหตุยิงสุนัข ตาย 1 ตัว และเจ็บ 1 ตัว ในแฟลตตำรวจส่วนกลางลาดยาว เมื่อกลางดึกวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพและวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก มามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินสารวัตรมอบตัว อ้างยิงสุนัข เพราะกำลังจะรุมกัดภรรยาที่กำลังท้องของตน

พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยว่า พ.ต.ต.วสวัตติ์ รู้สึกสำนึกผิด พร้อมรับโทษตามกฎหมาย จึงเข้ามอบตัว ซึ่งเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้ง 3 ข้อหา ประกอบด้วย ความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ มาตรา 20 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และข้อหาพกพาปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พร้อมดำเนินการทางวินัยกับพ.ต.ต.วสวัตติ์ ด้วย

“ส่วนการตรวจซากสุนัข พบว่าตายเนื่องจากเสียเลือดมาก ส่วนอีกตัวที่บาดเจ็บ ขณะนี้รักษาที่โรงพยาบาลสัตว์รามอินทรารวมแพทย์ซอย 5 อาการปลอดภัยแล้ว โดยสัตวแพทย์คาดว่าต้องใช้เวลารักษาประมาณ 1 สัปดาห์ ค่ารักษาประมาณ 1 หมื่นบาท ซึ่งตัวเองจะรับผิดชอบค่ารักษาให้ทั้งหมด ส่วนสุนัข มีผู้ติดต่อขอรับไปเลี้ยงแล้ว”

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า หากตำรวจกระทำความผิด จะไม่มีการยกเว้นทุกกรณี ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย และเบื้องต้นได้หารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำหนดมาตรการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ที่อยู่ตามแฟลตตำรวจทั่วประเทศด้วย พร้อมขอให้ตำรวจทุกนายมีความยับยั้งชั่งใจมากกว่าปกติ เนื่องจากตำรวจพกพาปืนพ.ต.ต.วสวัตติ์ กล่าวขอโทษคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงกลุ่มคนรักสัตว์ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าก่อเหตุเนื่องจากบันดาลโทสะ และเป็นเหตุจวนตัวจึงขอรับผิดทุกข้อหา และสัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

พ.ต.ต.วสวัตติ์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา ภรรยาถูกสุนัขกว่า 20 ตัว ล้อมกัด แต่วิ่งหนีได้ทัน และวันเกิดเหตุ ตัวเอง และภรรยากลับจากงานกาชาดกลางดึก ก็ถูกสุนัขกลุ่มเดิมมาล้อมอีก โดยจะเข้ามารุมกัด ซึ่งภรรยาตั้งครรภ์อยู่ ในฐานะหัวหน้าครอบครัว และพ่อของลูก จึงพยายามปกป้องและป้องกันภัยคุกคามให้คนที่เรารัก

“ทั้งนี้ตัวเองอาศัยอยู่ที่แฟลตแห่งนี้มากว่า 5 ปีแล้ว ที่ผ่านมา มีหลายคนถูกสุนัขจรจัดในแฟลตกัดหลายครั้ง แต่ไม่เป็นข่าว และคาดว่าในช่วงนี้อากาศร้อน สุนัขจึงดุ นอกจากนี้ตัวเองก็เลี้ยงสุนัขเช่นกัน และที่ผ่านมาก็เคยให้อาหารรวมถึงเคเอฟซี กับสุนัขกลุ่มนี้ด้วย” พ.ต.ต.วสวัตติ์ กล่าว

ที่มา>>>Thairath

โจรใต้วางระเบิด รถสายตรวจ สภ.ธารโต เจ็บ 6 นาย

ภาพจาก พนักงานสอบสวน สภ.ธารโต จ.ยะลา

โจรใต้ ลอบวางระเบิดรถสายตรวจ ร้อยเวร ป.สภ.ธารโต จ.ยะลา ขณะออกปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 6 นาย รถยนต์เสียหาย คาด เป็นแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ พยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง…

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.วีรศักดิ์ ดำนิล รอง สว.(สอบสวน) สภ.ธารโต จ.ยะลา รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถสายตรวจร้อยเวร ป.สภ.ธารโต รถยนต์เสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงพยาบาลธารโต หมู่ 1 ต.ธารโต จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อม พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.จรัส ชิณนะพงศ์ ผกก. พ.ต.ท.ธนชิต สุขพัฒนานลากุล รอง ผกก.สส. นายบุญเติม ภูรองเลื่อน นายอำเภอธารโต สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 33 และฝ่ายปกครอง รุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุ บริเวณจุดกลับรถหน้าโรงพยาบาลบนถนนสาย 410 (ยะลา-เบตง) พบรถปิกอัพตราโล่ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ญย 8966 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมถนน กระจกหน้าแตกร้าว ตัวถังมีรอยสะเก็ดระเบิด ถังน้ำมันถูกสะเก็ดเป็นรูรั่ว ได้รับความเสียหาย มีผู้บาดเจ็บจำนวน 6 นาย คือ ด.ต.สันติ เสาร์เพชร ผบ.หมู่ ป.หัวหน้าชุด ส.ต.อ.สมชาย สุวรรณตรี พลขับ ส.ต.ต.กิตติชัย เรืองพุทธ ส.ต.ต.วิเชียร ปิหลังโหรด ส.ต.ต.ฐานันต์ พุ่มไสว และ ส.ต.ต.อัปดนฮารีม สาหยีด มีอาการหูอื้ออย่างแรง จากแรงอัดระเบิด ถูกนำส่งโรงพยาบาลธารโตแล้ว พบจุดระเบิดเป็นหลุมตื้นๆ ขนาดเล็ก มีสะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กระจัดกระจายไปทั่ว จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวน ทราบว่า รถปิกอัพร้อยเวร ป.คันดังกล่าว มี ด.ต.สันติ เสาร์เพชร เป็นหัวหน้าชุด ส.ต.อ.สมชาย สุวรรณตรี เป็นพลขับ ส่วนอีก 4 นาย โดยสารกระบะท้าย ได้แล่นออกจาก สภ.ธารโต เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบเส้นทางระหว่างโรงพยาบาลธารโตกับตลาดธารโต ระยะทางราว 1 กม.

ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจพร้อมเซ็นชื่อ ที่ตู้แดงภายในโรงพยาบาลธารโตแล้วขับรถกลับออกมา เตรียมเลี้ยวกลับข้างเกาะกลางถนน จู่ๆ ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ และรถยนต์ตราโล่ได้รับความเสียหาย

ส่วนคนร้าย คาดว่าเป็นแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ พยายามก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคืนวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา คนร้าย ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ได้ลอบเผายางรถยนต์บริเวณพื้นที่ ต.บ้านแหร ห่างจากที่ว่าการอำเภอธารโต ราว 4 กม.มาแล้ว แต่โชคดีไม่มีสิ่งใดได้รับความเสียหาย.

ที่มา>>>Thairath

พร้อมรบไม่มีเอาต์! เจาะ ‘ปืนฉีดน้ำ’ รุ่นไหนใหม่ฮิตสงกรานต์ 2559 ต้องมี

วันสงกรานต์แบบนี้ ถ้าไม่พูดถึงอาวุธที่มาพร้อมกับวันสงกรานต์อย่าง ‘ปืนฉีดน้ำ‘ ก็คงจะไม่ได้ 1 ปี มีแค่ 3 วัน ที่เราจะได้เล่นน้ำกันให้ฉ่ำปอด อยากจะเล่นน้ำวันสงกรานต์ก็ต้องมีอุปกรณ์เล่นน้ำเท่ๆ มาประดับกายกันหน่อยแล้ว ซึ่งก็คงหนีไม่พ้น ปืนฉีดน้ำ หลากสีหลายรุ่น ที่แต่ละปีก็มีการดีไซน์รูปลักษณ์แปลกใหม่ออกมาให้เลือกซื้อกันทุกปี…

ไทยรัฐออนไลน์ ไม่รอช้าขอไปสำรวจตลาดสำเพ็ง รวมปืนฉีดน้ำยอดฮิตในวันสงกรานต์นี้ พร้อมแล้วอย่ารีรอไปหาซื้อมาเล่นกัน

1. ปืนฉีดน้ำแบบสูบดาบปืนฉีดน้ำแบบสูบดาบ

แบบแรกขายดีกันสุดๆ ราคาถูกและแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร แถมยังเอาใจคนงบน้อยด้วยราคาสุดประหยัด สนนราคาอยู่ที่ 50-80 บาท ราคาถูกแบบนี้เอาออกมาตั้งขายเมื่อไร หมดลงในพริบตาเดียว เมื่อก่อนจะเป็นลักษณะท่อแป๊บที่เอามาผลิตและมีการยกเลิกให้ใช้ เพราะแรงเกินไป แต่ปัจจุบันได้นำพลาสติกมาดัดแปลงให้เป็นรูปทรงต่างๆ เช่น ดาบและกระบอง ทำให้แรงอัดน้อยลง จึงทำให้ได้มีการวางขายกันอีกครั้ง

2. ปืนฉีดน้ำตุ๊กตาแบบเป้สะพายหลังปืนฉีดน้ำตุ๊กตาแบบเป้สะพายหลัง

ฮิตสุดๆ สำหรับเด็กๆ หรือวัยรุ่นสายแบ๊ว กับปืนฉีดน้ำตุ๊กตาสะพายหลัง บอกเลยรุ่นนี้ฮิตคุ้มค่าเพราะกักเก็บน้ำไว้ด้านหลังได้เยอะพอสมควร ไม่ต้องเติมน้ำบ่อยๆ มีทั้งแบบกระเป๋าใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และกระเป๋าเล็กสำหรับเด็ก มีตุ๊กตามากมายหลายลาย มีตั้งแต่ราคา 200 บาทขึ้นไป อาจจะแพงไปนิด แต่ก็ตุนน้ำไว้ได้ ใครมีงบเยอะหน่อยปืนฉีดน้ำประเภทนี้ก็ถือว่าเป็นทางเลือกได้เป็นอย่างดี

3. ปืนฉีดน้ำ LINEปืนฉีดน้ำ LINE

น่ารัก อินเทรนด์กันสุดๆ กับปืนฉีดน้ำตุ๊กตา LINE ยกกันมาทั้งครอบครัว Brown Cony Moon Nameko มีหลายแบบให้ได้เลือกสรรทั้งแบบสะพายหลัง แบบสูบฉีดธรรมดา แบบหัวตุ๊กตา น่ารักจนเราอยากจะซื้อมาซะทุกแบบเลยแหละ ราคาก็มีหลากหลายตั้งแต่ 100-400 บาท

4. กระบอกฉีดน้ำแรงดันสูงกระบอกฉีดน้ำแรงดันสูงอันนี้ประหยัดสุดๆ เก๋ไก๋ บวกกับการดีไอวายด้วยการเอาขวดน้ำมาทำเองยังได้เลยค่ะทุกคน บอกเลยว่าเป็นทางเลือกให้กับคนงบน้อยได้เป็นอย่างมาก ราคาเพียง 59 บาทเท่านั้น แต่ได้ถึงสองหัวด้วยกัน ทั้งหัวเล่นน้ำสงกรานต์ นอกจากนั้นยังมีหัวฉีดที่สามารถนำไปรดน้ำต้นไม้ พ่นปุ๋ย พ่นยาฆ่าแมลง ฉีดล้างรถ ล้างแอร์ ฉีดไล่นก ฉีดไล่แมว ยิ่งปีนี้มีการรณรงค์ให้ประหยัดน้ำ หัวเล่นน้ำแบบนี้ตอบโจทย์ดีทีเดียว

5. ปืนฉีดน้ำทีมฟุตบอลสะพายหลังปืนฉีดน้ำทีมฟุตบอลสะพายหลัง

สาวกทีมฟุตบอลต้องปลาบปลื้มปืนฉีดน้ำสะพายหลังแบบนี้อย่างแน่นอน บอกเลยว่ามีให้เลือกกันหลายทีมไม่ว่าจะเป็น แมนฯยู ลิเวอร์พูล และอีกมากมาย ราคาอยู่ที่ 200-500 บาท ดูเหมือนจะแพง แต่บอกว่าคุ้มค่าสุดๆ สามารถใช้งานได้หลายปีอีกด้วยนะเออ

6. ปืนฉีดน้ำหัวการ์ตูนแบบหัวตุ๊กตา

น่ารัก แบ๊วๆ ปืนฉีดน้ำที่เหมาะกับเด็กและคุณผู้หญิงทั้งหลาย ถ้าคุณไม่อยากแบกปืนฉีดน้ำอันใหญ่ให้หนัก เราแนะนำแบบหัวการ์ตูนอันเล็ก ทั้งน่ารักและพกพาสะดวก ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย ไปซื้อกันด่วนๆ เลยจ้า ราคาตั้งแต่ 100-200 บาท

7. ปืนฉีดน้ำแบบลูกสูบแรงดันสูงลายการ์ตูนต่างๆปืนฉีดน้ำแบบลูกสูบแรงดันสูงลายการ์ตูนต่างๆ

ปืนฉีดน้ำที่มีแรงดันสูงและสามารถใว่น้ำได้เยอะ สีสันสดใสเหมาะกับเทศกาลสงกรานต์ รุ่นนี้เป็นที่สุดของความฮิตในบรรดาปืนฉีดน้ำทั้งหลาย ราคาขึ้นอยู่กับขนาดของปืน ตั้งแต่ 200-500 บาท

8. ปืนฉีดน้ำเลียนแบบปืนทหารปืนฉีดน้ำแบบปืนทหาร

ปืนฉีดน้ำที่เท่ไม่เบาเลย รับรองถูกใจหนุ่มๆ แน่นอน รูปทรงจะมีกระบอกใส่น้ำอยู่ข้างบนตัวปืน และมีลักษณะคล้ายกับปืนของทหาร ราคาอยู่ที่ 140-200 บาท ไปหาซื้อมาเล่นกันได้ในวันสงกรานต์เรารับรองความเท่ มีให้เลือกมากมาย

สแกนปืนฉีดน้ำกันแล้ว เราขอเตือนกันสักนิดว่า ผู้ใช้ควรเล่นอย่างระมัดระวัง อย่าฉีดใส่หน้าคนอื่น เพราะอาจเกิดอันตรายได้ถ้าใช้แบบผิดๆ และประมาท ยังไงถ้าใครจะซื้อปืนฉีดน้ำรุ่นไหนก็ต้องเล่นอย่างระมัดระวังกันด้วยนะจ๊ะ สนุกสนานแบบพอดีๆ ใช้น้ำอย่างประหยัด จะได้เล่นสงกรานต์กันอย่างสนุก ปลอดภัย ไร้กังวล

ที่มา>>>Thairath

‘สามารถ’ ซัด ส.ว.ลากตั้ง เป็นเครื่องมือสืบอำนาจ

“สามารถ” ซัดคำถามพ่วงประชามติ ไม่เป็นธรรม ปมให้ ส.ว.ลากตั้ง กำหนดคนเป็นนายกฯ จวกเหมือนให้อำนาจอื่นอยู่เหนืออำนาจประชาชน

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.59 นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบคำถามพ่วงการทำประชามติ โดยให้ ส.ว.สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นประเด็นที่ทำให้การทำประชามติผ่านได้ยาก เพราะส่อเจตนาชัดเจนว่าเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ขอคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) แล้วไม่ให้ จึงใช้วิธีถามพ่วงประชามติไปเลย ถ้าประชาชนเอาด้วย กรธ.ก็ต้องแก้ไขตาม ทั้งนี้ เมื่อดูโดยหลักการแล้วถือว่าไม่เป็นธรรมที่จะใช้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง มาเป็นเครื่องมือกำหนดว่าใครจะมาเป็นนายกฯ ไม่ถูกต้อง จะปล่อยให้อำนาจอื่นอยู่เหนืออำนาจประชาชนได้อย่างไร

-

นายสามารถ กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะออกมานั้น ตนเชื่อว่าหากพูดอะไรก็อาจเข้าข่ายผิดมาตรา 62 ของร่าง พ.ร.บ.นี้ได้ ทั้งที่ควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงปัญหาและข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการส่งสัญญาณกับประชาชนแล้ว หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของประชาชนที่จะต้องคิดและพิจารณาให้ถี่ถ้วน.

ที่มา>>>Thairath

โรงงานถล่ม ที่ท่าม่วง! หลังคาเหล็กทับคนงาน ดับ 1 สาหัส 1

(เครดิตภาพจากมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ประจำจังหวัดกาญจนบุรี)

โครงเหล็กอาคารโรงงานผลิตปลั๊กไฟฟ้า ที่ อ.ท่าม่วง กาญจนบุรี พลังถล่มลงมาขณะก่อสร้าง ทับคนงานชายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ผวจ.สั่งนอภ.นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว…

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 เม.ย. 59 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วง พร้อม มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ประจำจังหวัดกาญจนบุรี รุดไปที่โรงงาน เอสทีเอส(STS) โลจิสติก จำกัด ตั้งอยู่หมู่ 9 ต.พงตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นโรงงานผลิตปลั๊กไฟฟ้าสภาพศพผู้เสียชีวิตที่ถูกหลังคาถล่มทับ

พบว่าอาคารในโรงงาน ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างขึ้นโครงเหล็ก ได้พังถล่มลงมา เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นคนงานในก่อสร้าง เพศชาย สภาพสวมเสื้อแขนยาวสีเทา กางเกงยีน ถูกโครงเหล็กหล่นลงมาทับบริเวณสะโพกด้านขวา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ยังไม่ทราบชื่อ

หลังทราบเหตุ นายศักดิ์ สมบุญโต ผวจ.กาญจนบุรี ได้สั่งการให้ นายยงยุทธ สุโนภักดิ์ ป้องกันจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่พร้อม ปภ.จว. และนายอดิเทพ กมลเวชช์ นายอำเภอท่าม่วง เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ รายละเอียดจะรายงานให้ทราบต่อไป.หลังคาหล่นทับคนงาน มีทั้งตายและบาดเจ็บ ที่ท่าม่วง กาญจนบุรีหลังคาโรงงานถล่มดับ1 เจ็บ1

ที่มา>>>Thairath

ผัวแทบจะช็อก! เมียไปเลี้ยงวัวนาน พบอีกครั้งถูกยิงดับ

สาวใหญ่เมืองน่าน ออกจากบ้านไปดูวัว สามีสงสัยหายไปนาน ออกไปตาม เจอภรรยาถูกปืนลูกซองยิงเสียชีวิตในป่าละเมาะ ด้าน ตร.สภ.เวียงสา ส่งชุดสืบสวนล่าตัวคนร้ายแล้ว

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 59 ร.ต.ท.ปิยพงษ์ กัญชนะ พงส.สภ.เวียงสา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เมื่อกลางดึกว่า มีคนถูกยิงเสียชีวิตที่ป่าละเมาะข้างทาง ถนนสายแพร่-น่าน บ้านปางมอญ หมู่ 7 ต.อ่ายนาไลย อ.เวียงสา จ.น่าน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.อ่ายนาไลย แพทย์เวร รพ.เวียงสา พฐ.น่าน และชุดสืบสวน ที่เกิดเหตุพบศพ นางเหวียน สวนคำ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 29/5 บ้านห้วยน้ำอุ่น ต.อ่ายนาไลย อ.เวียงสา จ.น่าน สภาพศพนอนหงาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ด้านหลัง ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นดรีม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่

จากการสอบถาม นายสว่าน สวนคำ สามี ทราบว่าเมื่อประมาณ 16.30 น. ผู้ตายออกจากบ้านเพื่อจะไปดูวัวที่เลี้ยงไว้ 19 ตัว ในสวนห่างจากบ้านประมาณ 2 กม. จนเมื่อเวลา 21.00 น. ยังไม่กลับบ้านจึงขี่รถจักรยานยนต์ออกมาตามหา กลับพบว่าเสียชีวิต จึงรีบแจ้งตำรวจ

ร.ต.ท.ปิยพงษ์ กล่าวว่า ภายหลังชันสูตรเบื้องต้น และให้ พฐ. ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ได้สั่งให้ชุดสืบสวน สภ.เวียงสา ออกล่าตัวมือปืนมาดำเนินคดี ทั้งนี้ ญาติติดใจการเสียชีวิต จึงส่งไปที่ รพ.ลำปาง เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath

ตร.ชัยภูมิ จับกัญชากว่า 107 กก. คาด หวังปล่อยของช่วงสงกรานต์

ตร.สภ.ลาดใหญ่ ชัยภูมิ ตั้งด่าน จับกัญชากว่า 107 กก. มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ซุกถุงดำขนาดใหญ่ไว้ในกระท่อม ข้างทุ่งนา หวังปล่อยของช่วงสงกรานต์ จ่อขยายผลหาแก๊งคนร้าย

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.59 เวลา 02.30 น. พ.ต.อ.เชษฐา เชยชุ่ม ผกก.สภ.ลาดใหญ่ รับแจ้งจาก นายสำเนียง หาญกุดตุ้ม กำนันหมู่ 4 ต.กุดตุ้ม อ.เมืองชัยภูมิ ว่า มีชาวบ้านพบรถกระบะสีดำ ไม่ใส่แผ่นป้ายทะเบียน มีผู้ชาย 2 คน ได้นำถุงดำขนาดใหญ่มาซุกไว้ใต้กระท่อม บริเวณข้างลำห้วยกุดเชือก ห่างจากถนนลาดยาง สายกุดตุ้ม-บ้านค่าย หลัก กม.ที่ 6-7 ประมาณ 1 กม. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.กิตติพัฒน์ คำรังษี สว. สอบสวน สภ.ลาดใหญ่ ร.ต.ท.ปราโมทย์ โฉมหาญ รอง สว.ป สภ.ลาดใหญ่ และชุดสืบสวนนำกำลังสนธิกับฝ่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านชุด ชรบ. กุดตุ้ม เข้าพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด พบเป็นกัญชาอัดแท่งจำนวนมาก อยู่ในสภาพมีถุงดำพลาสติกห่อถุงกระสอบ และมีสกอตช์เทปพันไว้อย่างแน่นหนา จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ และนำไปเก็บรักษาเพื่อตรวจสอบขยายผลหาตัวผู้ร้ายรายนี้

ด้าน พ.ต.อ.เชษฐา เชยชุ่ม ผกก.สภ.ลาดใหญ่ กล่าวว่า ในช่วงนี้จังหวัดชัยภูมิ ได้ปล่อยแถวระดมกวาดล้างช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงมีการตั้งด่านเพื่อตรวจค้นผู้ที่จะฉวยโอกาสนำสิ่งผิดกฎหมายหรือยาเสพติดแอบเข้ามาในพื้นที่ โดยกรณีนี้ถือว่า เป็นผลงานประสบความสำเร็จ โดยน่าจะเป็นพ่อค้ารายใหญ่ที่ได้นำของผ่านมา แต่เจอด่าน สภ.ลาดใหญ่ จึงได้นำของมาพักเก็บไว้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบของกลางพบเป็นกัญชาอัดแท่ง จำนวนแท่งละ 1 กก. กว่า 107 แท่ง น้ำหนักรวม 107 กก. มูลค่าจำนวนกว่า 1,600,000 บาท โดยการสืบสวนต่อไปก็จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกเส้นทางที่ใช้สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวนี้ด้วย และจะประสานทาง ตร. ปปส. เพื่อช่วยหาข้อมูล หลักฐานในเชิงลึกที่เกี่ยวพันกับกลุ่มคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ประกาศภัยแล้ง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ผวจ. สั่งตามสถานการณ์-ช่วยเหลือ

จ.นครศรีธรรมราช ประกาศพื้นที่ภัยแล้งแล้ว 1 อำเภอ มีพื้นที่ประสบภัย 2 ตำบล ด้านพ่อเมือง สั่งติดตามสถานการณ์พื้นที่แล้งซ้ำซากและให้ความช่วยเหลือ พร้อมระดม จนท. ประชาชน ร่วมสร้างฝายชะลอ บริหารจัดการน้ำต้นทุน

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 59 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า หลังจากไม่มีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้อ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำตามคลองต่างๆ ตลอดจนแหล่งน้ำธรรมชาติมีระดับลดลง จ.นครศรีธรรมราชจึงได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จำนวน 1 อำเภอ คือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ประสบภัย 2 ตำบล คือ ต.ท่าเรือ และ ต.นาเคียน การให้ความช่วยเหลือขณะนี้ คือการแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภค

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดได้กำหนดพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เกิดภัยแล้งซ้ำซากอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 15 อำเภอ คือ อ.หัวไทร อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.พรหมคีรี อ.พิปูน อ.ลานสกา อ.ชะอวด อ.นาบอน อ.พระพรหม อ.นบพิตำ อ.ถ้ำพรรณรา อ.ปากพนัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งสง และ อ.เชียรใหญ่ ซึ่งขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งประจำปี 59 แล้ว พร้อมมีการมอบหมายภารกิจแก่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ 8 ด้าน

นอกจากนี้ ยังระดมเจ้าหน้าที่ของที่ทำการปกครองอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ชุมชน ประชาชนในพื้นที่ และอาสาสมัคร สร้างฝายชะลอน้ำ ทำนบกั้นน้ำ ในแหล่งน้ำธรรมชาติ การขุดบ่อน้ำตื้น ขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อการบริหารจัดการน้ำต้นทุน โดยจังหวัดสนับสนุนงบประมาณและใช้งบประมาณบางส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง.

ที่มา>>>Thairath

ชาวไทยเชื้อสายจีนเบตงไหว้บรรพบุรุษช่วงเทศกาลเชงเม้ง

เบตง ชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก นำลูกหลานกราบไหว้บรรพบุรุษ ในช่วงเทศกาลเชงเม้ง สุสานจีนคึกคัก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้มงวด

วันที่ 4 เม.ย. ที่สุสานจีนบ้าน กม.4 หมู่ 2 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา ในช่วงเทศกาลเชงเม้ง บรรยากาศการไหว้บรรพบุรุษของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งใน อ.เบตง และญาติพี่น้องจากต่างจังหวัด ทยอยเดินทางมายังสุสานเพื่อมาทำความสะอาดสุสาน และนำเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ เช่น อาหารคาวหวาน พร้อมทั้งเผากระดาษเงิน กระดาษทอง มากราบไหว้บรรพบุรุษที่บริเวณหน้าหลุมฝังศพ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วตามประเพณีของชาวจีน

โดยปกติทุกปีวันเชงเม้งจะเงียบเหงา เพราะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดความไม่สงบ ทำให้ทุกคนเกิดความหวาดระแวง หวาดกลัว ไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ปีนี้กลับคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา เพราะลูกหลานชาวอำเภอเบตงเชื้อสายจีนที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ เดินทางกลับมากราบไหว้บรรพบุรุษ และพบปะญาติพี่น้องกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพราะอำเภอเบตงสงบประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และเชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่มากขึ้น

ด้านการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เบตง ทหารพราน33 อส.อำเภอเบตง ได้จัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัย พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ตามสุสานจีนต่างๆ ถนนหนทาง แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำร้อน สวนไม้ดอกเมืองหนาว และร้านอาหาร ที่มีคนไทยเชื้อสายจีนเดินทางไปท่องเที่ยว และ รับประทานอาหารกันแบบครอบครัว หลังจากกราบไหว้บรรพบุรุษเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นวันพบปะญาติพี่น้องในรอบหนึ่งปีด้วย

ที่มา>>>Thairath

พระมรณภาพคากุฏิ บ่นอาพาธหลายโรค คาดหัวใจวาย

พระสงฆ์เมืองหนองบัวลำภู คว่ำหน้ามรณภาพในกุฏิ พบมีการอาเจียนบนพื้น คาดหัวใจล้มเหลว ด้านพระกุฏิข้างเคียงเผย บ่นอาพาธหลายโรคก่อนแยกย้ายจำวัด

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 เม.ย. 59 พ.ต.ต.นิรันดร์ ปัสสาโท สว.สส.สภ.เมืองหนองบัวลำภู ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า พบพระสงฆ์มรณภาพอยู่ในกุฏิ วัดมหาชัย ต.ลำภู อ.เมืองหนองบัวลำภู จึงประสานแพทย์เวร รพ.หนองบัวลำภู กู้ภัยคุณธรรมหนองบัวลำภู และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่กุฏิ 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องเก็บของ ชั้นล่างเป็นห้องเกิดเหตุ พบ พระเผด็จ กันตธรรมโม อายุ 58 ปี ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 38 หมู่ 1 ต.ชมภูพร อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ นอนคว่ำหน้ามรณภาพในกุฏิ ปัสสาวะเปื้อนสบง และมีร่องรอยการอาเจียนบนพื้น ตรวจร่างกายไม่พบบาดแผลหรือถูกทำร้าย สภาพกุฏิไม่มีร่องรอยการรื้อค้น ปิดหน้าต่างมิดชิด แต่เปิดพัดลมและโทรทัศน์ทิ้งไว้

จากการสอบถาม พระเจด็จ พุทธสาโร อายุ 40 ปี ซึ่งพักอยู่ในกุฏิใกล้กัน ให้การว่า เมื่อหัวค่ำวันที่ 3 เม.ย. ยังได้พูดคุยกันที่หน้ากุฏิของ พระเผด็จ ซึ่ง พระเผด็จ บ่นเรื่องอาพาธ มีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งความดัน เบาหวาน จากนั้นเวลาประมาณ 20.00 น. แยกย้ายกันจำวัด ต่อมาเวลา 04.00 น. เตรียมตัวไปบิณฑบาต แต่ไม่พบ พระเผด็จ จึงได้ไปสรงน้ำรอ กระทั่งเวลา 05.00 น. ก็ยังไม่เห็น เรียกหลายครั้งไม่มีเสียงตอบจึงส่องรูหน้าต่างดู พบว่านอนคว่ำหน้าอยู่จึงรีบงัดประตูกุฏิเข้าไป จนทราบว่า พระเผด็จ มรณภาพแล้ว จากนั้นแจ้งเจ้าอาวาส และโทรศัพท์แจ้งตำรวจดังกล่าว

เบื้องต้น เชื่อว่า พระเผด็จ มรณภาพจากอาการหัวใจล้มเหลว โดยจะเก็บร่างไว้ที่ วัดมหาชัย เพื่อแจ้งญาติของ พระเผด็จ ให้ทราบ และดำเนินการตามพิธีทางศาสนาต่อไป.

ที่มา>>>Thairath